Muslimthai Focus : พ่อสุดโชคดี! ได้ลูกวัย 5 ขวบคืน
พ่อของหนึ่งในหนูน้อยที่ถูกสาวแสบลักพาตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน โผล่ขอรับลูกสาวคืนแล้ว อ้างเมียเผลอหลับไปเลยถูกฉกลูก ด้าน พม.เร่งตามหาพ่อแม่เด็กอีก 2 คน  พงส.เตรียมนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้อง-ฝากขัง วันที่ 13 พ.ย.นี้ หนูน้อยแฉพฤติกรรมโจรสาวสุดแสบ ชวนนั่งรถเมล์เที่ยว แล้วให้กินยาจนสะลึมสะลือ ขณะที่ “วัลลภ” ฝากเตือนผู้ปกครอง ดูแลลูกหลานใกล้ชิด     
   
กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนางช้อน สีส่อง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดหนอง คาย ก่อเหตุลักพาตัว 2 พี่น้อง ด.ช.เอกภาพ อิศรางกูร หรือน้องขนุน อายุ 6 ขวบ และ ด.ญ.ธงทอง อิศรางกูร หรือน้องส้ม อายุ 5 ขวบ จากบริเวณท้องสนามหลวง ไปเร่ขายในหมู่บ้านนาโป่ง หมู่ 7 ต.ปะยาว จ.อุดรธานี นำตัวส่งพงส.สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. พ.ต.ต.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ สว.สส.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยว่าเบื้องต้นได้ควบคุมตัวนางช้อน สีส่อง อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาลักพาตัวเด็กจากท้องสนามหลวงไปไว้ที่บ้านใน จ.อุดรธานี ตามหมายจับของศาลอาญา ข้อหาปราศจากเหตุอันควรพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง ไว้ที่ห้องคุมขัง สน.ชนะสงคราม โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการส่งฟ้องศาล และฝากขังที่ศาลอาญา ในวันศุกร์ที่ 13 พ.ย.นี้
   
พ.ต.ต.สมยศ กล่าวต่อว่า ส่วน ด.ช. เอกภาพ หรือ “น้องขนุน” อิศรางกูร อายุ 6 ขวบ และ ด.ญ.ธงทอง หรือ “น้องส้ม”  อิศรางกูร อายุ 5 ขวบ ผู้เสียหายที่ถูกลักตัวไปขณะเดินเล่นอยู่ที่ท้องสนามหลวงนั้น นางปานทิพย์ อิศรางกูร อายุ 37 ปี มารดา ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ไว้แล้วเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ทำเรื่องส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อหาร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย เนื่องจากเด็กทั้ง 2 คน เล่าถึงพฤติกรรมนางช้อน ผู้ต้องหาว่าถูกชักชวนให้ไปเที่ยวด้วยกัน ก่อนจะพานั่งรถเมล์ออกจากสนามหลวง แล้วให้กินยาบางอย่างทำให้ง่วง สะลึมสะลือ หากขัดขืนจะถูกทุบตี
   
สว.สส.สน.ชนะสงคราม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ด.ญ.นฤภร หรือน้องอี๊ฟ สารพูนทรัพย์ อายุ 5 ขวบ บิดาชื่อนายเศกสิษฐ์ สารพูนทรัพย์ อายุ 39 ปี มารดาชื่อนางสุภพิชา สารพูนทรัพย์ อายุ 34 ปี อยู่ที่ซอยคู้บอน 27 แยก 35 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน ที่ถูกลักพาตัวมาพร้อมกับน้องส้มและน้องขนุนนั้น ขณะนี้อยู่ในความดูแลของสถานสังคมสงเคราะห์ จ.อุดรธานี เบื้องต้นเราได้เบาะแสแล้ว รวมทั้งวันนี้ได้มีชาวบ้านจาก จ.พิษณุโลก โทรศัพท์เข้ามาสอบถามรูปพรรณสัณฐานว่า ตรงกับลูกของตัวเองที่หายตัวไปหรือไม่ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือไม่ เจ้าหน้าที่จึงส่งรูปถ่ายไปให้ดูก่อน ส่วนกรณีเด็กหญิงอายุ 5 ขวบอีกราย ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าลักพาตัวจากสนามหลวงเมื่อปี 2550 แล้วนำไปให้สองสามีภรรยาคู่หนึ่งใน จ.อุดรธานี อุปการะนั้น ทางเจ้าหน้าที่กำลังตามหาตัวอยู่ “ส่วนกรณีนางช้อน ผู้ต้องหา อ้างว่าตัวเองมีอาการทางประสาท ต้องกินยาระงับประสาทจากโรงพยาบาลศรีธัญญาอยู่เป็นประจำ เราคงต้องรอให้แพทย์ทางระบบประสาท และแพทย์จิตวิทยา ตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่า เป็นโรคประสาทจริงหรือไม่ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป” พ.ต.ต.สมยศ กล่าวตอนท้าย
   
ด้านนายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือเด็กอีก 2 คน คือ ด.ญ.นงเยาว์ และด.ญ.เพชรรัตน์ อายุ 6 ขวบ ที่ถูกนางช้อน สีส่อง ลักพาตัวมาก่อนหน้านี้ โดยเปลี่ยนชื่อนามสกุลเด็กใหม่ด้วยว่า ขณะนี้เด็กทั้ง 2 คน อยู่ในความดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.อุดรธานี แล้ว แต่ยังไม่มีใครมาแสดงตัวว่าเป็นญาติ ซึ่งหากรู้เป็นที่แน่นอนแล้วว่าพ่อแม่ และญาติของเด็กอยู่ในจังหวัดใด ก็จะนำตัวเด็กไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวในจังหวัดนั้น ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการส่งเด็กคืนสู่ครอบครัวที่แท้จริง ฝากเตือนผู้ปกครองให้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด และสอนอย่าให้บุตรหลานเชื่อคนง่าย รวมถึงฝากคนในชุมชนเดียวกันร่วมกันสอดส่อง โดยเฉพาะหากพบเด็กในบ้านใด ที่แปลกหน้าเพิ่งเข้ามา และมีอาการเหม่อลอย สะลึมสะลือ หรือมีอาการขัดขืนคนในครอบครัวอย่างผิดปกติ ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแจ้งเข้ามาที่ศูนย์ประชาบดี โทร. 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
   
ต่อมาเวลา 21.30 น. นายจ่อย ลากุล อายุ 48 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาที่ สน.ชนะสงคราม พร้อมด้วย ด.ช.สมนึก ลากุล อายุ 10 ขวบ เข้าพบ พ.ต.ท.บรรยง แตงมั่งคง รอง ผกก.สส.และ พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ สว.สส.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนางช้อน ศรีส่อง ผู้ต้องหาที่ลักพาตัว ด.ช.เอกภพ และด.ญ.ธงทอง อิศรางกูร บุตรของนางปานทิพย์ อิศรางกูร แม่ค้าขายของย่านสนามหลวง ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2550 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงคราม กับ สภ.ศรีธาตุ ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา   ไว้ได้ขณะที่นำตัวเด็กทั้งสองไปเพื่อเร่ขายที่ จ.อุดรธานี และทำการขยายผลช่วยเหลือ ด.ญ.อายุ 5 ขวบและ 8 ขวบได้อีก 2 ราย โดย 1 ใน 2 รายนั้นเป็นบุตรสาวของนายจ่อย ชื่อ ด.ญ.สมหญิง ลากุล หรือน้องหญิง อายุ 5  ขวบ ที่ถูกคนร้ายลักพาตัวไปจากสนามหลวงตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2550
   
นายจ่อยให้การว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี แจ้งมายังตนว่าพบบุตรสาวของตนที่หายตัวไปแล้ว หลังถูกนางช้อนลักพาตัวมาขายให้กับครอบครัวหนึ่งใน จ.อุดรธานี ตนจึงรีบเดินทางมาจากบ้านที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนำหลักฐานเป็นสูติบัตรของ ด.ญ.สมหญิง รวมทั้งรูปถ่าย และทะเบียนบ้านมามอบให้เป็นหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา โดยก่อนหน้าที่น้องหญิง บุตรสาวจะหายตัวไป นางบุญนำ ทิบโสต อายุ 30 ปี ภรรยาที่แยกทางกัน ได้เดินทางมาทำงานในกรุงเทพฯ โดยนำน้องหญิงมาด้วย ขณะอดีตภรรยานอนหลับอยู่แถวสนามหลวง ได้ปล่อยให้น้องหญิงวิ่งเล่นกับพี่ชายก่อนจะหายตัวไป ตนมาทราบเรื่องหลังจากเกิดเหตุ 4 เดือน โดยที่อดีตภรรยาไม่ได้แจ้งความอะไรไว้เลย ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา และพยายามออกตามหาบุตรสาวจนหมดเงินไปหลายหมื่นบาทแต่ก็ไม่พบตัว กระทั่งมาพบตัวในที่สุด
   
ด้าน พ.ต.ท.บรรยง กล่าวว่า ขณะนี้ทางน้องหญิงอยู่ในความดูแลของสังคมสงเคราะห์ จ.อุดรธานี ตามกระบวนการ ซึ่งทางตนจะทำหนังสือ และหลักฐานที่ทางบิดาของเด็กที่นำมามอบไว้ ประสานไปยัง สภ.ศรีธาตุ และสังคมสงเคราะห์ จ.อุดรธานีในเรื่องขั้นตอนการขอรับตัวน้องหญิงกลับมาสู่ครอบครัวว่าต้องมี ขั้นตอนอย่างไรบ้าง ซึ่งหากหลักฐานที่นำมามอบให้ไม่เพียงพอก็อาจจะต้องมีการเจาะพิสูจน์ดีเอ็นเอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับตัวต่อไป.
พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=5757
วันที่ : 17 สิงหาคม 62 22:53:35
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com