Muslimthai Focus : ยึดทรัพย์ทักษิณ คลังไม่ต้องกู้เงิน 4 แสนล้าน
 

Pic_79454
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

"กรณ์" แจงรายได้รัฐบาลพุ่งขึ้น จากการจัดเก็บภาษี และยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ความจำเป็นต้องใช้พ.ร.บ.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทหมดลง มั่นใจเสถียรภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน สามารถรองรับวิกฤติเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศได้...

27 เม.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลได้ถอนพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท จากการพิจารณาของรัฐสภา เนื่องจากเห็นว่า สภาพเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของภาคเอกชน เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ จนทำให้ผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 53 สูงกว่าประมาณการ 172,000 ล้านบาท และเมื่อรวมกับกรอบวงเงินงบประมาณปี 2554 ที่ผ่านความเห็นชอบจากครม. โดยจัดทำเป็นงบประมาณขาดดุล 4.1% ทำให้รัฐบาลมีเงินงบลงทุนที่เพียงพอในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“รายได้ที่จัดเก็บสูงกว่าประมาณ 172,000 ล้านบาท ยังไม่ได้นับรวมรายได้จากการยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวอีก 46,3737 ล้านบาท รวมเป็น 218,373 ล้านบาท ที่กำลังอยู่การดำเนินของกรมบัญชีกลางนั้น จะทำให้เงินคงคลัง ณ สิ้นปีงบประมาณ 53 พุ่งขึ้นแตะระดับ 350,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีมากเกินความจำเป็น ทำให้รัฐบาลต้องรักษาวินัยการเงินคลังอย่างเคร่งครัด โดยจะนำผลการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มมาชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาล 42,000 ล้านบาทก่อนกำหนด เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ต้องการก่อสาธารณะให้เพิ่มสูงขึ้น” รมว.คลัง กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า การไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลก่อนกำหนดเพียง 42,000 ล้านบาท ถือเป็นเม็ดเงินจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับเงินคงคลังที่เพิ่มขึ้นมาก หมายความว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายการใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวัง เพราะเม็ดเงินในส่วนที่เหลือจะถูกนำไปใช่จ่ายผ่านกระบวนการงบประมาณที่มีแผนการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งปี 2555 รองรับนั้น น่าจะเพียงพอ และสามารถรองรับผลกระทบจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ และปัจจัยลบจากต่างประเทศได้

รมว.คลัง กล่าวอีกว่า หากมองย้อนกลับไปในช่วงที่รัฐบาลเสนอพ.ร.ก.และพ.ร.บ.กู้เงิน 800,000 ล้านบาท ได้บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่า เม็ดเงินดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ แต่เมื่อวิกฤติดังกล่าวผ่านพ้นไปแล้ว ความจำเป็นก็หมดไป โอกาสในการใช้พ.ร.บ.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทก็ลดลง รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่า ได้รักษาคำพูด แต่หากในอนาคต เศรษฐกิจเกิดปัญหารุนแรงขึ้นมาอีก ความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมีมากขึ้น รัฐบาลก็พร้อมที่จะเสนอพ.ร.ก.หรือพ.ร.บ.ใหม่อีกครั้ง

“สิ่งที่เป็นปัญหาและต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้การกระตุ้นเศรษฐกิจเดินไปหน้าได้นั้น อยู่ที่กระบวนการเบิกจ่ายเงิน ไม่ใช่เรื่องเงิน เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลต้องใช้มาตรการเข้มข้นกับทุกกรมกอง เพื่อให้การเบิกจ่ายมีมากขึ้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ข้าราชการใส่เกียร์ว่าง แต่อยู่ที่กระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณที่มีความล่าช้า ไม่คล่องตัว ซึ่งเป็นประเด็นที่ใหญ่มาก และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในอนาคต” นายกรณ์ กล่าว

ส่วนประเด็นการยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ขณะนี้ได้รับรายงานว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมที่จะโอนเงินดังกล่าว ส่งคลังภายใน 1-2 วันนี้ หลังจากที่ติดขัดปัญหาทางด้านกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.เห็นชอบกรอบงบประมาณปี 2554 (ต.ค.54-ก.ย.55) โดยรัฐบาลจัดเก็บรายได้ 2.07 ล้านล้านบาท และมีรายได้ 1.65 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล 420,000 ล้านบาท แยกเป็นงบรายจ่ายประจำ 1.66 ล้านล้านบาท ส่วนงบรายจ่ายเพื่อการลงทุน อยู่ที่ 344,000 ล้านบาท ขณะที่งบชำระคืนเงินกู้ จำนวน 32,000 ล้านบาท

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=8827
วันที่ : 20 มีนาคม 62 5:00:40
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com