M Movement : โชว์คลิบทักษิณจากดูไบ ของแท้ พบจริง - กรม... ห่มผ้าด่วน

สำนักข่าวมุสลิมไทย  รวมพลังคนฮัจย์ เพื่อกำหนดท่าทีรัฐบาลใหม่ในการแก้ปัญหาฮัจย์ไทย

          ผู้ประกอบกิจการฮัจย์ไทยมีความพยายามจะให้ได้จำนวนโควตาผู้แสวงบุญเพิ่มเนื่องจากเงินเก็บคนละ 50,000 บาท ปฏิเสธการจับฉลากสำรองที่นั่งการบินไทยรอรัฐบาลใหม่ วอนให้กรมควบคุมโรคติดต่อฉีดวัคซีนผู้ลงทะเบียนทั้งหมดในบัญชีรายชื่อของกรมการศาสนา ( บัญชีในโควตาและบัญชีสำรอง ) จำนวน 20,000 คน ฟังนโยบายพรรคการเมืองที่มีนโยบายชัดเจนในการแก้ปัญหาฮัจย์ไทย ไม่เป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองเด็ดขาด จะวัดใจรัฐบาลใหม่ในการแก้ปัญหาถ้าไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหากิจการฮัจย์ เตรียมร้องเรียน OIC


          แหล่งข่าวผู้ประกอบกิจการฮัจย์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2554 ณ โรงแรมซีเอส ปัตตานี เวลา 09.30-15.00 น. ผู้ประกอบกิจการฮัจย์ได้เชิญชวนผู้นำกลุ่ม ( แซะห์ ) ผู้ลงทะเบียนที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี 2554 และผู้สนใจเข้าร่วมฟัง จำนวน 1,280 คน ทางผู้ประกอบกิจการฮัจย์รายงานถึงความพยายามเพื่อหาทางช่วยเหลือในกิจการฮัจย์ในปีนี้

         เนื่องจากจะต้องเผชิญหน้ากับคำตอบที่ทางคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์ฯมีมติให้เก็บเงินคนละ 50,000 บาท เพื่อเป็นการประกันในการเดินทาง และพี่น้องที่ลงทะเบียนและชำระเงินครบถ้วนสมบูรณ์ เข้าใจว่าจะได้เดินทางทุกคน แต่ทางรัฐบาลภายใต้การดำเนินงานของกรมการศาสนา ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนโควต้าเพิ่มเติมที่น่าจะได้และรายชื่อทางการทั้งบัญชีผู้ที่อยู่ในโควต้าและบัญชีสำรอง และรายชื่อที่ไม่มีการยกเลิกจำนวนเงินที่ชำระแล้วท่านละ 50,000 บาท จะดำเนินการอย่างไร ? ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ไม่มีการชี้แจงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้นำกลุ่ม ( แซะห์ ) และผู้ประกอบกิจการฮัจย์ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าในคำถามดังกล่าว เพราะผู้ประกอบกิจการฮัจย์ได้โอนจำนวนเงินดังกล่าวให้กับกรมการศาสนาทุกรายแล้วที่ลงทะเบียน

          ในวันประชุมพบปะดังกล่าว ทางผู้ประกอบกิจการฮัจย์ ได้จัดการเสวนาในหัวข้อเรื่อง ความคาดหวังของผู้ประกอบกิจการฮัจย์กับรัฐบาลใหม่ในการแก้ปัญหาฮัจย์อย่างจริงใจและเป็นรูปธรรม โดยมี ผศ.ดร.วรวิทย์  บารู  ส.ว.ปัตตานี ( แบบเลือกตั้ง ) นายอิบรอเหม  อาดำ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล/นายกสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ภาคใต้ นายอรุณ  บุญมาเลิศ  แซะห์อาวุโส/นายกสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ภาคกลางและปริมณฑล ทุกท่านอยากจะให้ฝ่ายดำเนินการของรัฐมีการพูดคุย สื่อกับชาวบ้านกับประเด็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในกิจการฮัจย์ ไม่ใช่นิ่งเฉย ไม่มีการสื่อกับชาวบ้านผู้ลงทะเบียนและชำระเงินให้กับกรมการศาสนา และการฉีดวัคซีนในปีนี้จะต้องดำเนินการฉีดวัคซีนทุกท่านให้กับผู้ที่ลงทะเบียนจะไปประกอบพิธีฮัจย์ เพราะถ้าจำนวนโควตาฮัจย์ได้เพิ่มขึ้นด้วยความพยายามของทุกฝ่ายที่ได้พยายามไปแล้วนั้น จะเกิดความสะดวกและการดำเนินการฉีดวัคซีนสำหรับฮัจย์ น่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2554 เพราะจะตรงกับเดือนรอมฎอน ( เดือนถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม )

          หลังจากนั้นได้เชิญตัวแทนคณะผู้ประกอบกิจการฮัจย์ ที่ได้เดินทางไปเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์  ที่ทางคณะฯได้พบ เรียนถึงปัญหาจำนวนโควตาฮัจย์ของพี่น้องมุสลิมที่ยังอยู่นอกโควต้าอีก 7,700 คน โดยประมาณ ให้กับ อดีต นายกรัฐมนตรี ( พ.ต.อ.ดร.ทักษิณ  ชินวัตร ) เพราะได้รับทราบจากซีดีที่ท่านฯได้แถลงนโยบายเกี่ยวกับกิจการฮัจย์ของพี่น้องมุสลิมและจะพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศซาอุดีอาราเบีย เพราะท่านฯ มีความสนิมสนมใกล้ชิดกับเชื้อพระวงศ์ของประเทศซาอุดีอาราเบีย มีการทำธุรกิจร่วมกันและเป็นที่ปรึกษาของโครงการสร้างเมืองใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองมักกะห์ ประมาณ 150 กิโลเมตร และทางเวทีได้เปิดวีดีโอที่ทางคณะผู้ประกอบกิจการฮัจย์ได้ไปพบท่านฯ และได้พูดคุยอย่างมีความหวังและเป็นกันเอง ณ ห้างดูไบมอลล์ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2554

          และพยายามพูดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการฮัจย์ว่า เราพยายามฟังนโยบายที่ชัดเจนจากพรรคการเมืองที่จะแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและจริงใจ ไม่ใช่มาโกหกกับพี่น้องมุสลิม และเราจะไม่ยอมเป็นเครื่องมือกับการเมืองเด็ดขาด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการวางแผนความพยายามของผู้ประกอบกิจการฮัจย์ หลังจากไม่ได้รับการดูแลและไม่มีความจริงใจจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการฮัจย์ของพี่น้องมุสลิม เราต้องการรัฐบาลที่เข้าใจ เข้าถึง รู้ถึงหลักการอิสลามว่า ฮัจย์ไม่มีผู้ใดที่จะขัดขวาง เพราะเป็นกิจการตามพระราชบัญญัติแห่งพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทางผู้ประกอบกิจการฮัจย์จะเฝ้าระวัง ความจริงใจของรัฐบาลไทยที่จะแก้ปัญหาในกิจการอย่างจริงจัง ถ้าไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหาทางผู้ประกอบกิจการฮัจย์จะเรียกร้องให้สมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ไทย ร้องเรียนต่อ OIC (Organization of the Islamic Conference) หรือ OIC สำหรับโลกมุสลิม OIC คือสหประชาชาติมุสลิมของพวกเขา OIC มีกองทุนการเงินขนาดใหญ่ ที่จะคอยส่งเสริมสภาพความเป็นอยู่ของชาวมุสลิม ธนาคารเพื่อการพัฒนาอิสลาม (Islamic Development Bank) .

          ดังนั้นจากการประชุมในครั้งนี้ทุกฝ่ายในพื้นที่ภาคใต้กำลังติดตาม เฝ้าสถานการณ์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 และทางพี่น้องมุสลิมโดยเฉพาะที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ จะเรียกร้องให้ทุกพรรคที่ได้เป็นแก่นนำในการจัดตั้งรัฐบาลใช้หลักการปรองดอง ไม่อยากให้ประเทศเรามีปัญหาในความขัดแย้ง แตกแยกทางการเมือง เพราะพี่น้องที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ เที่ยวบินแรกจะเริ่มเดินทางในวันที่ 29 กันยายน 2554 ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินพิเศษเหมาลำ หรือ เที่ยวบินปกติ ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

          แหล่งข่าวรายงานต่อไป ว่า เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2554 เวลา 10.00-12.30 น. ณ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ทางบริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน ) โดยสำนักขายเมืองหาดใหญ่ ได้เชิญผู้ประกอบกิจการฮัจย์ทั้งหมดที่มีความยินดีที่จะทำการบินกับสายการบินไทย ในการขนส่งผู้โดยสารฮัจย์ ประจำปีนี้ เริ่มการประชุมการชี้แจงของการบินไทย เกี่ยวกับ ลักษณะเครื่องบินที่ใช้ในการทำการบิน  ตารางบินขาไปและขากลับวันละ 2 เที่ยว ( ตามมติ ครม ) การเตรียมจัดสัมภาระ  ราคาบัตรโดยสาร และจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะเป็นจำนวน 8,000 คน พอช่วงการจะจับฉลากจัดสรรที่นั่งผู้โดยสาร ได้มีการอภิปรายจากผู้ประกอบกิจการฮัจย์มากมาย โดยทางตัวแทน ศอ.บต.เป็นผู้สังเกตการณ์ แต่เนื่องจากเหตุผลหลายอย่างจากผู้ประกอบกิจการฮัจย์ โดยเฉพาะจำนวนผู้แสวงบุญที่อยู่ในโควตาและนอกโควตา และการชำระเงินทุกอย่างสำหรับผู้ลงทะเบียนคนละ 50,000 บาท มีค่าเท่าเทียมกันทุกคน มติที่ประชุมขอยกเลิกการจับฉลากจัดสรรที่นั่งผู้โดยสารฮัจย์ เห็นชอบดังนี้

          1. ทางดำเนินการทุกอย่างรอผลการเลือกตั้ง ส.ส.และผลการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ดูความชัดเจน นโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาฮัจย์ของพี่น้องมุสลิม ให้มีการประชุมเพื่อจัดสรรที่นั่งใหม่ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2554 เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป

          2. รอจำนวนโควตาที่กำลังพยายามจากทุกฝ่าย เผื่อว่าจะได้เพิ่มเติมจากจำนวน 13,000 คน หรือสามารถเดินทางไปทุกท่านที่ลงทะเบียนในปีนี้ ซึ่งจะต้องใช้เครื่องบินจำนวนอีกหลายเที่ยวบินที่จะทำการขนส่งผู้โดยสารฮัจย์

          3. ทางสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ จะทำหนังสือถึงรัฐบาลใหม่ เรื่องราคาบัตรโดยสารฮัจย์ เมื่อเปรียบเทียบกับการบริหารงานของรัฐบาลและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาฮัจย์ ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา และเปรียบเทียบราคาน้ำมัน/ต่อบารเรล/ต่อดอลล่าร์ เพื่อได้รับ การอนุเคราะห์จากรัฐบาล

          แหล่งข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2554 เวลา 10.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักโรคติดต่อทั่วไป อาคาร 5 ชั้น 5 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายอิสมาแอ สามะ  เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ภาคใต้ และนายอรุณ  บุญมาเลิศ นายกสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ภาคกลางและปริมณฑล ได้ร้องขอให้ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ทุกคน ซึ่งจำนวนทั้งสิ้นในขณะนี้ 21,265 คน ( ยังไม่รวมยอดที่กำลังขอยกเลิกจากกรมการศาสนา  ) ซึ่งเป็นความต้องการของผู้ประกอบกิจการฮัจย์ทั่วประเทศ ซึ่งทางกรมการศาสนา จะยืนยันยอดผู้ที่จะเดินทางไปจริงภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2554 และทางกรมควบคุมโรค รับที่จะฉีดวัคซีนทั้งหมดให้กับผู้ลงทะเบียนฯซึ่งจะเพียงพอกับจำนวนวัคซีนที่ได้เตรียมให้ไว้ ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคม ทั่วประเทศ

          ส่วนรูปแบบทางผู้ประกอบกิจการฮัจย์ ต้องการเลียนแบบของกรุงเทพมหานคร ให้ทุกจังหวัดจัดบริการจุดเดียว  ระดมกำลังจำนวนเจ้าหน้าที่พยาบาลและสาธารณสุขเพื่อทำการฉีดวัคซีนใช้ระยะเวลาในการดำเนินการจังหวัดละ 1-3 วัน ในรูปแบบที่เหมือนกันทุกจังหวัด ซึ่งทางผู้นำกลุ่ม ( แซะห์ ) และผู้ประกอบกิจการฮัจย์จะให้ความร่วมมือในการนำพาผู้แสวงบุญมารับบริการในการฉีดวัคซีนในปีนี้ ส่วนการตรวจสุขภาพก่อนและหลังจากกลับการประกอบพิธีฮัจย์ขอให้เป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลทุกแห่ง.

รวมพลังคนฮัจย์ เพื่อกำหนดท่าทีรัฐบาลใหม่ในการแก้ปัญหาฮัจย์ไทย

- www.muslimthai.com

 

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=96&id=18984
วันที่ : 11 ธันวาคม 62 5:49:43
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com