Muslimthai Focus : รายงานพิเศษ เรื่อง ตลาดแรงงานในซาอุดิอารระเบีย

รายงานพิเศษ เรื่อง ตลาดแรงงานในซาอุดิอารระเบีย

หลังจากมีความคืบหน้าในคดีฆาตกรรมนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียที่รอกันมากว่า 20 ปีแล้ว บรรยากาศหรือแนวโน้มสถานการณ์แรงงานของไทยในประเทศซาอุดิอาระเบียจะเป็นอย่างไร นภาเพ็ญ สุภโกศล มีรายงาน (ค่ะ/ครับ)-----

ภายหลังศาลอาญารับฟ้อง คดีฆาตกรรมนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย เป็นคดีดำ ทำให้ พล.ต.ท สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และพวกอีก 5 คน ตกเป็นจำเลย ซึ่งทำให้ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและซาอุดิอาระเบีย รวมถึงแนวโน้มที่ดีในการแก้ปัญหาสถานการณ์แรงงานไทยในซาอุดิอาระเบีย

นายสุภัท กุขุน รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ความคืบหน้าคดีดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของสองประเทศที่ตึงเครียดมากว่า 20 ปี จนถูกลดความสัมพันธ์ทางการทูตลง และส่งผลกระทบต่อจำนวนแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในซาอุดิอาระเบีย

“คดีความกับเรื่องแรงงานมันไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แต่ไปเชื่อมโยงกัน เนื่องจากมีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศซาอุดิอาระเบียเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จำนวน 2 แสนคน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในขณะนั้น ต่อมาเกิดคดีขโมยเพชรซาอุฯ ตามมาด้วยคดีอุ้มฆ่าทูต และล่าสุดคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจ ส่งผลให้การส่งคนงานไทยไปทำงานเกิดการชะลอตัวตามไปด้วย ประกอบกับโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ ก่อสร้างถนน สร้างท่อส่งน้ำมัน แท่นขุดเจาะน้ำมัน ในซาอุดิอาระเบียสิ้นสุดโครงการ ทำให้แรงงานเดินทางกลับประเทศ ในขณะที่ไม่มีโครงการใหม่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีแรงงานใหม่เข้าไป”

เมื่อความสัมพันธ์ของสองประเทศเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น จึงเป็นโอกาสที่กระทรวงแรงงานต้องหามาตรการรองรับขยายตลาดแรงงานไทยในซาอุดิอาระเบีย เนื่องจาก 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศซาอุดิอาระเบียถือเป็นตลาดทองของไทย ซึ่งรองอธิบดีกรมการจัดหางาน เชื่อว่า จะทำให้คนงานไทยกลับเข้าไปทำงานในซาอุดิอาระเบียได้อีกครั้ง เนื่องจากปัจจุบันซาอุดิอาระเบียกำลังมีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นใหม่ แน่นอนว่าแรงงานไทยจะได้รับโอกาสเข้าไปทำงาน ด้วยเหตุที่บริษัทลงทุนในซาอุดิอาระเบีย ทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น จะคุ้นเคยกับการจ้างแรงงานไทยมาก่อน

“กรมจัดหางานได้เตรียมความพร้อมระบบศูนย์ข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจจะไปทำงานที่ตะวันออกลาง และแอฟริกาเป็นการเฉพาะ เพื่อที่จะกระตุ้นให้แรงงานเตรียมพร้อมที่จะไปทำงานทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีความอดทนต่อสภาพอากาศและภูมิประเทศ รวมทั้งการพัฒนาฝีมือแรงงานของตนเอง ส่วนผู้รับอนุญาตจัดหางาน ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนจะต้องเตรียมหาข้อมูลต่างๆ เพราะระบบการจ้างงานใหม่ต้องรับผิดชอบจัดหาคน ส่งคน และฝึกให้กับแรงงานที่จะไปอยู่ต่างประเทศด้วย”

คดีฆาตรกรรมนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียที่มีความคืบหน้านี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะความหวังของแรงงานไทยที่อยากจะไปขุดทองที่ซาอุดิอาระเบียเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีให้รัฐบาลและกระทรวงแรงงานเตรียมพร้อมทั้งด้านนโยบายและบุคลากร ในการส่งคนไทยไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบีย รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยในสายตานานาชาติ

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=7009
วันที่ : 5 มิถุนายน 63 16:47:29
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com