Muslimthai Focus : จังหวัดนราธิวาส รุกเดินเครื่องแก้ไข-พัฒนาจังหวัด

เดลินิวส์ : ตั้งเป้าสร้างสันติสุข...ยกคุณภาพชีวิตประชาชน

จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีอาณาเขตติดต่อกับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย มีวิสัยทัศน์ “เมืองนราน่าอยู่ ประตูการค้าชายแดน เป็นดินแดนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เมืองหลักแหล่งผลิตการเกษตร พัฒนาเป็นกรณีพิเศษด้านการศึกษา ขยายผลโครงการพระราชดำริตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง” ปัจจุบันมี นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ก็ได้เดินหน้าปฏิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหาในทุกรูปแบบ พร้อมดำเนินการพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ จากกลุ่มผู้ที่ไม่หวังดีก็ไม่หวั่น โดยมีเป้าหมายในการลดสถิติ อาชญากรรมและเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัด เพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลิตภัณฑ์, เพิ่มมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชน, ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ขยายโอกาสในการประกอบอาชีพให้  กับประชาชน, ลดปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ, ลดปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
   
ผลงานในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา ของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มีผู้ทรงคุณวุฒิได้ทำการศึกษาและวิจัย มี ผศ. มานพ จิตต์ภูษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนา จังหวัด สำนักงานจังหวัดนราธิวาส, นายอับดุลอาซิส เจ๊ะมามะ รองประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาส, ว่าที่ ร.ท.ดิลก ศิริวัลลภ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการ  จังหวัดนราธิวาส, นางวิลาวัณย์ ต่วนเพ็ง นายกเทศมนตรี ตำบลยี่งอ
   
นายวินัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ดำเนินงานนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล อันดับแรก เรื่องยาเสพติด ทางจังหวัดได้เร่งดำเนินการในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส ตามคำสั่งจังหวัดนราธิวาสที่ 821/2552 ลงวันที่ 29 เมษายน 2552 เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล โดยกำหนดให้มีคณะทำงานตามยุทธศาสตร์ 5 รั้ว คือ รั้วชายแดน, รั้วชุมชน, รั้วสังคม, รั้วโรงเรียน, รั้วครอบครัว พร้อม 2 มาตรการด้านการปราบปรามกับการบำบัด เรื่องการจัดระเบียบสังคม จัดระเบียบสังคมโดยขอความร่วมมือกับอำเภอต่าง ๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยลดพื้นที่เสี่ยงหรือปัจจัยที่ส่งผลลบต่อเยาวชนทั้งสถานบริการ บันเทิง หอพัก ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต แหล่งมั่วสุม และกลุ่มแก๊งอื่น ๆ  นอกนั้นยังให้เพิ่มพื้นที่บวกหรือพื้นที่ดี เพื่อ    ให้เยาวชนและประชาชนจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ พร้อมทั้งมีการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์สร้างการมีส่วนร่วมของสังคมในกิจกรรม  การจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ เรื่องโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ทางจังหวัดเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีกิจกรรมคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการตลาด การผลิต การบริหารจัดการ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางด้านการตลาดให้มีคุณภาพเป็นที่ยอม  รับและต้องการของตลาด และในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ทางจังหวัดได้นำสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิต ภัณฑ์ จำหน่ายตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัด และกรุงเทพมหานคร เรื่องกองทุนหมู่บ้าน ทางจังหวัดได้ดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองจังหวัดนราธิ  วาส จังหวัดนราธิ  วาส มี 13 อำเภอ มี 593 กองทุน แยกเป็นกองทุน  หมู่บ้าน 560 กองทุน ชุมชนเมือง 33 ชุมชน มีผลงานเด่นกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง ที่ผ่านมาคือ กองทุนหมู่บ้านบ้านโคกยาง หมู่ 5 ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ กับกองทุนหมู่บ้านปิเหล็ง หมู่ 10 ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะ   ไอร้อง เรื่องโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ทางจังหวัดได้ดำเนินโครงการทั้ง 13 อำเภอ ผลของโครงการเข้าเป้าตามที่วางไว้
   
นอกจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังได้จัดโครงการประกวดเขียนเรียงความในระดับนักเรียน นักศึกษา ประจำปี 2552, โครงการพบปะนักเรียน นักศึกษาหน้าเสาธง, โครงการ “ผู้ว่าฯวินัย พบประชาชน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียง, โครงการรายการเล่าเรื่องเมืองนราฯ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ช่อง 11, โครงการด้านการรักษาความมั่นคงและการรุกทางสังคมจิตวิทยา, และกรณีเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธยิงเข้าไปในมัสยิดบ้านไอร์ปาแย ทางจังหวัดได้ช่วยเหลือ   เยียวยาเบื้องต้น 9 ราย เป็นเงิน 1,080,000 บาท พร้อมสิ่งของอุปโภค-บริโภค แก่ญาติผู้ได้รับผลกระทบ นอกจากนั้นโครงการพัฒนาปาล์มน้ำมันครบวงจร ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นให้ได้ 100,000 ไร่ ภายในปี 2554 ทางจังหวัดได้อนุมัติงบพัฒนาให้ส่วนราชการต่าง ๆ ดำเนินการปลูกปาล์มน้ำมันลักษณะบูรณาการ ส่วนโรงงานผลิตน้ำมันขณะนี้ไม่เพียงพอทางจังหวัดกำลังดำเนินการก่อสร้างเพื่อความสะดวกของเกษตรกร สำหรับงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทางจังหวัดได้ติดตามให้ความร่วมมือทุกโครงการไม่ว่าจะเป็น โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บ้านโคกโก ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี, โครงการนาข้าวขั้นบันได, โครงการธนาคารข้าว, โครงการพัฒนาดินเปรี้ยวบ้านโคกอิฐ-โคกใน, โครงการศึกษาพัฒนาการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และโครงการอื่น ๆ อีกหลายโครงการ
   
ทางด้านนายวินัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวทิ้งท้ายว่า...พวกเราที่พำนักอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย่อมจะมีหน้าที่ตรงกันคือ “นอกจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลเช่นเดียวกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศแล้ว ยังต้องร่วมกันปฏิบัติเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพิเศษอีกด้วย” ซึ่งในพื้นที่ของเรานี้ มีปัญหาสำคัญอยู่สองด้านด้วยกัน คือ ปัญหาด้านสังคมจิตวิทยาและปัญหาด้านความไม่สงบ ดังนั้นพวกเราทุกคนจึงมีหน้าที่พิเศษร่วมกัน  ต้องช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นมาให้ได้ใน 4 ประเด็น 1. ลดช่องว่างระหว่างราชการกับประชาชน 2. สร้างความสมานฉันท์ระหว่างไทยพุทธ-ไทยมุสลิม 3. ชี้แจงและปรับความคิดให้ถูกต้อง 4. เข้าหามวลชนให้มากขึ้น (เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา) ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายที่ยั่งยืน คือ ร่วมกันสร้าง   “สันติสุข” ในสังคมของเรา
   
ปัญหาความไม่สงบ ทุกคนล้วนช่วยเหลือกันและกันได้ ในการช่วยกันดูแลสอดส่อง แจ้งเบาะแสบุคคลที่ทางการต้องการตัว เมื่อปัญหาความไม่สงบคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น คุณภาพชีวิต และปัญหาปากท้องก็ต้องร่วมมือในการแก้ไข และช่วยเหลือกัน    ต่อไป.

นรินทร์ เทพพิรุณ

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=4960
วันที่ : 21 สิงหาคม 62 11:05:38
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com