Muslimthai Focus : แห่กว้านซื้อที่ดินปลูกยางพารา คนใต้เบนเข็มปักธงเหนือ-อีสาน

ราคายางพาราพุ่งไม่หยุดทะลุ 104 บาท/ก.ก. คนปักษ์ใต้พาเหรดกว้านซื้อที่ดินลงทุนปลูกยางในภาคเหนือ-อีสานสุดคึกคัก ขณะที่พื้นที่ภาคใต้เริ่มถึงจุดอิ่มตัวและหันไปปลูกปาล์มน้ำมัน ระบุภาคอีสานมีศักยภาพสูงยังปลูกยางได้อีก 6 ล้านไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาขายยางพารา ณ สำนักงานตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2553 ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ 100.83 บาท/ก.ก. ยางแผ่นรมควัน 104.19 บาท/ก.ก. ส่วนที่ตลาดกลางยางพาราที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ 100.73 บาท ยางแผ่นรมควัน 104.19 บาท/ก.ก. และตลาดกลางยางพาราที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ราคายางแผ่นดิบ 100.83 บาท/ก.ก. ยางแผ่นรมควัน 104.80 บาท/ก.ก. ส่วนน้ำยางสดอยู่ที่ 103.50 บาท/ก.ก. ราคายางพาราที่เพิ่มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้มีการลงทุน ปลูกยางที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในภาคเหนือและอีสาน

เจ้าของสวนยางพารารายหนึ่งในอำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ในขณะนี้ยังมีนักลงทุนในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้เดินทางไปกว้านซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน ราชบุรี เพชรบูรณ์ เพชรบุรี ลพบุรี เพื่อลงทุนปลูกยางพาราโดยรวมกลุ่มจัดตั้งบริษัทเพื่อจัดการสวนยางพาราในระดับมาตรฐานและครบวงจรทั้งระบบผลิตและแปรรูปส่งออก

ทั้งนี้ ปัจจัยที่สนับสนุนให้เจ้าของกิจการสวนยางพารารายใหญ่ในจังหวัดสงขลา เดินทางไปลงทุนปลูกยางพารานอกพื้นที่ภาคใต้ เพราะที่ดินราคายังถูกมาก และในบางพื้นที่มีสภาพเหมาะสมในการปลูกยางพารา เช่น ริมแม่น้ำโขงบริเวณพื้นที่เขื่อน ป่าสักชลสิทธิ์

ด้านนายเพิก เลิศวางพงศ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด (ขสยท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนปลูกสวนยางพารายังคงทะลักเข้าไปหาซื้อที่ดินที่เหมาะสมในการปลูกยางพารากันอย่างต่อเนื่องในเขตภาคอีสานและภาคเหนือ ส่วนใหญ่จะซื้อที่ดินรายละกว่า 100 ไร่ขึ้นไป หรือรวมตัวกันเพื่อซื้อที่ดินผืนใหญ่ในระดับ 1,000-10,000 ไร่ ซึ่งที่ดินยังมีราคาถูกประมาณ 2,000-3,000 บาท/ไร่เท่านั้น

สำหรับภาคอีสานมีที่ดินที่เหมาะสม ในการปลูกยางพาราประมาณ 9 ล้านไร่ ขณะนี้ได้ปลูกไปแล้วประมาณ 3 ล้านไร่ ส่วนภาคเหนือปลูกไปแล้วประมาณ 5 แสนไร่ ซึ่งที่ดินส่วนหนึ่งไม่เหมาะสมเพราะเป็นพื้นที่ภูเขาจึงไม่มีการส่งเสริมปลูกยางพารา

นายเพิกยังกล่าวอีกว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกที่ดินราคาจะสูงมากจึงไม่ได้รับความนิยม ส่วนภาคใต้เริ่มถึงจุดคงที่หรือถดถอยลงเพราะมีการหันไปลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันกันมากขึ้น
พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=7986
วันที่ : 28 มกราคม 64 3:23:18
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com