M Southern : รบ.ห่วงน้ำท่วมภาคใต้ สงขลาเสียหาย180ล. ถุงยังชีพถึงมือชาวบ้าน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์"ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า เท่าที่ตนได้รับรายงานขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 10 จังหวัด 50 อำเภอ ไล่ลงไปตั้งแต่จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี ไปจนถึง 3 จังหวัดภาคใต้และช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังรายงานมาถึงตนว่า มีคำเตือนถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงคือ บริเวณที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ในจ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลาว่า ให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักต่อไปอีก 1 วัน

นายกฯห่วงสั่งจนท.จับตาใกล้ชิด

สำหรับการดูแลแก้ปัญหาน้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนนั้น ภาครัฐระดมกำลังเต็มที่อยู่แล้ว โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีการเตือนในพื้นที่ และให้เจ้าหน้าที่เข้าเวรเฝ้าระวังอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

"รัฐบาลติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด และพร้อมระดมกำลังต่าง ๆ เข้าไปช่วยเหลือ ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามรายงานภาวะอากาศ เพื่อเตรียมตัวป้องกัน และแก้ปัญหาหากมีเหตุหรือภัยพิบัติที่เกิดจากฝนตกและน้ำท่วม"นายกฯ กล่าว

ในหลวง-ราชินีพระราชทานถุงยังชีพ

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในภาคใต้ยังวิกฤติ หลายหน่วยงานร่วมกับภาครัฐเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนหนัก โดยที่ศาลา 08 รำลึก บ้านนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ หมู่ 6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา ยะลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา น.ส.องุ่น วงศ์เจริญ หัวหน้าสถานีกาชาดสิรินธร อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราชนำถุงยังชีพพะราชทานของสภากาชาดมอบให้ประชาชนหมู่ 2 หมู่ 6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา 75 ครัวเรือน ที่ประสบภัยน้ำท่วม

โดยนายกฤษฎากล่าวว่า หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงรับทราบข่าวอุทกภัยในพื้นที่ จ.ยะลา และมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก พระองค์โปรดเกล้าฯให้สถานีกาชาดสิรินธร จาก จ.นครศรีธรรมราช นำถุงยังชีพพระราชทานของสภากาชาด มามอบให้พสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีแก่พสกนิกรชาวยะลา ทั้งนี้ กองอำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม จ.ยะลารายงานความเสียหายพื้นที่ประสบภัยอุทกภัยมี 8 อำเภอ 49 ตำบล 237 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 9,472 ครัวเรือนจำนวน 33,297 คน มีผู้เสียชีวิต 6 คน

นราฯ8อำเภอยังจมบาดาล

เช่นเดียวกับที่จ.นราธิวาส แม้ฝนจะหยุดตก 2 วันแล้ว แต่ยังคงมีน้ำท่วมขัง บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของราษฎรใน 13 อำเภอ ระดับน้ำเฉลี่ย 1.20-2.20 เมตร และบางพื้นที่ที่อยู่ในที่ราบลุ่มของ 8 อำเภอคือ บาเจาะ รือเสาะ จะแนะ ระแงะ ตากใบ แว้ง ศรีสาครและสุไหงโก-ลก มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร เนื่องจากน้ำในแม่น้ำสายหลัก 3 สายคือ แม่น้ำสุไหงโก-ลก บางนรา และแม่น้ำสายบุรี ได้ไหลทะลักลงไปสมทบ อีกทั้ง ยังเป็นผลพวงจากการระบายน้ำท่วมขังของเจ้าหน้าที่ประตูระบายน้ำบางนราตอนบน ที่เปิดประตูน้ำเพื่อระบายน้ำท่วมขังลงสู่ทะเลเป็นเวลา 2 วันติดต่อกัน ส่งผลทำให้ปลาเก๋าที่ชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือนเลี้ยงในกระชังคลองโคกเคียนและแม่น้ำบางนรา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาสกว่า 600 กระชังๆละประมาณ 3.000 ตัว ตายเป็นเบื่อ เนื่องจากน้ำจืดไหลลงไปสมทบ ทำให้ชาวบ้านที่เลี้ยงปลาส่วนใหญ่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือด่วน เพราะได้รับความเสียหายเป็นหนี้เป็นสิน

พบ8ศพ!!ดินถล่มทับบ้าน

ส่วนผู้สูญหายจากเหตุดินโคลนถล่มในพื้นที่ ม.5 บ้านไอเจี๊ยะ ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ล่าสุดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันอุทุกภัยและดินโคลนถล่มรายงานว่า เจ้าหน้าที่นำพบศพผู้สูญหายทั้ง 8 ราย ซึ่งถูกดินโคลนทับลึกกว่า 5 เมตร ต้องใช้เครื่องจักรกลหนักในการค้นหา ขณะนี้ญาติรับศพไปประกอบพิธีตามศาสนาแล้ว

พระราชทานถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน

วันเดียวกัน นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางมายังหอประชุมที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมนำถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 500 ชุด มอบให้นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เพื่อนำไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็น 1 ใน 13 อำเภอ ที่ประสบอุทกภัยจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ราษฎรเดือนร้อนรวมทุกอำเภอ 25,393 ครอบครัว 114,235 คน

หาดใหญ่ยกธงเขียวน้ำเริ่มลด

ด้านเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลาออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 4 สรุปสถานการณ์น้ำท่วมโดยรวมในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่วันเดียวกันนี้ว่า อยู่ในภาวะปกติแล้ว และเปลี่ยนจากธงเหลืองเป็นธงเขียว หลังได้รับการประสานจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกแจ้งสภาพอากาศในพื้นที่อ.หาดใหญ่ว่า จะมีฝนตกเบาบาง ประกอบกับระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาบริเวณสถานีหาดใหญ่ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.50 เมตร และระดับน้ำบริเวณคลอง ร.1 ต่ำกว่าตลิ่ง 1.2 เมตร อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทขอให้ประชาชนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด และสังเกตสัญลักษณ์ธงสีแจ้งเตือนอุทกภัย ที่ติดอยู่หน้าสำนักงานงานเทศบาลนครหาดใหญ่ โรงเรียนเทศบาล 3 สะพานท่าเคียน ชุมชนจันทร์วิโรจน์ ชุมชนโคกสมาน สะพานข้ามสวนหย่อมท่งเซียเซี่ยงตึ้ง และสะพานบริเวณถนนประชาธิปัตย์

สรุปเสียหายกว่า180ล.ใน15อ.

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.สงขลา สรุปสถานการณ์ล่าสุดมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมเกือบทั้งจังหวัดใน 15 อำเภอจากทั้งหมด 16 อำเภอเหลือเพียง อ.กระแสสินธุ์เพียงอำเภอเดียวที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ และได้ประกาศให้พื้นที่ทั้ง 15 อำเภอที่ถูกน้ำท่วมเป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินพร้อมสรุป มูลค่าความเสียหายกว่า 180 ล้านบาท ประชาชนเดือนร้อน 150,291 คน โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รองรับน้ำก่อนออกสู่ทะเลสาบสงขลา หมู่ 1 และหมู่ 2 ต.ท่าช้าง และหมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 7 ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลายังได้รับความเดือดร้อนจากการระบายน้ำทั้งจากคลองอู่ตะเภาและคลองระบายน้ำ 1 ซึ่งรองรับน้ำจากทุกพื้นที่ในจังหวัด โดยน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 2 เมตร ประกอบกับประตูระบายน้ำตามคันคลองระบายน้ำ 1 อย่างน้อย 3 จุด ชำรุด ทำให้น้ำจากทั้ง 2 คลองทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน บางจุดไม่สามารถวางกระสอบทรายอุดช่องโหว่ประตูระบายน้ำตามคันคลองได้ เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง เส้นทางถูกตัดขาดต้องใช้เรือสัญจรไป-มา

รถไฟ3จว.เดินรถได้ปกติแล้ว

ทั้งนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ทำให้รถไฟ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องหยุดวิ่งนั้น ล่าสุด ระดับน้ำที่ท่วมรางรถไฟ บริเวณบ้านทุ่งพระ ต.ป่าชิง อ.จะนะ จ.สงขลา กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทำให้รถไฟพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่สถานีหาดใหญ่ จ.สงขลา ถึงสถานีสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสเปิดให้บริการตามปกติทุกขบวนทั้งรถสายยาว และขบวนรถท้องถิ่นขาขึ้นและขาล่องและรางรถไฟไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

สตูล-ตรังยังวิกฤติหนัก

ที่จ.สตูลนอกจากระดับน้ำยังไม่ลดลงแล้ว กลับมีน้ำระลอกใหม่หลากเข้ามาท่วมซ้ำ โดยเฉพาะในหลายตำบลของอ.ละงู ที่ระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร ถนนสายละงู-เขาขาว มีน้ำท่วมผิวการจราจรเป็นทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร รถไม่สามารถสัญจรได้

เช่นเดียวกับจ.ตรัง ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง พระหลายวัดออกมาบิณฑบาตไม่ได้ ชาวบ้านต้องพายเรือนำอาหารใส่ปิ่นโตไปถวายถึงกุฏิ โรงเรียนหลายแห่งต้องประกาศปิดเรียนต่อไปจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะทุเลา ซึ่งจนถึงขณะนี้จังหวัดยังไม่สามารถสรุปความเสียหายในพื้นที่ได้ เนื่องจากหลายแห่งยังมีน้ำท่วมสูง

ปัตตานีทะลักท่วม2ฝั่งแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วมในจ.ปัตตานี ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีมีระดับน้ำสูงขึ้นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เพราะน้ำจากตอนบนไหลลงแม่น้ำปัตตานีมากขึ้น และน้ำในแม่น้ำปัตตานี จะไหลลงสู่ทะเลโดยผ่านอ.ยะรัง อ.หนองจิก และอ.เมือง ส่งผลให้บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปัตตานีถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏรเร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะในต.ปะกาฮารัง ม.2 บ้านจางา น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏรกว่า 60 หลังคาเรือน ถนนเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด เพราะน้ำท่วมสูงระดับน้ำ 80 ซม. ชาวบ้านใช้เรือเป็นพาหนะ ต.บาราเฮาะ น้ำท่วมบ้านเรือนกว่า 100 หลังคาเรือน มันสัมปะหลัง อ้อย พื้นที่นา ถูกน้ำท่วมจมอยู่น้ำ กว่า 500 ไร่ ประชาชนต้องอพยพมาอยู่ที่สูง อย่างไรก็ตาม สภาพน้ำในแม่น้ำปัตตานียังสูงขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่า 1-2 วันนี้ น้ำคงจะท่วมทุกพื้นที่ในจังหวัดปัตตานี
พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=94&id=5705
วันที่ : 16 ธันวาคม 62 18:39:06
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com