Who´s who : นางมือหล๊ะ ขาเจดอเลาะ วัย 52 ปี

ด้วยมือเดียวของแม่...ที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชีวิต     
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2009 23:43น. 
อับดุลเลาะ หวังนิ
สมศักดิ์ หุ่นงาม
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา


          จากปากทางถนนใหญ่ที่แยกเข้า ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ไม่ไกลนัก จะเห็นป้ายที่ทำขึ้นจากเศษไม้เขียนว่า "บ้านบ่อเตย" เมื่อเลี้ยวรถเข้าไปตามลูกศรชี้จะพบกับทุ่งนากว้างใหญ่ไพศาลทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ทำให้ถนนฝุ่นสีแดงที่มีรถราแล่นผ่านนานๆ ครั้งคล้ายเป็นคันนาขนาดเขื่อง...ใครเลยจะคิดว่าปลายทางของถนนสายนี้จะเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอยู่อาศัยกันเป็นจำนวนมาก

          ที่ปลายนาไกลออกไป มีบ้านไม้ขนาดย่อมหลังหนึ่งที่ฝาบ้านทำด้วยไม้ไผ่ขัดแตะ หลังคามุงด้วยสังกะสีเก่าๆ แต่มีคนอาศัยหลบฝนหลบแดดอยู่มากถึง 4 ชีวิต ภายในบ้านทั้งเครื่องนอน ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงห้องครัวอยู่รวมกันในพื้นที่ที่คะเนด้วยสายตาไม่น่าจะเกิน 10 ตารางเมตร หากวันไหนฝนตกก็ยากที่จะหลบละอองฝนได้พ้น...

          ที่น่าเศร้าก็คือ เจ้าของบ้านหลังนี้...นางมือหล๊ะ ขาเจดอเลาะ วัย 52 ปี เธอมีแขนเพียงข้างเดียว ซ้ำขาทั้งสองข้างก็พิการ แต่กลับต้องมาต่อสู้กับมรสุมชีวิตเพียงลำพัง

          มือหล๊ะ เล่าว่า เธอพิการมาตั้งแต่เกิด พออายุได้ 13 ปี มารดาก็ให้แต่งงานกับเจ้าของปอเนาะบ้านบ่อเตย เธอใช้ชีวิตคู่อยู่ได้ไม่นาน สามีก็มาจากเธอไปด้วยโรคชรา ทิ้งพยานรักเอาไว้ถึง 3 ชีวิต คือ น.ส ซารีปะห์ นิยมเดชา พี่สาวคนโต ด.ช.อับดุลฮาดี นิยมเดชา ลูกชายคนกลาง และ ด.ญ.อาอีซะ นิยมเดชา ลูกสาวคนเล็ก

          เมื่อสามีตาย เธอและลูกต้องย้ายออกจากบ้านสามีมาอยู่กับญาติ เงินที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิตต้องนำมาสร้างบ้านจนหมดตัว วันเวลาที่ผ่านมาเธอจึงต้องกินอยู่อย่างกระเหม็ดกระแหม่ เพื่อให้ลูกๆ ทั้งสามคนมีชีวิตที่ดีกว่า

          แม้เธอจะพิการทั้งแขนและขา แต่เธอก็ยังทำนาได้ มือข้างเดียวของเธอสามารถถือจอบ และขุดร่องปลูกผักได้ทุกอย่างแทบไม่ต่างกับคนปกติ

          "แขนและขาที่มีไม่เหมือนคนอื่น ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับฉันเลย ฉันคิดแค่ว่าแขนกับขาเป็นอวัยวะที่ทุกคนมีและนำมาใช้งานมัน เมื่อไม่มีฉันก็ไม่ใช้ ก็แค่นั้น" มือหล๊ะ บอก

          ด้วยชีวิตที่ลำบากมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และฝ่าฟันทุกปัญหาไม่ว่าจะเจอเรื่องหนักๆ สักแค่ไหน

          "ชีวิตเอาอะไรมาก ให้มีกินมีใช้โดยไม่อดก็พอแล้ว ทุกวันนี้ขอแค่ลูกๆ ไปโรงเรียนได้ตามปกติ มีข้าวกิน มีเสื้อผ้าใส่กันหนาว ไม่ต้องดีมีราคาแพง และมีกับข้าวกินกันครบทุกคนก็เพียงพอแล้ว ฉันไม่เคยท้อหรือคิดหยุดอยู่กับที่ และไม่เคยคิดเทียบตัวเองกับคนที่ดีกว่า พระเจ้าประทานให้แบบนี้ก็ขอรับแค่นี้ คนที่แย่กว่าเรายังมีอีกมากมายในโลก"

          รายได้หลักของครอบครัวทุกวันนี้ นอกจากเงินเล็กๆ น้อยๆ จากการทำไร่ทำนาแล้ว ก็มาจากลูกสาวตนโตที่เสียสละออกจากโรงเรียนไปเป็นแม่บ้านอยู่ที่ลีลารีสอร์ท (อ.จะนะ จ.สงขลา) ได้เงินเดือน 4 พันกว่าบาท กับเงินสงเคราะห์คนยากจนที่ อบต.ปากบางมอบให้อีกเดือนละ 500 บาท นอกจากนั้นก็มีเงินบริจาคจากผู้ใจบุญบ้าง โดยเฉพาะ สมพร สังข์สมบูรณ์ นักวิจัยอิสระที่ทำงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมักมาเยี่ยมมือหล๊ะและลูกๆ เป็นประจำ บางครั้งก็ขนไม้กับเศษกะลามาให้ มือหล๊ะเผาถ่านขายด้วย

          รายได้รวมๆ แล้วไม่นับของลูกสาวก็เดือนละ 1,500 บาท เธอบอกว่าเพียงพอ และไม่อยากให้ลูกต้องออกจากโรงเรียน

          "เงินที่ลูกทำงานมาได้ แม้จะมากหากเทียบกับที่ฉันหาได้ แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับที่ลูกต้องขาดเรียน ลำพังเงินที่ได้จาก อบต.และที่อาจารย์สมพรให้ก็ถือว่ามากพอ เพราะค่าใช้จ่ายของฉันมีไม่มากนัก ค่าไฟเดือนละ 100 บาท ค่ากับข้าววันละ 30 บาท ให้ลูกไปโรงเรียนคนละ 5 บาท เงินพันห้าก็ยังเหลือเก็บไว้ใช้ยามเจ็บป่วย จริงๆ แล้วลูกสาวไม่จำเป็นต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาหาเงินเลี้ยงฉันและน้องๆ เลย แต่ลูกก็ยืนยันที่จะทำ เพื่ออนาคตของน้องและความสุขของแม่" มือหล๊ะเล่าเสียงเศร้า


นางมือหล๊ะ ขาเจดอเลาะ วัย 52 ปี

          เธอบอกว่าพร้อมจะสู้ชีวิต เพราะทุกอย่างอยู่ที่ใจ

          "ถ้าใจบอกว่าสู้ เราก็จะทำได้ และจะสู้กับมันให้ผ่านพ้นไป แต่ถ้าใจบอกว่าไม่ ทุกอย่างจบ หยุดอยู่แค่นั้น ไม่มีใครสามารถสั่งได้นอกจากใจเราสั่งตัวเอง และเลือกทางเดินให้ตัวเอง"

          อย่างไรก็ตาม สุขภาพที่ร่วงโรยไปตามวัย กลายเป็นอุปสรรคในการต่อสู้ชีวิตไม่ใช่น้อย

          “เมื่อก่อนฉันจะทำทุกอย่างให้ได้เงินมา แต่เดี๋ยวนี้ทำแทบไม่ไหว ดีหน่อยที่ชาวบ้านใจดีเอาปลาฉิ้งฉั้งมาให้ฉีก ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง ชีวิตฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากห้องน้ำสักห้องไว้ทำธุระตอนแก่เฒ่า เดินไปในป่าไม่ไหว กับหม้อไฟฟ้าของตัวเอง ไม่ต้องไปอาศัยเพื่อนบ้าน และที่สำคัญที่สุดก็คือการศึกษาของลูกๆ ทั้งสาม เพราะการศึกษาถือเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่จะยกให้ลูกได้"

          แม้จะต้องสู้ชีวิตให้รอดไปในแต่ละวัน แต่ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ก็อยู่ในความรับรู้ของ มือหล๊ะ อยู่เหมือนกัน เพราะ อ.เทพา ก็เป็นหนึ่งในสี่อำเภอของ จ.สงขลา ที่เป็นรอยต่อกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก

          "ฉันว่าทุกวันนี้มีหลายคนพยายามทำให้เกิดความแตกแยก โดยใช้วิธีที่ไม่มีมนุษยธรรม ฉันอยากเห็นบ้านเรามีความสงบสุข คิดว่าการศึกษาจะทำให้คนมีมนุษยธรรม มีหลักคิดที่ดีได้ ถ้าทุกคนได้ศึกษาเล่าเรียน ปัญหาแบบที่เกิดขึ้นคงไม่เกิด" มือหล๊ะ กล่าว


          ด้าน ด.ญ.อาอีซะ ลูกสาวคนเล็กซึ่งเพิ่งจบชั้น ป.6 และไม่มีทุนเล่าเรียนต่อ เธอเผยความรู้สึกว่า อยากเรียนสูงๆ จะได้ดูแลแม่ สร้างห้องน้ำใหม่ให้แม่ และเก็บเงินสร้างบ้านที่ดีกว่านี้  

          ขณะที่ สมพร สังข์สมบูรณ์ ซึ่งคอยช่วยเหลือครอบครัวนางมือหล๊ะมาตลอด บอกว่า รู้สึกสงสารครอบครัวนี้ จึงคิดว่าน่าจะให้ความช่วยเหลือได้บ้าง แม้จะไม่มากจนทำให้พวกเขาสบาย แต่ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ไม่ต้องดิ้นรนไปมากกว่าที่เป็นอยู่

          "ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเด็กๆ คือส่วนหนึ่งของชีวิต เวลาฝนตกก็จะนึกถึง ถามตัวเองว่าก๊ะมือหล๊ะ (ป้ามือหล๊ะ) กับลูกๆ จะอยู่กันอย่างไร จะมีใครให้ที่หลบฝนไหม จะกินข้าวกับอะไร ยังมีเงินซื้อกับข้าวให้ลูกกินหรือเปล่า และยังมีอีกหลายคำถามเกิดขึ้นในใจเมื่อนึกถึงคนในครอบครัวนี้"

          สมพร ซึ่งทำวิจัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้มานาน บอกด้วยว่า จากการลงพื้นที่ในหลายๆ อำเภอ ได้พบเด็กๆ ต้องวิ่งเล่นอยู่ในเวลาที่ควรอยู่ในโรงเรียน เมื่อเข้าไปสอบถามปรากฏว่าทุกครั้งจะได้คำตอบว่าไม่มีเงินไปโรงเรียน ตั้งแต่นั้นจึงบอกกับตัวเองว่า การศึกษาเท่านั้นที่จะช่วยได้ และจะพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นได้  

          "ทุกคนไม่ว่าพุทธหรือมุสลิมควรได้รับการศึกษา เพราะการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น การศึกษาคือสมบัติอันล้ำค่า นำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในชีวิต คนจนไม่ใช่คนโง่ เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสเท่านั้น หากทุกคนท่องในใจว่าคนจนไม่ใช่คนอื่น ผมเชื่อว่าความเสมอภาคจะเกิดขึ้นได้ไม่ยากเย็น" สมพร กล่าว

          โศกนาฏกรรมชีวิตของครอบครัวมือหล๊ะ คือภาพสะท้อนของปัญหาที่เบียดแทรกอยู่ในสถานการณ์ความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใครๆ มักมองไม่เห็นหรือเลือกที่จะไม่มอง ทั้งๆ ที่รัฐทุ่มงบประมาณลงมามากมาย แต่กลับยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่รู้ว่าเย็นนี้จะกินอะไร พรุ่งนี้ลูกๆ จะมีเงินไปโรงเรียนหรือไม่...

          แล้วสันติสุขที่จริงแท้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร...หากหลายชีวิตยังเป็นเช่นนี้...

----------------------------------------------------------------------------------------------

จากทีมงานมุสลิมไทย

เนื่องจากมีผู้สนใจต้องการช่วยเหลือนางมือหล๊ะ ขาเจดอเลาะ ต้องการให้ทางทีมงานเปิดรับบริจาค
แล้วนำไปมอบให้ครอบครัว ทางทีมงานยินดีรับอามานะห์ตรงนี้

พี่น้องมุสลิมสามารถบริจาคได้ที่

โอน
เลขที่บัญชี :
140-2-42917-3
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
สาขา : สาขาสี่เเยกศรีวรา
ชื่อบัญชี : Bunyat Thipmat
ประเภทบัญชีออมทรัพย์

โดยสามารถโอนเงินด้วยตัวเองที่ธนาคารใกล้บ้าน หรือ ผ่านตู้ ATM เมื่อท่านได้บริจาคเงินแล้วกรุณาแจ้งการโอนดังนี้


แจ้งโอนเงินบริจาคทาง Email

=============================================

ส่ง Email ถึง = nipaporn@mnet.co.th
Subject : แจ้งโอนเงินสำหรับร่วมบริจาคช่วยเหลือ นางมือหล๊ะ ขาเจดอเลาะ

Message :
ชื่อผู้บริจาค =
วันที่โอน =
เวลาที่โอน =
จำนวนเงิน =
เบอร์โทร =

ให้ด้วยตนเองบริจาคสิ่งของหรืออื่นๆได้ที่
สำนักข่าวมุสลิมไทย
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email: contact@muslimthai.com

=============================================

ท่านสามารถช่วยบริจาคเท่าไหร่ก็ได้ แล้วแต่กำลังทรัพย์ของทุกท่านนะครับ ทางทีมงานจะส่งมอบให้กับคุณมือหละ หลังรอมฎอน
เผื่อพี่น้องเราอยากบริจาคกันเยอะๆในช่วงรอมฎอน และนอกจากนี้ทางทีมงานจะประกาศทางเว็บไซต์รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ

ญาซากัลลอฮฮุค็อยรอน

ทีมงานมุสลิมไทยดอทคอม

=============================================

ลำดับ

ชื่อผู้บริจาค

ยอดเงิน

จ่ายโดย
1ไม่ประสงค์ออกนาม

1000

เงินสด
2ลาดบัวขาว

300

เงินสด
3ไม่ประสงค์ออกนาม

200

โอนเข้าบัญชี
4ไม่ประสงค์ออกนาม(German)

5000

โอนเข้าบัญชี
5ไม่ประสงค์ออกนาม

1000

โอนเข้าบัญชี
6โสตะจินดา

700

โอนเข้าบัญชี
7นูรียา

1000

โอนเข้าบัญชี
8H.nalat

300

โอนเข้าบัญชี
9Mai

200

โอนเข้าบัญชี
10ยา

1000

โอนเข้าบัญชี
11โรงแรมปริ้นเซส สุราษฏร์ธานี

5000

โอนเข้าบัญชี
12palakhornh

1000

โอนเข้าบัญชี
13ไม่ประสงค์ออกนาม

3000

โอนเข้าบัญชี
14Wichai

1000

โอนเข้าบัญชี
15Prarom

700

โอนเข้าบัญชี
16ไม่ประสงค์ออกนาม

500

โอนเข้าบัญชี
17ไม่ประสงค์ออกนาม

300

โอนเข้าบัญชี
18Vithanomsataya

1500

โอนเข้าบัญชี
19บินอับดุลลา

1000

โอนเข้าบัญชี
20hanafi

600

โอนเข้าบัญชี
21มานะประเสริฐ ( อับดุบเลาะห์ )

2500

โอนเข้าบัญชี

ยอดบริจาค

27800

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=8&id=4060
วันที่ : 11 ธันวาคม 62 6:06:21
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com