M Muslimah : เพศสัมพันกัน มุสลิม!! ไม่มุสลิม!! ซินา เพศสัมพันธ์ต้องห้าม

สำนักข่าวมุสลิมไทย ซินา เพศสัมพันธ์ต้องห้าม สัญญาณแห่งความพิโรธ

     อิสลามเป็นศาสนาแห่งความบริสุทธิ์ สะอาดใสสด อิสลามจึงวางมาตรการอย่างเข้มงวดในการรักษาให้มนุษย์ดำรงตนในความบริสุทธิ์ เพราะหากปราศจากมาตรการดังกล่าว มนุษย์ก็มีสภาพที่ไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน ดังที่อัลกุรอานได้กล่าวว่า

“และแน่นอนเราได้ตระเตรียมสำหรับนรกญะฮันนัม ซึ่งมาจากญินและ มนุษย์จำนวนมาก โดยที่พวกเขามีหัวใจซึ่งพวกเขาไม่ใช้มัน(ทำความเข้าใจ) และพวกเขามีตา ซึ่งพวกเขาไม่ใช่มัน(มอง) และพวกเขามีหู ซึ่งพวกเขาไม่ใช้มัน(ฟัง) ชนเหล่านี้แหละประหนึ่งปศุสัตว์ ใช่แต่เท่านั้น พวกเขาเป็นผู้หลงผิดยิ่งกว่า ชนเหล่านี้แหละ คือกลุ่มชนที่หลงลืม” (อัลอะรอฟ: 179)

           ซินาหรือการมีเพศสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานอย่างถูกต้องตามหลักการอิสลาม ถือเป็นปัญหาสังคมที่กำลังระบาดในปัจจุบัน และไม่สามารถป้องกันจากการตกในหลุมพรางนี้ได้ เว้นแต่ผู้ศรัทธาที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ์  ทั้งในที่ลับและในที่แจ้ง

 ท่านอิมามอิบนุลก็อยยิมได้กล่าวว่า

 “แม่บทหรือรากฐานของอบายมุขมี 3  ประการ ได้แก่

1) การที่หัวใจยึดมั่นสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮ์ 
2 ) การคล้อยตามอารมณ์โกรธ และ
3) การคล้อยตามอารมณ์ใคร่

           เป้าหมายสุดท้ายของอบายมุขประเภทแรกคือ การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์  เป้าหมายสุดท้ายของอบายมุขประเภทที่สองคือฆาตกรรม และเป้าหมายสุดท้ายของอบายมุขประเภทที่สามคือ ซินา”

 ด้วยเหตุนี้อัลลอฮ์  จึงตรัสว่า

 “และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮ์ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิตซึ่งอัลลอฮ์ทรงห้ามไว้ เว้นแต่ด้วยสาเหตุที่เป็นจริง และพวกเขาไม่ผิดประเวณี ผู้ใดที่กระทำเช่นนั้น เขาย่อมกระทำผิดมหันต์  การลงโทษในวันกิยามะฮ์จะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ” (อัลฟุรกอน : 69)

          ซินา(ผิดประเวณี) นอกจากทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสียและสถาบันครอบครัวถูกทำลายอย่างย่อยยับแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดของปัญหาสังคมต่างๆ มากมาย อาทิ สิทธิของลูกๆ ถูกปล่อยปละละเลย สตรีถูกย่ำยีศักดิ์ศรีและถูกละเลยให้ดำเนินชีวิตตามลำพัง การแพร่ระบาดของโรคร้าย  เป็นสาเหตุของอาชญากรรม  เป็นแหล่งกำเนิดของฆาตรกรที่ยอมฆ่าลูก(ทำแท้ง)ของตนเอง และที่สำคัญ ซินาทำให้เกิดภาวะอีมานที่โสโครกและเป็นสัญญาณร้ายแห่งการถูกลงทัณฑ์จากอัลลอฮ์

         ซินา คือ ความอัปยศอดสู ที่คนกระทำซินาก็ไม่สามารถยอมรับการกระทำอันชั่วช้าของตนเองได้ ดังหะดีษที่มีความว่า

“ชายหนุ่มคนหนึ่งได้มาหาท่านนะบี พร้อมกล่าวว่า โอ้รอซูลุลลอฮ์  ได้โปรดให้ฉันซินาด้วยเถิด บรรดาเศาะฮาบะฮ์ต่างโกรธเคืองและกรูเข้าเพื่อจะทำร้ายเขา

นะบี จึงกล่าวว่า พาเขาให้เข้าใกล้ฉัน ชายคนนั้นจึงมาเข้าใกล้ท่านนะบี และนั่งลงต่อหน้าท่าน

นะบี จึงถามว่า เจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับแม่เจ้าไหม ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์  นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับแม่ของเขาเช่นเดียวกัน

นะบี จึงถามอีกว่าเจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับลูกสาวเจ้าไหม ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์ นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับลูกสาวของเขาเช่นเดียวกัน

นะบี จึงถามอีกว่าเจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับน้องสาวเจ้าไหม ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์ นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับน้องสาวของเขาเช่นเดียวกัน

นะบี ถามอีกว่า เจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับป้าเจ้าไหม ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์ นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับป้าของเขาเช่นเดียวกัน

นะบี ถามอีกว่า เจ้าชอบที่ให้คนอื่นกระทำซินากับน้าเจ้าไหม ชายหนุ่มตอบว่า ไม่ ขอสาบานด้วยนามของอัลลอฮ์ นะบี จึงตอบว่า คนอื่นก็ไม่ชอบที่มีคนกระทำซินากับน้าของเขาเช่นเดียวกัน

นะบี จึงวางมือของท่านบนร่างหนุ่มคนนั้น พร้อมกล่าว   ดุอาอ์ว่า โอ้อัลลอฮ์ ขอทรงให้อภัยในความผิดพลาดของเขา ได้โปรดให้หัวใจของเขาใสสะอาด และได้โปรดปกป้องอวัยวะเพศของเขา(จากการกระทำ ซินา) หลังจากนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่สนใจการกระทำผิดอีกเลย”

(บันทึกโดยอะหมัด/22265)

อิสลามถือว่าซินาเป็นบาปใหญ่ และสาเหตุหลักที่ทำให้คนๆ หนึ่งต้องเข้านรก ดังมีหะดีษหนึ่งระบุว่า

“มีคนถามนะบีมุฮัมมัด  ว่า ความดีประเภทใดที่ทำให้ผู้คนเข้าสวรรค์มากที่สุด นะบี ตอบว่า ความยำเกรงต่ออัลลอฮ์  และการมีจรรยามารยาทที่ดี นะบีมุฮัมมัด  ถูกถามอีกว่าสิ่งใดที่ทำให้ผู้คนเข้านรกมากที่สุด นะบี จึงตอบว่า ลิ้นและอวัยวะเพศ” (บันทึกโดยอัตติรมิซีย์/2004) 

          อิสลามได้วางหลักการและมาตรการต่างๆ เพื่อปิดประตูสู่การทำซินาด้วยกฎระเบียบที่ครอบคลุมและวิธีการป้องกันและปราบปรามที่สมบูรณ์ที่สุด

 

 จากหนังสือ "แต่งงานง่าย  ซินายาก"

โดย  อ.มัสลัน  มาหะมะ

Source: www.islammore.com

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=93&id=13717
วันที่ : 18 พฤศจิกายน 62 20:20:40
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com