M Muslimah : ผลสำรวจ มุสลิมเป็นกลุ่มที่ต่อต้านการบริจาคอวัยวะมากที่สุด

สำนักข่าวมุสลิมไทย  ผลสำรวจ มุสลิมเป็นกลุ่มที่ต่อต้านการบริจาคอวัยวะมากที่สุด

ข่าวเว็ปไซต์ ottawacitizen.com – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษบรรยายในการประชุมเกี่ยวกับการเปลี่ยนอวัยวะ จัดขึ้นที่แวนคูเวอร์ ว่า ในบรรดาผู้ศรัทธาในศาสนาต่างๆ มุสลิมเป็นกลุ่มที่ต่อต้านการบริจาคอวัยวะมากที่สุด ส่วนมากเพราะไม่มีความมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่อนุมัติตามหลักศาสนาหรือไม่


ดร.อัดนาน ชารีฟ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไตซึ่งทำการศึกษาวิจัยในระดับนานาชาติ เพื่อค้นหาว่าเหตุใดมุสลิมจึงเห็นด้วยกับการบริจาค และยินดีที่จะรับการปลูกถ่ายอวัยวะ แต่มีน้อยคนที่เต็มใจจะเป็นผู้บริจาค

หมอชารีฟนำเสนอผลวิจัยในการประชุมสมาคมนานาชาติเกี่ยวกับการปลูกถ่ายอวัยวะ ครั้งที่ 23 ซึ่งปรากฏว่า 3 ใน 4 ของผู้เข้าร่วมในโครงการวิจัยจำนวน 891 คน ยินดีที่จะรับการบริจาคอวัยวะถ้าจำเป็น แต่มีเพียงร้อยละ 10.6 เท่านั้นที่ลงทะเบียนบริจาคอวัยวะหลังจากเสียชีวิต

หมอชารีฟให้สัมภาษณ์ว่า มีเพียง 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าเป็นที่อนุมัติตามศาสนาที่จะบริจาคอวัยวะ จำนวนที่เหลือมีเหตุผลหลัก 2 ประการในการต่อต้านการบริจาคอวัยวะ คือ ยึดมั่นการแปลอัล-กุรอานในแนวทางที่ไม่อนุมัติ และได้รับแนวความคิดจากผู้นำทางศาสนาในท้องถิ่น

ชารีฟกล่าวว่าเขารู้สึกแปลกใจในเรื่องนี้ตลอดมา โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องอธิบายให้คนป่วยมุสลิมที่ต้องการเปลี่ยนอวัยวะว่า พวกเขาต้องรอนานกว่ารายอื่นๆ 2 เท่า เนื่องจากมีจำนวนผู้บริจาคมุสลิมน้อย และส่วนมากต้องรอให้ได้อวัยวะจากผู้บริจาคที่มาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน เนื่องจากเนื้อเยื่อจะเข้ากันได้ดีกว่า

แม้แต่ในครอบครัวของหมอชารีฟเองก็ยังไม่พอใจ เมื่อทราบว่าหมอได้ลงชื่อเป็นผู้บริจาคอวัยวะ โดยพ่อ-แม่ และพี่น้องอีก 3 คนไม่ยอมทำตามแต่ก็ไม่บังคับให้หมอเปลี่ยนความตั้งใจ

“มุสลิมส่วนหนึ่งมีข้อโต้แย้งตามความเชื่อว่า การบริจาคอวัยวะเป็นสิ่งผิดบาป แม้อุละมะอฺส่วนใหญ่จะแสดงความเห็นว่า สามารถทำได้ และที่จริงน่าจะเป็นเรื่องดี เพราะศาสนาสอนว่าการช่วยชีวิตหนึ่ง ได้ผลบุญเท่ากับช่วยมนุษยชาติ”

หมอชารีฟ กล่าวว่า การปลูกถ่าย หรือการเปลี่ยนอวัยวะยังไม่เกิดมีขึ้น ในสมัยที่อัล-กุรอานถูกประทานลงมา ข้อความในอัล-กุรอานที่ระบุว่า ไม่ควรทำลายศพ หรือทำให้ศพมีร่องรอย น่าจะสืบเนื่องมาจากในสมัยอาหรับโบราณมักจะมีการทำลายศพ และนำมาซึ่งการเชื่อกันต่อมาว่าไม่ควรทำให้ศพมีร่องรอยจากการผ่า

ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับอคติอีกส่วนหนึ่ง เช่น เกือบ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ยินดีจะบริจาคอวัยวะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นการบริจาคให้กับมุสลิมด้วยกันเท่านั้น และประมาณร้อยละ 10 ที่กล่าวว่า ยินดีรับบริจาคอวัยวะถ้ามาจากผู้บริจาคที่เป็นมุสลิมด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ทัศนะเช่นนี้ก็เป็นการดีที่จะทำให้รู้สึกอยากบริจาค และรับบริจาคอวัยวะ แต่ที่จริงแล้วการกำหนดผู้บริจาค และผู้รับบริจาค นอกจากจะไม่เป็นธรรมแล้วยังผิดกฎหมายอีกด้วย

ปัจจุบันแนวคิดที่ว่ามุสลิมบริจาคอวัยวะได้หรือไม่ยังคลุมเครือ ขึ้นอยู่กับความเชื่อในทัศนะของผู้นำศาสนาแต่ละคน หมอชารีฟเห็นว่า น่าจะมีการจัดตั้งองค์กรมุสลิมที่เป็นศูนย์รวมของการฟัตวาทั้งมวล และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก เพื่อว่ามุสลิมจะได้ไม่แตกแยกในแนวคิดตามผู้นำที่ตนศรัทธา การสำรวจยังแสดงผลว่า ผู้สูงอายุ และเคร่งศาสนา มักไม่เห็นด้วยกับการบริจาคอวัยวะ

หมอชารีฟคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่จะพุ่งเป้าไปยังการเปลี่ยนความคิดของผู้นำศาสนา และผู้ทรงอิทธิพลในการชี้นำความคิดของมุสลิมกลุ่มต่างๆ  - www.muslimthai.com

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=93&id=16434
วันที่ : 16 กันยายน 62 20:17:35
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com