Muslimthai Focus : ชีวิตเหมือนดั่งนิยาย สลด"นายพล"ตกอับ เมียทิ้ง-ไร้ที่อยู่อาศัย

ชีวิตเหมือนดั่งนิยาย สลด"นายพล"ตกอับ เมียทิ้ง-ไร้ที่อยู่อาศัย

ชีวิตเหมือนดั่งนิยาย...!?!

ใครจะไปรู้ว่าบั้นปลายชีวิตของนายทหารระดับ "พลตรี" เป็นถึงอดีตรองเจ้ากรมแผนที่ทหาร จะต้องมาตกอับถึงขนาดไม่มีบ้านจะซุกหัวนอน เงินไม่มีใช้ ไม่มีแม้กระทั่งที่อยู่อาศัย ต้องเร่ร่อนไปหาที่หลับนอนตามใต้สะพานลอยอย่างน่าอนาถใจ

เป็นถึงนายพลไม่น่าตกอับขนาดนี้!!?

ละครชีวิตฉากนี้เกิดขึ้นกับพล.ต.เหรียญ หิรัญบำรุง อายุ 84 ปี อดีตรองเจ้ากรมแผนที่ทหาร ที่ชีวิตพลิกผันหลังจากเจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานจนตาบอด และพิการเดินไม่ได้ อีกทั้งยังถูกภรรยาใหม่ทอดทิ้ง ขนเอาทรัพย์สินไป จนลูก สาวที่เกิดกับภรรยาเก่าต้องมารับเลี้ยงดู แต่ก็มีปัญหาเพราะฐานะยากจน ประกอบกับแม่ซึ่งเป็นเมียเก่าของพล.ต.เหรียญ ก็เป็นโรคประสาท คอยอาละวาดพล.ต.เหรียญ จนอยู่บ้านเดียวกันไม่ได้

สุดท้ายลูกสาวต้องพาพ่อเร่ร่อนไปหาที่นอนตามใต้สะพานลอย จนอดีตนายพลเริ่มท้อแท้ในโชคชะตาชีวิตคิดฆ่าตัวตาย

เป็นฝันร้ายที่เกิดกับนายพลคนนี้

ย้อนไปดูเรื่องราวครั้งนี้ เกิดขึ้นตอนเที่ยง วันที่ 11 ต.ค. ที่ใต้สะพานข้ามคลองภาษีเจริญ ภายในซอยเพชรเกษม 23 แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ มีผู้คนจำนวนมากจับกลุ่มยืนดูชายชราที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยความเห็นใจ

เห็นใจที่ชายแก่คนนั้น นั่งร้องไห้ฟูมฟาย พูดบ่นอยู่อย่างเดียวว่าอยากตาย ขอให้ใครก็ได้ช่วยผลักรถเข็นให้ตกลงไปในคลอง ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

ใครผ่านมาผ่านไปเป็นต้องหยุดดูภาพสลด!!

ชายชราคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ พล.ต.เหรียญ อดีตรองเจ้ากรมแผนที่ทหาร ซึ่งเคยเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ แต่บัดนี้ทิ้งคราบนายทหารระดับสูงลงอย่างสิ้นเชิง นั่งคอตกร้องไห้อยู่บนรถเข็นคนพิการ ในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ข้างกายมีนางสุนันทา หิรัญบำรุง อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวยืนปลอบใจอยู่ใกล้ๆ ให้คนเป็นพ่อสงบสติอารมณ์ เพราะคงไม่มีใครช่วยอะไรได้



ชาวบ้านทำได้เพียงร้องห้ามด้วยความสงสาร...

ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ชาวบ้านบางคนอดรนทนไม่ไหว รีบโทร.แจ้งสื่อมวลชนให้มาทำข่าวมุมชีวิตของนายพลคนนี้ เมื่อนักข่าวเดินทางมาถึงได้พูดคุยกับนางสุนันทา ซึ่งเธอเล่าทั้งน้ำตาว่า พ่อเคยเป็นอดีตนายทหารยศ พล.ต. รับราชการในกระทรวงกลาโหม ตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองเจ้ากรมแผนที่ทหาร จบโรงเรียนเสนาธิการทหาร รุ่น 2 ก่อนจะรับราชการในกรมแผนที่ทหารมาตลอดอายุราชการ

"สุนันทา" บอกว่า ตนเองเป็นลูกสาวที่เกิดกับภรรยาคนเก่า ซึ่งพ่อกับแม่แต่งงานกันแต่เลิกรากันไปกว่า 40 ปีแล้ว จากนั้นพ่อก็มีภรรยาใหม่ แต่ก็ยังเลี้ยงดูส่งเสียตนอยู่ จนกระทั่ง เมื่อปี 2550 ตนได้รับโทรศัพท์จากภรรยาใหม่ของพ่อว่าให้มารับพ่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงกลับพบว่าพ่ออยู่ในสภาพที่ตนแทบจำไม่ได้ คือนั่งรถเข็น และตามองไม่เห็น แต่ไม่พบภรรยาใหม่และลูกๆ ของพ่อแต่อย่างใด จึงตามไปบ้านคุณพ่อ ที่หมู่บ้านภาณุรังษี ย่าน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ที่คุณพ่อซื้อไว้ พบว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกขายไปก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ ยังทราบว่าทางภรรยาใหม่และลูกๆ นั้นได้เบิกเงินสดทั้งจากธนาคาร ทั้งเงินบำนาญต่างๆ ของคุณพ่อไปหมดแล้วด้วย ตนจึงต้องพาพ่อกลับมาอยู่ที่บ้าน

นางสุนันทา เล่าทั้งน้ำตาอีกว่า เมื่อพาพ่อกลับมาบ้าน คุณแม่ของตนคือนางวิเชียร หิรัญบำรุง อายุ 82 ปี ซึ่งมีอาการทางประสาทอยู่แล้ว ก็ไม่พอใจ พยายามจะทำร้ายคุณพ่อต่างๆ นานา จนอยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะเกรงถูกแม่ทำร้าย บางครั้งถึงขนาดจะเอามีดแทงเลยทีเดียว เลยต้องพาพ่อออกจากบ้านหาที่อยู่ไปเรื่อยๆ

"ทุกวันนี้ฉันก็เริ่มทำงานไม่ไหว เพราะอายุ 60 กว่าแล้ว ก็ได้แต่รับจ้างทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ รายรับไม่พอรายจ่าย เพราะฉันเองก็ป่วยต้องใช้เงินรักษาพยาบาลเดือนละ 2 หมื่นกว่าบาท จะปล่อยพ่อไว้ที่บ้านก็ไม่ได้ เคยพาพ่อไปพักตามห้องเช่า แต่ก็ต้องเลิกเพราะเงินหมด ที่ผ่านมา ต้องกู้หนี้ยืมสินกว่า 2 แสนบาทแล้ว สุดท้ายต้องพาพ่อออกมากินนอนใต้สะพานข้ามคลองใกล้บ้านไปตามยถากรรม" นางสุนันทา กล่าวทิ้งท้าย



และยังบอกด้วยว่า นอกจากนี้ พ่อยังเคยโดนตำรวจจับเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองอีกด้วย

นางสุนันทา กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยไปขอความช่วยเหลือจากศูนย์ประชาบดี บ้านพักคนชรา ไปมาหมดทุกที่ หรือแม้กระทั่งสำนักนายกรัฐมนตรีก็ไป แต่ก็ไม่ได้รับการดูแล มีเพียงแค่ร.พ.พระมงกุฎฯเท่านั้น ที่ช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล

ท้ายที่สุดของการพูดคุยกัน นางสุนันทา บอกขอเพียงต้องการแค่ที่อยู่ให้คุณพ่อได้หลับนอนอย่างปลอดภัยเท่านั้น เพราะสงสารพ่อมาก จะพาเข้าบ้านก็ไม่ได้ อยากวอนผู้ใจบุญหรือหน่วยงานที่พ่อเคยสังกัดให้ความช่วยเหลือ เพราะสงสารพ่อมาก

ขณะที่พล.ต. เหรียญ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เคยเป็นอดีตรองเจ้ากรมแผนที่ทหาร เคยตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับใช้เวลาทรงงานในพื้นที่ทุรกันดาร เพื่อ ทำแผนที่ จนกระทั่งเกษียณราชการ ต่อมาเริ่มเป็นเบาหวานจนกระทั่งตามองไม่เห็นและเดินไม่ได้ และถูกภรรยาคนใหม่ทิ้งไปในที่สุด ทุกวันนี้ตนรู้สึกสงสารลูกสาวมากที่ต้องมาดูแล ทั้งนี้ ลูกสาวอยากให้ตนทำเรื่องถวายฎีกาขอความช่วยเหลือ แต่ตนไม่อยากทำ เพราะไม่อยากรบกวนเบื้องพระยุคลบาท

"ผมอยากตายเพราะว่าลูกจะได้นำเงินจากการสงเคราะห์ทหารไปใช้หนี้ที่กู้นอกระบบมาเลี้ยงดู และก็ไม่อยากให้เป็นภาระของลูกสาวคนนี้ที่เริ่มแก่ตัวแล้ว" พล.ต.เหรียญ กล่าว

เมื่อเรื่องนี้เป็นข่าวแพร่สะพัดออกไป มีหลายหน่วยงานยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นกรมแผนที่ทหาร ซึ่งเป็นต้นสังกัด และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รีบเข้ามาดูแลพล.ต.เหรียญ ทันที เบื้องต้นทางทหารมอบเงินช่วยเหลือให้จำนวนหนึ่ง และยังได้ประสานไปยังบ้านพักคนชราบางแคเพื่อหาที่พักพิงให้

นอกจากนี้ ทางองค์การทหารผ่านศึกยังได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้อีกจำนวนหนึ่งด้วย

พ.อ.ชัยวัฒน์ พรมทอง ผอ.กองกำลังพล กรมแผนที่ทหาร เปิดเผยว่า กรมแผนที่ทหารทราบเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ปี 2550 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องราว ก็รีบแจ้งให้พล.ท.อมรเทพ โรจนสโรช เจ้ากรมแผนที่ทหารทราบ ท่านก็รีบสั่งการไปยังพ.อ.โกศล เนียมถนอม นำเงินไปมอบเพื่อช่วยเหลือ 50,000 บาท และดูแลสภาพความเป็นอยู่ให้ในเบื้องต้น

"ทางกรมแผนที่ไม่ค่อยทราบเรื่องราวชีวิตท่าน เพราะท่านเกษียณไป 23 ปีแล้ว แต่ทราบว่าท่านมีปัญหาครอบครัว แต่ก็ไม่นึกว่าจะรุนแรง เมื่อเป็นข่าวท่านเจ้ากรมแผนที่ทหารก็เห็นใจ เพราะท่านเป็นถึงอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ก็ได้สั่งการให้ดำเนินการดูแล และอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน โดยให้เจ้าหน้าที่ประสานเวลาท่านจะไปหาหมอ โดยจะเป็นผู้นำรถไปรับส่งท่าน และติดต่อแพทย์ พยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้ท่าน" พ.อ.ชัยวัฒน์ กล่าว

หลังได้รับการช่วยเหลือ ดูเหมือนพล.ต.เหรียญจะกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง อาการเครียดที่เคยมีได้หายไป สุขภาพจิตเริ่มดีขึ้น ไม่คิดฆ่าตัวตายเหมือนเมื่อก่อน

สำหรับพล.ต.เหรียญ จบการศึกษาจากโรงเรียนนายทหารแผนที่ รุ่นแรก เมื่อปี 2491 เป็นหลักสูตร 6 ปี ซึ่งปัจจุบันนายทหารเหล่าแผนที่ รุ่น 1 เสียชีวิตหมดแล้ว เหลือเพียงพล.ต.เหรียญ เพียงคนเดียวเท่านั้น

ช่วงชะตาชีวิตช่างผกผัน

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=5436
วันที่ : 22 ตุลาคม 62 1:59:28
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com