Muslimthai Focus : ปากีสถานเปลี่ยนแปลงกฏหมาย ซึ่งจะมีผลให้ตัดทอนอำนาจตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ตนเองนั่งครองอยู่ แทบไม่เหลือ

การเมืองปากีสถานที่ เต็มไปด้วยความขัดแย้ง วุ่นวายไม่แพ้ชาติใดในโลก เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อประธานาธิบดีอาซีฟ อาลี ซาร์ดารี ลงนามในร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปเมื่อวันจันทร์ ซึ่งจะมีผลให้ตัดทอนอำนาจตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ตนเองนั่งครองอยู่ แทบไม่เหลือ
   
นัยว่าเป็นการปฏิรูปกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศ แบบยกเครื่อง เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา และบั่นทอนอำนาจกองทัพ ที่เข้ามาแทรกแซงการปกครองบริหารของพลเรือนอยู่เรื่อย
   
หากยังไม่ลืม ซาร์ดารีผู้นี้คือสามีของนางเบนาซีร์ บุตโต อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง 2 สมัยของปากีสถาน ที่ถูกคนร้ายบุกสังหารด้วยระเบิด ขณะออกหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2550 กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
   
ร่างกฎหมายปฏิรูปฉบับนี้ ผ่านการรับรองจากทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ และนับจากนี้ไป อำนาจหลักในการบริหารประเทศ จะอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันคือนายยูซุฟ ราซา กิลานี และรัฐสภา
   
ลองมาดูจุดสำคัญ ในร่างกฎหมาย ประวัติศาสตร์ 102 มาตรา ของปากีสถาน หรือที่เรียกกันว่า การแก้ไขครั้งที่ 18 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2516
   
-ประธานาธิบดีจะเป็น “ประมุขของรัฐ” แต่ในนาม มีอำนาจแค่แต่งตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยุบรัฐสภา และแต่งตั้งผู้ว่าการจังหวัด โดยได้รับ “คำแนะนำ” จากนายกรัฐมนตรี
   
-ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจปลดนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป
   
-ศาลยุติธรรมไม่มีอำนาจออกคำสั่ง ยกเลิกรัฐธรรมนูญเป็นการชั่วคราว คณะกรรมการยุติธรรมจะเป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษา และประธานาธิบดีไม่มีอำนาจแต่งตั้งประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งอีกต่อไป
   
-ร่างกฎหมายฉบับนี้ยกเลิกบทมาตรา ที่ห้ามนายกรัฐมนตรีลงเลือกตั้งเกิน 2 สมัย ข้อนี้จะเปิดทางให้นายนาวาซ ชารีฟ นักการเมืองยอดนิย อดีตนายกฯ 2 สมัย และปัจจุบันเป็นผู้นำฝ่ายค้าน สามารถครองตำแหน่งนายกฯ ได้อีก
   
-ประธานาธิบดีสามารถประกาศภาวะฉุกเฉินได้ เฉพาะเมื่อสภาของจังหวัดที่เกิดปัญหา ลงมติรับรอง หรือประธานาธิบดีต้องเสนอ ขออนุมัติจากรัฐสภาเสียก่อน
   
-อำนาจประธานาธิบดีในการเสนอให้จัดการหยั่งเสียงประชามติ จะถูกยกเลิก เนื่องจากในอดีต ผู้นำเผด็จการทหารหลายคน มักใช้การลงประชามติ ผลักดันตัวเองขึ้นสู่ตำแหน่ง ผู้นำประเทศ โดยอ้างว่าได้รับเลือกจากประชาชน
   
-จังหวัดนอร์ธ เวสต์ ฟรอน เทียร์ ที่เรียกขานมาตั้งแต่สมัยตกอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ จะถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น จังหวัดไคห์เบอร์-ปัคทูนควา
   
-เพิ่มจำนวนที่นั่งในวุฒิสภา จากเดิม 100 เป็น 104 ที่นั่ง โดย 4 ที่นั่งที่เพิ่มใหม่ จะสงวนให้ชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมในปากีสถาน
   
หลายฝ่ายในปากีสถานตั้งความหวัง ผลจากร่างกฎหมายฉบับนี้ จะทำให้ความขัดแย้งทางการเมือง ผ่อนคลายลง และทำให้ประเทศชาติพัฒนา เดินหน้าตามนานาประเทศเสียที.

เลนซ์ ซูม

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=8713
วันที่ : 9 ธันวาคม 62 13:14:26
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com