Muslimthai Focus : ตีความวาระรัฐบาล "ปู" รื้อ "กฎหมาย" ร่าง "กฎ(เพื่อ)แม้ว"

"วิษณุ" ตีความวาระรัฐบาล "ปู" รื้อ "กฎหมาย" ร่าง "กฎ(เพื่อ)แม้ว"

"..มันเป็นเดิมพันสำหรับคนคนเดียว และมันแลกกับการที่ประเทศต้องมาชุลมุนกับเรื่องนี้เรื่องเดียว ทำอย่างไรจะให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องของประเทศทั้งประเทศ.."

เมื่อ "ปฏิทินการเมือง" ชัดเจนขึ้นตามลำดับ

เมื่อ "สภาผู้แทนราษฎร" เรียกประชุมนัดแรกเพื่อลงมติเลือกประธานและรองประธานสภา

เมื่อ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ตัดชุดขาวรอก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ "นายกรัฐมนตรีคนที่ 28" เต็มขั้น ก่อนปลุกปั้น "คณะรัฐมนตรีชุดที่ 60" และเริ่มบริหารราชการแผ่นดินภายในเดือนสิงหาคม

ทั้ง "ปัญหาหลัก" และ "ปัญหาจร" จึงจ่อคิว พร้อมจู่โจมเข้าใส่รัฐบาลทุกเมื่อ

บุคคลที่เคยนั่งอยู่ในห้องประชุม ครม.นาน 15 ปี ช่วยงานรัฐบาล 10 ชุด รับใช้นายกฯ 7 คน ทั้งในสถานะ "เลขาธิการ ครม." และ "รองนายกรัฐมนตรี" นาม "วิษณุ เครืองาม" มองเห็น "ปัญหาใหญ่" รอทดสอบ "ปัญญา-ประสิทธิภาพ" ของรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" อย่างน้อย 4 เรื่อง

"หนึ่ง" คือ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการแทนผู้เกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเวลาค่อนข้างกระชั้น เพราะต้องบวกเวลาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งด้วย โดยปกติควรแล้วเสร็จในช่วงต้น หรือกลางเดือนกันยายน เพื่อให้ระดับล่างได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพราะถ้าตั้งระดับสูงช้า ระดับล่างก็ช้าตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี หากถึงวัน ว. เวลา น. แล้วโผยังไม่คลอด ก็ไม่เกิดปัญหา "สุญญากาศ" เนื่องจากมีระดับรองลงไปรักษาราชการแทนอยู่แล้ว เพียงแต่อำนาจไม่เต็ม 100 เหมือนตัวจริง

"สอง" คือ กฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ซึ่งรัฐบาลใหม่มีสิทธิทบทวนแก้ไขรายการงบประมาณที่รัฐบาลชุดเก่าเตรียมการไว้ ก่อนเสนอ ครม.นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาและวุฒิสภา ทำให้งบประมาณที่ควรใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ต้องช้าออกไป 3 เดือน แม้ไม่เป็นปัญหาเพราะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิธีการงบประมาณ และรัฐธรรมนูญให้ใช้กฎหมายงบประมาณปีเก่าไปพลางก่อน แต่มีข้อจำกัดคือสิ่งใดที่ไม่เคยปรากฏในกฎหมายงบประมาณปีเก่า ไม่สามารถเบิกจ่ายใหม่ได้

"สิ่งที่รัฐบาลใหม่สัญญาไว้มีหลายเรื่อง ซึ่งมันไม่มีในรายการกฎหมายงบประมาณเก่าแน่ ก็แปลว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องช้าอย่างน้อย 3 เดือน" วิษณุย้ำ

นั่นหมายความว่า นโยบาย "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" หมดสิทธิเห็นผลเป็นรูปธรรมในห้วง 3 เดือนนี้!

"สาม" คือ การจัดทำแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ที่ต้องล่าออกจากกำหนดวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งแม้เป็นเพียง "แผน" แต่ก็เปรียบเสมือน "เข็มทิศ" นำทาง

และ "สี่" กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ซึ่งเหลือเวลาจัดทำอีกเพียง 3 ปีครึ่ง

เหล่านี้คือ "ข้อกฎหมายจร" ที่เกิดจาก "ปัญหาจร" แม้ไม่ใช่เรื่องหลักที่ต้องทำ แต่เมื่อมาถึงตัวก็จำต้องทำอย่างมิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้

"ผู้ร่วมวง ครม.หลายชุด" เล่าว่า หลายรัฐบาลไม่ได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจ เพราะต้องทุ่มเวลา เทงบประมาณ ถมทรัพยากรและบุคลากรไปกับการแก้ไข "ปัญหาจร" ดังนั้น หากรัฐบาลสามารถสร้าง "ความฝัน" ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ให้กลายเป็น "ความจริง" ได้แม้เพียงครึ่งหนึ่ง ก็ถือเป็นบุญมากแล้ว

หลายฝ่ายเชื่อว่า "ความใฝ่ฝันอันสูงสุด" ของรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" คือการล้างผิดให้ "พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี เขาขอกระตุกให้ฉุกคิด โดยแนะให้แยกแยะบทบาทให้ดี เพราะถ้าเป็นเรื่อง "พ.ต.ท.ทักษิณ" ย่อมไม่ใช่เรื่องของ "รัฐบาล"

จึงไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายบริหารจะกระโดดเข้าไปแก้ไข ถ้าจะแก้ไขก็ต้องให้เป็นประโยชน์แก่คนอื่นๆ ด้วย และต้องแก้ให้ถูกจุด ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า 1.จะแก้อะไร 2.จะแก้ทำไม

แต่คนใน "พรรคทักษิณ" พูดกันมากว่าจะทำให้ "คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)" เป็นโมฆะ

"วิษณุ" สวนทันควัน "ณ วันนี้พูดอย่างนั้นคงไม่ได้ เพราะคำพิพากษาหลายฉบับวินิจฉัยยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำได้ และมีอำนาจ การโต้แย้งก็แย้งไป แย้งทีใด ศาลก็ไม่เห็นด้วย และยืนยันว่ามีอำนาจในทุกคดีเสมอมา ดังนั้น จะบอกว่าไม่มีอำนาจ มันก็เหมือนปากแข็งน่ะ นี่พูดถึง ณ สถานะในวันนี้ แต่ถ้าเราทำให้สถานะเปลี่ยนไป มีกฎหมายมากำหนดให้ คตส.ไม่มีอำนาจ สิ่งใดที่ทำไปถือว่าใช้ไม่ได้ โดยหลักคือมันจะมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งไม่มีประโยชน์ เพราะวันนี้ไม่มี คตส.อีกแล้ว การจะย้อนกลับไปว่าสิ่งที่ คตส.ทำมาในอดีตถือว่าไม่มี เพราะเสมือนหนึ่งไม่เคยมี คตส.เลยนั้น ผมคิดว่ามันเป็นปัญหาทั้งในทางกฎหมาย และปัญหาในทางจัดการ หลายเรื่อง คตส.บอกว่าไม่มีความผิด ก็ไม่แน่ว่าจะไม่เป็นความผิด ทีนี้จะไปยุ่งกันใหญ่ เริ่มกันใหม่

"ก็มีการท้าทายกันว่าเอาสิ กล้าสิ ฟ้องสิ ถือว่าฉันอยู่ในอำนาจ ไม่ได้หรอก หลายเรื่องคุณลงไป เขาก็ยังฟ้องได้นะ และเราไม่เคยทำประเภทที่ว่าศาลได้ตัดสินแล้วว่าผิด หรือไม่ผิด โดยเฉพาะเมื่อศาลนั้นคือศาลฎีกา แล้วมาบอกเสมือนหนึ่งว่าไม่เคยมี คตส.เลย มันคงยากที่จะกลับไปย้อนทำอย่างนั้น และตรงนี้จะทำให้เกิดการโต้เถียงกันมาก จนในที่สุดคนที่คิดเช่นนี้จะบริหารประเทศอย่างไม่ปกติสุข และจะเกิดความแตกแยกครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้งในบ้านเมือง"

เดิมพันเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" เพียงพอต่อการไล่ทุบองค์กรที่ไม่เหลือรูปแล้วหรือไม่?

"มันเป็นเดิมพันสำหรับคนคนเดียว และมันแลกกับการที่ประเทศต้องมาชุลมุนกับเรื่องนี้เรื่องเดียว ทำอย่างไรจะให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องของประเทศทั้งประเทศ?" บริกรด้านกฎหมายตั้งคำถามกลับ

ก่อนเฉลย "คำตอบเก่า" ในครั้งที่ "คนไทยหลายสิบล้านคน" ยอมสาละวนอยู่กับเรื่องของคนเพียง "3 คน"

เมื่อ "อุทัย พิมพ์ใจชน" กับพวกรวม 3 คน ถูกคณะปฏิวัติสั่งจำคุก 10 ปี หลังเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง "จอมพลถนอม กิตติขจร" ว่าเป็นกบฏจากการยึดอำนาจตัวเองเมื่อปี 2514

ต่อมาเมื่อ "จอมพลถนอม" สิ้นอำนาจ การหน่วงเหนี่ยวอิสรภาพของ "อุทัยกับพวก" หาได้สิ้นตามอายุขัยทางการเมืองของ "จอมพล" ไม่

ร้อนถึงสภาต้องออก พ.ร.บ. ให้ "3 นักการเมือง" เดินออกมาจากคุกโดยไม่มีความผิด

"ตอนนั้นสภาต้องชุลมุนกับการออกกฎหมายให้คน 2-3 คน แต่เป็นความต้องการ และเข้าใจว่าไม่มีผู้ใดคัดค้าน เพราะมองเห็นความไม่เป็นธรรมจริง ทำอย่างไรจะให้กรณีคุณทักษิณเกิดความรู้สึกอย่างนั้นขึ้นมาแก่คนทั้งประเทศ ไม่ใช่แก่สมาชิกในสภาเท่านั้น คำถามนั้นก็ต้องเอากลับมาถามตอนนี้ว่า การจะออก พ.ร.บ. หรือแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้คุณทักษิณได้ประโยชน์คืนมาอย่างเดิมเนี่ย มันถูกต้อง เป็นธรรมไหมที่คุณทักษิณโดนอย่างนี้ ถ้าคิดว่าไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม ก็ออกเป็นกฎหมายมา แต่กรณีคุณทักษิณจะซับซ้อนกว่า เพราะพอจบเรื่องนี้ก็มีเรื่องใหม่ตามมา แต่คุณอุทัยไม่มีเรื่องอื่นอีกแล้ว

"ครั้งนั้นก็มีคำถามว่าทำไมไม่ปล่อยคนอื่นด้วย ก็บอกว่าใครโดนปล่อยหมด จึงไม่ได้ระบุชื่อคุณอุทัย ใครโดนได้ประโยชน์หมด ทำใจเหมือนกับมีสักหมื่นคน ทั้งที่ความจริงมีแค่ 3 คน ครั้งนี้ก็ต้องทำใจเหมือนคนอีกหมื่นคนได้ประโยชน์ แต่มีอยู่คนเดียว" เขาพูดพลางหัวเราะเล็กๆ

จริงอยู่ที่ประชาชนถึง 15.7 ล้านคน ลงคะแนนเลือก "พรรคเพื่อไทย" แต่ "ชินวัตรปาร์ตี้" มิอาจนำเสียงโหวตดังกล่าวมาอ้างเป็นความชอบธรรมในการออกกฎหมายคืนสมบัติให้ "นายใหญ่" ได้ เพราะแต่ละคนไปลงคะแนนเลือกตั้งด้วยเหตุแตกต่างกัน

"บางคนพอใจเรื่องค่าจ้าง 300 บาท บางคนลงเพราะสงสารคุณทักษิณ บางคนลงเพราะแจกแท็บเล็ต เราไม่สามารถเอามาตอบได้ แม้แต่ในทางนิตินัย จะบอกว่าคนเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการให้คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ก็พูดไม่ได้ เพราะเวลากาบัตร คุณเลือก ส.ส. เมื่อ กกต.ประกาศก็ประกาศผล ส.ส. แต่ที่ได้คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ เพราะสภาเลือก ไม่ใช่เพราะประชาชนเลือก นี่คือนิตินัย เราจะบอกว่าคนเลือกเพราะต้องการเรื่องนี้จึงพูดยาก เพราะบางคนเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะหมั่นไส้พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นแหละ"

เฉกเช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งถูกบรรจุเป็น "นโยบายหาเสียงหลัก" แต่มิอาจเคลมได้ว่าทุก "หมู่เหล่า" ที่เลือก "พรรคเพื่อไทย" คือเสียงสนับสนุนให้โละ "มรดกอำมาตย์"

และเมื่อพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลแล้ว ยังคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ ยังเป็นคำถาม?

"ผมไม่คิดว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว เขายังคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นเร่งด่วน ถ้ารัฐบาลกระโดดลงไปทำ คงไม่เป็นเรื่องที่ฉลาดนัก แต่ถ้า ส.ส.คิดจะทำเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แล้วแต่เสียงข้างมากที่จะว่ากันมา แต่ที่ออกมาพูดกันว่าจะอภัยโทษ นิรโทษกรรม ยังมองไม่เห็นว่าจะสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ และฟังหางเสียงจากทางพรรคเอง ในระยะหลังรู้สึกจะไม่หยิบขึ้นมาทำเป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งถูกแล้ว เพราะการทำสิ่งเหล่านั้นสวนทางต่อความรู้สึกของประชาชน จึงควรทำผลงานไปจนกระทั่งเป็นที่พอใจว่าประชาชนเห็นว่ารัฐบาลนี้ทำอะไรก็ถูก ถ้าจะขยับทำอะไรอีกสักเรื่อง ก็จะถูกด้วย แต่ถ้ายังไม่ได้ทำอะไร หรือทำอะไรก็ผิด แล้วยังผ่าไปทำอะไรที่ชาวบ้านบางคนนึกว่าถูก แต่ก็มีชาวบ้านบางฝ่ายคิดว่าผิดเนี่ย มันจะเกิดปัญหาขึ้นในประเทศเปล่าๆ จนกระทั่งปกครองไม่ปกติสุข" เขากล่าว

"นักกฎหมายแถวหน้าของไทย" ไม่กล้าวินิจฉัยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ควรเรียกว่า "2 มาตรฐาน" หรือไม่ เพราะการดำเนินการต่างๆ ว่าไปตามกฎหมายของแต่ละยุค และไม่คิดว่าการ "เซ็ตซีโร่" ถอยทุกอย่างกลับไปสู่เหตุการณ์ก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 คือ "ทางออก" จากทุกปมปัญหา เพราะมีหลายเหตุการณ์หลังผ่านการ "รัฐประหารเที่ยวล่าสุด" ที่หลายคนพึงปรารถนา

"ถ้าเขียนรัฐธรรมนูญให้ทุกอย่างกลับไปสู่ตรงนั้น หรือให้เลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 แล้วกลับไปใช้ปี 2540 ผมไม่คิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ เพราะอะไรที่จบไปแล้ว มันก็แล้วไปแล้ว คุณถอยกลับไป มันก็มีผลตั้งแต่วันนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนวันนี้ จะบอกว่าเพราะฉะนั้นจึงลบล้างไป หรือบอกว่าเมื่อใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ตั้งแต่วันนี้ จึงถือว่าได้เคยใช้มาตั้งแต่วันที่ 19 กันยาฯด้วย มันไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้นก็ต้องกลับไปสู่ปัญหาอื่นอีกเยอะ รัฐบาลชุดนี้ก็เข้ามาตามรัฐธรรมนูญปี 2550 แล้วจะว่าอย่างไร รัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวช คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็มาตามรัฐธรรมนูญปี 2550 แล้วจะว่าอย่างไร จะทำให้เกิดช่องทางที่ใครต่อใครลุกขึ้นฟ้องร้องเรื่องอื่นกันอีกเยอะ การแต่งตั้งโยกย้าย การอนุมัติไม่อนุมัติเรื่องต่างๆ เพราะรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับแตกต่างกันอยู่เยอะ"

ทางออกจากวังวนรัฐธรรมนูญในทรรศนะของ "วิษณุ" คือต้องแก้ไขแบบไม่ "สุดโต่ง" โดยใช้ "รัฐธรรมนูญปี 2550" มาเป็นตัวตั้ง จะแก้ส่วนไหนก็แก้ไป หรือจะยกร่างใหม่เป็นรัฐธรรมนูญปี 2554 ก็ได้ โดยเลือกเอาสิ่งที่ดีจากปี 2540 มาผสมกับ 2550 ผสมกับที่คิดขึ้นใหม่

กลายเป็น "รัฐธรรมนูญใหม่" ที่มาจาก "3 ผสม"

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า "วาระรัฐธรรมนูญ" ไม่ใช่ "วาระเร่งด่วน" ของรัฐบาล เนื่องจากยังมี "วาระประชาชน" รอ "ฝ่ายบริหารชุดใหม่" เข้ามาสะสาง อีกทั้ง "กระบวนการแก้ไข" ก็ต้องผ่านการถกเถียงความเห็น ศึกษา และอาศัยกลไกของสภา จึงไม่อาจทำได้ดังใจปรารถนา

"ทางที่ดีปล่อยให้เป็นเรื่องของสภา เหมือนตอนทำรัฐธรรมนูญปี 2489 ที่สภาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาดำเนินการ หลังใช้รัฐธรรมนูญปี 2475 มานาน เพราะถ้ารัฐบาลเอาเรื่องนี้มาแบกเข้า รัฐบาลจะเกิดความรับผิดชอบ ระหว่างที่แบกอยู่ ตัวก็จะถูกปัญหาสารพัดรุมล้อม จนไม่ปกติสุขที่จะบริหารประเทศ ที่จะทำอะไรดีๆ หลายเรื่องก็พลอยถูกหวาดระแวงไป เลยต้องมานั่งสู้รบปรบมือกับเรื่องอื่น"

แต่เงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคร่วม คือต้องการรื้อ "กติกาสูงสุด" หลัง "ขั้วอำนาจเก่า" ไม่รักษาสัญญา?

เขาพยักหน้าเออออด้วย "ก็คงจริง แต่แก้เรื่องเดียวกันหรือเปล่า ผมเชื่อว่าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) คิดแก้ ถามว่าโกรธไหมที่เขาไม่แก้กันเมื่อคราวก่อน โกรธ แล้วแก้เรื่องเดียวกันไหม ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน และพอมีวุฒิสภาเข้ามาอีกตั้ง 150 คน ก็ต้องฟังเขาด้วย และเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของประเทศ ควรฟังประชาชนด้วย ดังนั้น ถ้าจะคิดทำอะไรแล้วย้อนไปสู่การทำประชามติก็ไม่เลว อาจต้องเสียเงินอีกสักครั้งก็ไม่เลว"

ทั้งหมดนี้คือคำชี้แนะช่องรื้อ "กฎหมายสูงสุด" และแนวร่าง "กฎ (เพื่อ) แม้ว" !!!

สัมภาษณ์พิเศษ  โดย หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ

ที่มา : มติชนรายวัน หน้า 11 ฉบับวันพุธที่  3 สิงหาคม 2554

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=19388
วันที่ : 22 ตุลาคม 62 2:09:53
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com