Muslimthai Focus : ทหารชนหมอมุก คดีคืบ80%ใกล้ได้ตัวคนผิด ข่าวหมอมุก ล่าสุด ใครชนหมอมุก ดูคลิป

 




หมอมุก

หมอมุก

 

เมีย“พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์”เข้าให้การตำรวจคดีหมอมุก

ความ คืบหน้าคดีขับรถพุ่งชน พ.ต.พญ.หทัยพร   อิ่มวิทยา หรือหมอมุก แพทย์ รพ.พระมงกุฎ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 23 มิ.ย. พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  ภู่กลั่น ผอ.กองกลางสำนักงานบัญชีทหาร ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาวขับรถชน หมอมุก ได้เดินทางมาที่ สน.พญาไท พร้อมด้วยนาง สภาวัน  ภู่กลั่น  ภรรยา โดย นางสภาวันแต่งกายในชุดเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีชมพู หมวกกันแดดปีกกว้างสีชมพู มีผ้าปิดบังใบหน้าลายลูกไม้สีเข้ม สวมแว่นตาสีดำ พร้อมด้วยทนายความ และนายทหารพระธรรมนูญ จากนั้นได้เดินทางขึ้นไปที่บริเวณห้องประชุมชั้น 2 โดยชุดพนักงานสอบสวน ประกอบด้วย พ.ต.ท.เทพพิทักษ์   แสงกล้า พงส.(สบ2) สน.พญาไท เจ้าของคดี พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส.สน.พญาไท    มี พล.ต.ต.วิชัย สังประไพ  ผบก. 1 พ.ต.อ.สมาน  รอดกำเนิด  ผกก.สน.พญาไท เข้าร่วมสอบปากคำด้วย

ก่อน สอบปากคำทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ตำรวจหญิงนำกล้องวิดีโด มาบันทึกการสอบปากคำด้วย  พล.ต..ต.วิชัย  เปิดเผยว่า   วันนี้ได้เชิญพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มาให้ปากคำเพิ่มเติม และได้เชิญ นาง สภาวัน  ภรรยาของ พ.อ. ศักดิ์สิทธิ  มาให้ปากคำในฐานะพยานผู้ให้ถ้อยคำ ซึ่งขณะเกิดเหตุได้อยู่ภายในรถ ส่วนรายละเอียด เป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนการสอบสวน   ผู้สื่อข่าวถามว่า ลูกสาว ของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ จะมาให้ปากคำเมื่อใด  พล.ต.ต.วิชัย ตอบว่า ขณะนี้ลูกสาว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  เรียนหนังสือ  ซึ่งเราจะนัดมาให้ปากคำในวันหลัง  ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร เนื่องจากต้องพิสูจน์ตัวบุคคลว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด  และสังคมเคลือบแคลง ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดตัวจริง  คดีนี้ คืบหน้าไปมาก มีพยานแวดล้อม ประจักษ์พยาน  หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์   โดยนำหลักฐานทั้งหมดนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานทั้งหมดกับหลักฐานที่มีอยู่  ซึ่งถ้าข้อมูลตรงกันก็จะแจ้งข้อกล่าวหากับพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  และถ้า พยานหลักฐานไม่ตรงกัน ก็จะต้องสืบสวนไปถึงผู้กระทำความผิดตัวจริง

ถาม ต่อว่าเรื่องกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ เป็นอย่างไร พล.ต.ต.วิชัย ตอบว่า ตอนนี้ เราได้ตรวจสอบ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุ ก็สมบูรณ์มาก และเป็นพยานหลักฐานที่ดี   ถามต่อเรื่อง ทหารยศ. พ.ท.ที่มีกระแสข่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้  พล.ต.ต.วิชัย ตอบว่า ยังไม่ได้เรียกมาสอบ

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นาง สภาวัน ว่ามีอะไรจะพูดหรือไม่ โดย นาง สภาวัน เปิดเผยว่า  วันนี้เดินทางมาให้การในฐานนะผู้อยู่ในเหตุการณ์ ส่วนรายละเอียด จะแจ้งให้กับพนักงานสอบสวนเท่านั้น  ถามต่อว่า มีอะไรจะพูดไปถึง หมอมุก หรือไม่  นาง สภาวัน ตอบว่า ขอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดีกว่า  ถามย้ำว่า ยืนยันหรือไม่ ว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  เป็นผู้ขับขี่ชนหมอมุก   เจ้าตัวตอบย้ำอีกครั้งว่า  ขอให้การกับตำรวจ

หลังสอบปากคำเสร็จ พล.ต.ต.วิชัย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำนางสภาวัน ให้การว่าอยู่ในเหตุการณ์จริง และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด  ซึ่งยืนยันตรงกันกับคำให้การของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้ให้การไว้ก่อนหน้า พร้อมกันนี้พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ยังได้นำภาพถ่ายในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายไว้ก่อนเกิดเหตุ ถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่รอผลตรวจจากทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยกองพิสูจน์หลักฐานส่งมาให้เพื่อรวบรวมประกอบสำนวนคดี ในส่วนของลูกสาว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ทีได้ให้การว่าอยู่ในเหตุการณ์ทางเจ้าหน้าที่จะนัดมาให้ปากคำใน 2-3 วันนี้

รายงานว่าแจ้งอีกว่า ภาพถ่ายที่ทาง พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์นำมายื่นให้ทางพนักงานสอบสวนเป็นภาพที่หมอมุกยืนกอดอกขวางหน้ารถ

ขณะ ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึง คดีของ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก ซึ่งถูกรถพุ่งชน ว่า เรื่องนี้ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ฝ่ายทหารได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ก็ต้องว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ ตนได้กำชับไปยัง รพ.พระมงกุฎฯ ให้ดูแลหมอมุกอย่างเต็มที่

ถาม ว่า ทหารที่เข้ามารับสารภาพเป็นตัวจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ตนไม่ขอพูดดีกว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน เราอย่าเข้าไปก้าวก่าย เพราะเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ก็ไม่รู้

เมื่อ ถามว่า กองทัพยืนยันจะไม่ปกป้องลูกน้อง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ซึ่งเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องของหน่วยงาน อย่าเอาไปผูกกัน ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าการตรวจสอบรถที่ก่อเหตุ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงสอบสวน และรายงานตามขั้นตอน

ข้อมูลโดย : เดลินิวส์

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          ผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อัญเชิญดอกไม้เยี่ยม "หมอมุก" และทรงรับไว้ในพระราชานุเคราะห์ มารดาปลาบปลื้ม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณสูงสุด ขณะที่ญาติและเพื่อนร่วมงาน เข้าเยี่ยมไม่ขาดสาย

          ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ ผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อัญเชิญดอกไม้ของใช้พระราชทาน มอบแก่ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุรถพุ่งชน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา และทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ด้วย

          โดย พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา กล่าวว่า ตนรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก ที่ตนและลูกสาวได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด ซึ่งขณะนี้ลูกสาวก็ได้เป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว อย่างไรก็ตาม บรรยากาศหน้าห้องไอซียู ก็มีบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย เดินทางมาเยี่ยมดูอาการ พร้อมลงชื่อในสมุดเยี่ยม รวมไปถึงสื่อมวลชนจากหลายสำนัก ให้ความสนใจได้ร่วมถ่ายภาพและทำข่าว




พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์โชว์ภาพ หมอมุก ยืนกอดอก

           พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้กล่าวยืนยันต่อสื่อมวลชน ยอมรับว่าตนเป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุจริง ตนรู้สึกเสียใจและขอรับผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมหยิบภาพถ่ายในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นภาพของหมอมุกยืนกอดอกขวางหน้ารถของตน ก่อนจะยกมือไหว้และฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนขึ้นรถกลับออกไปทันที

ภรรยา พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น เข้าให้ปากคำคดีหมอมุก

          วันนี้ (23 มิถุนายน) นางสภาวัน ภู่กลั่น ภรรยาของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ขับรถยนต์ชน พันตรีแพทย์หญิงหทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก บาดเจ็บสาหัส ได้เข้ามาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะพยานในที่เกิดเหตุ ส่วนลูกสาว และเพื่อนของลูกสาวที่อยู่ในเหตุการณ์ ติดภารกิจเรียนหนังสือ ซึ่งตำรวจคงจะนัดมาอีกครั้ง

          สำหรับการเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ นางสภาวัน มีลักษณะค่อนข้างเครียด พูดน้ำเสียงสั่นเครือ ขณะที่ผู้สื่อถามว่าในวันเกิดเหตุอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยใช่ไหม นางสภาวันตอบคำเดียวว่า "ใช่" เท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ต่อสื่อมวลชน เนื่องจากกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนอยู่


อาการ หมอมุก ยังคงทรงตัว

          อาการล่าสุดของ พ.ต.พ.ญ.หทัยพร หรือ หมอมุกนั้นยังคงทรงตัว สามารถจับ-บีบมือแม่ได้ ส่วนอาการสมองบวมไม่ห่วงแล้ว แพทย์ไม่ได้ให้ยาลดบวมของสมองแล้ว กะโหลกศีรษะที่เปิดเอาไว้ก็ดีขึ้น ขณะนี้อยู่ในช่วงรอการพักฟื้นให้อาการดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ จะไม่มีการผ่าตัดใด ๆ แล้ว โดยโอกาสที่หมอมุกจะกลับมาเหมือนเดิมยังมีหวังอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ต้องประคองอาการไปก่อน อาจจะต้องใช้เวลา 1-2 ปี เพราะมีอาการทางสมอง และมียังมีอีกหลายอย่างประกอบด้วย


พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กล่ำ
พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น เข้ามอบตัว คดีขับรถชน หมอมุก



23 มิ.ย. 54 ฤาลูกนายพลเพื่อนเลิฟ ศิษย์ก้นกุฏิเสธ.มาเฟีย ชน"หมอมุก"!

 

ารออกหน้ารับผิดแทนเพื่อน แทนพี่ แทนน้อง นับว่าเป็นผู้ที่มีน้ำใจอันประเสริฐ แต่การออกหน้ามาปกป้องคนผิด จะนับว่าเป็นผู้มีน้ำใจอันประเสริฐนั้นหามิได้ กรณีดังกล่าว ยังเป็นข้อกังขาของสังคม ในคดีที่พ.อ.(พิเศษ)ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผอ.กกล.สปช.ทหาร (ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย) ที่ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนสน.พญาไท โดยอ้างว่าเป็นผู้ขับรถ คันที่เกิดเหตุชนพ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก อายุ 34 ปี แพทย์ประจำคลินิกผู้สูงอายุ รพ.พระมงกุฎเกล้า แต่ว่า ไม่ได้ขับพุ่งชน กลับเป็น"หมอมุก"เองที่กระโดดมาชนรถ เพราะอาจจะดูหนังฝรั่งมากเกินไป
       
       ทั้งนี้ ระหว่างที่ พ.อ.(พิเศษ)ศักดิ์สิทธิ์ กำลังให้การอย่างเป็นตุเป็นตะ กับพนักงานสอบสวน โดยมีสื่อมวลชนรุมล้อมถ่ายทอดคำให้การออกมาให้สังคมรับทราบนั้น นายทหารพระธรรมนูญที่เดินทางมาด้วย ได้เข้ากระซิบที่ข้างหูพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ฉับพลันนั้นเอง ราวกับว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ถูกถอดปลั๊ก นั่งนิ่งเงียบ ไม่ได้เอ่ยเอื้อนอะไรออกมาอีก เหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงหลุดออกจากปาก ฉะนั้น!
       
       พ.อ.(พิเศษ)ศักดิ์สิทธิ์ เป็นชายชาติทหารที่สำเร็จมาจากรั้วโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 32 (จปร.32) เพื่อนๆเรียกกันว่า"หม่อง" ลูกน้องอาจจะเรียก"เสธ.หม่อง" หรือ"ผู้พันหม่อง" ก็แล้วแต่สถานะ ซึ่งกรณีนี้ เราเชื่อว่า เพื่อนร่วมรุ่นจปร.32 รู้กันอยู่เต็มอกว่า "เพื่อนหม่อง" เป็นโชเฟอร์ตีนผีคันนั้นหรือไม่ หรือเป็น"แพะ" ที่ออกมายืดอกรับผิดแทนผู้อื่นตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางบนโลกของอินเตอร์เน็ต
       
       ประการสำคัญ หนึ่งในคำให้การของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ยอมรับว่า "ลูกสาว"เป็นผู้ที่ไปเขียนบนกระจกรถหมอมุกว่า "จอดรถไม่มีมารยาท" ซึ่งประเด็นนี้ หากผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานต่างๆออกมาว่าพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้เป็นผู้ขับรถคันที่ชน"หมอมุก"จริง นั่นย่อมแสดงว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้จับมือที่ขาวสะอาดของบุตรสาว ให้กลายเป็นมือที่เปื้อนเลือดไปด้วยเสียแล้ว และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ หญิงสาวตัวเล็กๆจะยืนอยู่บนสังคมนี้ในอนาคตได้อย่างไร 
       
       ในโลกของสังคมออนไลน์ของคดีนี้ ได้กล่าวถึงตัวละครอีกตัว ซึ่งมียศ"พ.ท." เป็นชายชาติทหารจากรั้วจปร.เช่นเดียวกัน เป็นรุ่นน้องของพ.อ.(พิเศษ)ศักดิ์สิทธิ์ถึง 7 รุ่น ทว่ารุ่นน้องคนนี้ ซึ่งมีรูปร่างค่อนข้างท้วม ตัวใหญ่กว่าพ.อ.(พิเศษ)ศักดิ์สิทธิ์)นั้น ว่ากันว่า เป็นลูกชายนายพลเอก นอกราชการ ซึ่งเป็นเพื่อนรักเพื่อนเลิฟของ"เสธ.มาเฟียสีขี้ม้า" ที่ถูกกล่าวขานกันว่าเป็นรุ่นใหญ่ รุ่นเดอะ! ซ้ำรุ่นน้องคนที่ว่านี้ ยังเป็นศิษย์ก้นกุฏิของ "เสธ.มาเฟียสีขี้ม้า"คนดังกล่าวด้วย
       
       ไม่มีบทสรุปที่ยืนยันว่า หากพ.ท.รุ่นน้องคนที่ว่า เป็นโชเฟอร์รถคันที่พุ่งชนหมอมุกจริง เพราะเหตุใด พ.อ.(พิเศษ)ศักดิ์สิทธิ์ จึงได้ออกมารับผิดแทน จะว่าเป็นการทดแทนคุณของนายหรือ ก็อาจเป็นได้ แต่การที่ได้นำชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ให้เสื่อมเสียชื่อเสียง กล่าวอ้างถึงพฤติกรรมบุตรสาวที่สังคมอาจไม่ยอมรับ ทั้งยังทำให้จปร.32 พลอยแปดเปื้อนมลทินไปด้วยนั้น คุ้มค่าหรือไม่?
       
       กรณีดังกล่าว นอกจากจะเป็นบทพิสูจน์ของ"ชายชาติทหาร"แล้ว ยังเป็นบทพิสูจน์ของ"ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์"ไปพร้อมๆกันด้วย ซึ่งต้องคอยจับตาดูกันต่อไปว่า คดีนี้ จะออกมาหัวหรือก้อย แต่ที่แน่ๆ เราจะไม่ยอมให้"หมอมุก"ต้องนอนรักษาตัวอยู่กับแม่และเพื่อนๆอย่างเดียวดายมาถึง 9 วันอีกแน่นอน!

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

แม่หมอมุกยัน พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่คนที่ขับรถชนลูกสาว มั่นใจคนก่อเหตุมีอายุน้อยกว่านี้ 

          จากกรณีที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่า ตนเองคือคนขับรถชน พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ได้สร้างความกังขาให้หลาย ๆ ฝ่าย ถึงขนาดมีข่าวลือออกมาว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ออกมารับผิดแทน พ.ท. "ศ." นายทหารสังกัดกองพลน้อยที่ 1 กองทัพบก ซึ่งมีบิดาคือ พล.อ."อ." เป็นนายทหารนอกราชการ 

          เกี่ยวกับประเด็นนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของหมอมุก ว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคนเดียวกับที่ขับรถชนหมอมุกในคืนวันเกิดเหตุหรือไม่ โดย พญ.พรรณกร กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรูป พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มาให้ตนดู ตนมั่นใจว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่คนที่ขับรถชนลูกสาวอย่างแน่นอน เพราะจากที่ตนอยู่ในเหตุการณ์ จำได้ว่าคนที่ขับรถชนลูกสาวนั้นมีอายุน้อยกว่านี้ จึงไม่น่าจะเป็น พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ที่เข้ามามอบตัวแต่อย่างใด

          ขณะที่อาการของหมอมุก ล่าสุดนั้น นพ.อ.พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุหัวหน้าประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เปิดเผยว่า ในวันนี้หมอมุกมีอาการทรงตัว และเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย ความดันในสมองลดลงสู่ระดับปกติ แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจบางส่วน

ลือหึ่ง!สลับตัวคนชน ‘พ.อ.’รับแทน‘พ.ท.’ลูกบิ๊กนายพล

 

"พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์"มอบตัวสน.พญาไทปัดขับรถชน"หมอมุก" อ้างฝ่ายหญิงโมโหเข้าทุบรถ-กระโดดใส่กระโปรงหน้าเอง หลังถูกลูกสาวเขียนด่าหน้ารถ

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่สน.พญาไท พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กล่ำ ผอ.กองกลางสำนักปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย  ผู้ต้องหาก่อเหตุขับรถชน พ.ต.พ.ญ.หทัยพร  อิ่มวิทยา ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน โดยมีนายทหารพระธรรมนูญ ร่วมรับฟังการสอบปากคำ เบื้องต้น พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ขับชน

รูปหมอมุก คดีรถชนหมอมุก หนังสือพิมพ์ข่าวหมอมุก อายุหมอมุก ทหารขับรถชน หมอมุก pantip ดูข่าวหมอมุกโดนรถชน ข่าวเกี่ยวกับหมอมุก หมอมุก พลเอก
พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์

ทั้งนี้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ยอมรับว่า วันเวลาที่เกิดเหตุ ตนเอง ภรรยา ลูกสาว และเพื่อนลูกสาว ได้เข้าไปทานอาหารที่ร้านเสนาวิลล่า บริเวณที่เกิดเหตุจริง หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ออกมาที่รถ เพื่อจะเดินทางกลับ แต่เมื่อถึงรถยนต์ก็ถูกรถของ หมอมุก จอดขวางอยู่ ทำให้ไม่สามารถขยับรถได้ เพราะรถไม่ได้ใส่เกียร์ว่างไว้ ทำให้ลูกสาวโมโห ไปเขียนบนกระจกรถว่า "จอดรถไม่มีมารยาท" หลังจากนั้นหมอมุกเดินออกมา จึงมีการโต้เถียงกันเล็กน้อยเรื่องการจอดรถ

จากนั้น ตนจึงโทรไปที่ 191 เพื่อให้มาเคลียร์เหตุการณ์แต่โทรไม่ติด ทั้งนี้หลังจาก หมอมุกขยับรถแล้ว ตนนำรถออกมา หมอมุกได้ทุบรถของตน  ตนจึงถ่ายทะเบียนรถหมอมุกไว้ แต่หมอมุกขวางรถไว้ หลังจากนั้นเมื่อตนจะขยับรถออก  หมอมุกกระโดดขึ้นมาบนฝากระโปรงรถ พร้อมกับเกาะที่ปัดน้ำฝนและดึงติดมือไป ตนจึงตกใจและหยุดรถทันที และถอยหลังทำให้หมอมุกตกลงจากรถ ไม่ได้มีเจตนาจะไปชนซ้ำ

ภายหลังจากการสอบปากคำแล้ว พนักงานสอบสวน ได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาโดยไม่ต้องประกันเนื่องจากว่า ผู้ต้องหาติดต่อขอเข้ามอบตัวเอง หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรอผลการตรวจพิสูจน์ หลักฐานบนตัวรถก่อน เพื่อดำเนินการต่อไป




คลิป ข่าวหมอมุก พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น เข้ามอบตัว ยันไม่ได้ชน หมอมุก

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กล่าวว่า จะเดินทางไปควบคุมการสอบสวนคดีนี้อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายเพราะ ส่วนความจริงจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นเรื่องที่ต้องตรวจพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้วไม่ต้องเป็นกังวลแต่อย่างใด

 "จากพยานหลักฐานที่ปรากฏ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด ก็ยังขัดแย้งกับคำให้การของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ โดยจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ละเอียดรอบคอบรัดกุม ไม่ใช่ว่าใครมามอบตัวก็เชื่อเลย" รอง ผบช.น.กล่าว
 พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ได้เดินทางมาที่ สน.พญาไทแล้วครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งบอกว่าเป็นคนครอบครองรถ แต่วันนี้กลับมาให้การว่าเป็นผู้กระทำผิด จึงทำให้คำให้การขัดแย้งไม่น่าเชื่อถือ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดก่อน โดยเฉพาะเรื่องของหม้อน้ำ ที่เมื่อวันจันทร์ทางผู้ต้องสงสัยให้การว่าหม้อน้ำรั่วอยู่แล้ว 
 ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.) พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ. กล่าวถึงผลการตรวจรถยนต์นิสสัน รุ่นซันนี่ นีโอ ทะเบียน วค 1355 คันก่อเหตุพุ่งชน พ.ต.พญ.หทัยพรว่า พบพิรุธในการเปลี่ยนแปลงก้านปัดน้ำฝน โดยด้านขวาที่มีการหักติดพร้อมรอยกะเทาะไปกับตัวหมอมุกระบุหมายเลข 6300 แต่ก้านปัดน้ำฝนอันที่อยู่กับรถคันที่ก่อเหตุเป็นอันอื่นที่ไม่มีการระบุหมายเลขที่ชัดเจนมาสวมใส่แทน อีกทั้งมีการนำนอตใหม่มาใช้ 
 "พฐ.ยังพบข้อมูลที่จะสามารถยืนยันได้ว่ามีการหักของที่ปัดน้ำฝนอย่างแน่นอน คือพบมูลนกตกอยู่บริเวณใต้ฐานของที่ปัดน้ำฝน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะตกอยู่ในบริเวณดังกล่าวหากก้านปัดน้ำฝนไม่หัก ฉะนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า นกได้ถ่ายมูลขณะที่มีการรอเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน รวมทั้งพบพิรุธตรงกระจังหน้ารถมีการเปลี่ยนแปลงนำลวดมามัดบริเวณนอตที่หลุดออกไป และสติกเกอร์ติดกระจกหน้ารถมีร่องรอยการเช็ดถูจากผ้า แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นรอยการติดสติกเกอร์หรือไม่" พล.ต.ท.จรัมพรกล่าว    
 เมื่อถามว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ที่เข้ามอบตัวคดีนี้อ้างว่าหมอมุกเป็นผู้ที่กระโดดขึ้นมาบนกระโปรงรถ พฐ.มีการตรวจพบหรือไม่ ผบช.สพฐ.กล่าวว่า จากการตรวจสอบบริเวณกระโปรงรถ ไม่พบรอยบุบใดๆ ทั้งสิ้น แต่พบเพียงแค่รอยกะเทาะจุดเล็กๆ ที่เกิดจากแรงกระชากด้วยความเร็วเท่านั้น  รวมทั้งสอบถามแพทย์ที่ดูอาการหมอมุกระบุว่าหมอมุกได้รับบาดเจ็บแค่ที่ศีรษะเท่านั้น สำหรับส่วนอื่นของร่างกายยังไม่พบรอยบาดแผล
 ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ยืนยันว่าไม่ต้องเป็นห่วงคดี พ.ต.พญ.หทัยพร เพราะผู้เสียหายเป็นกำลังพลของกองทัพบก ซึ่งต้องดูแลอย่างเต็มที่ และจะไม่มีใครมาทำร้ายอีก ขณะนี้การสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆ ชัดเจน โดยพยานหลักฐานทางวัตถุพยานก็มีอยู่ ไม่ต้องกลัวจะตรวจไม่พบ
  "ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ว่าจะกล่าวอ้างว่าใครเป็นคนชน หรือเป็นรถของใคร หากลูกน้องเจ็บไม่มีการยกเว้น ไม่ว่าใครจะทำต้องถูกลงโทษ ถ้าเป็นทหารด้วยกันมีระเบียบวินัยที่จะดำเนินการอยู่ ต้องเข้าใจขั้นตอนระเบียบกฎหมาย ถ้าไม่สอนให้คนรู้จักกฎหมายก็ไม่มีวันเกรงกลัวกฎหมาย" ผบ.ทบ.กล่าว 
 มีรายงานว่า จากพยานบุคคลคาดว่าบุคคลที่ขับรถพุ่งชนหมอมุก น่าจะเป็น พ.ท. "ศ." นายทหารสังกัดกองพลน้อยที่ 1 กองทัพบก ซึ่งมีบิดาคือ พล.อ."อ." เป็นนายทหารนอกราชการ เดิมเป็นฝ่ายเสธ.ของ "เสธ.อ.(ใหญ่)" โดย พล.อ."อ." สนิทกับครอบครัวหมอมุก ส่วน พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ที่เข้ามอบตัว เป็นนายทหารที่เสธ.อ.(ใหญ่) ให้การสนับสนุนเติบโตในราชการ จึงคาดว่าน่าจะออกมารับแทนลูก พล.อ."อ." 
 ที่ รพ.พระมงกุฎฯ ศ.นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมอาการ พ.ต.พญ.หทัยพร รวมทั้ง พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา อายุ 70 ปี มารดาหมอมุก เข้าดูอาการบุตรสาว ซึ่งหมอมุกอาการดีขึ้นสามารถบีบมือมารดาได้แล้ว
 นพ.บุญโชติ เคียงกิตติวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมประสาท กล่าวว่า อาการหมอมุกดีขึ้น ลืมตาได้บางครั้ง ขยับแขนได้บางครั้ง และมีปฏิกิริยาตอบสนอง แต่ยังไม่รู้สึกตัว ความดันในสมองอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะนี้จะต้องระวังเรื่องภาวะติดเชื้อ ภาวะชัก เกลือแร่ต่ำ. 

แพทย์เผยหมอมุกอาการดีขึ้น

ด้าน นพ.บุญโชติ เคียงกิติวรรณ แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เปิดเผยอาการล่าสุดของ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก ว่า ความดันสมองขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และสามารถลดการให้ยาเพื่อลดอาการสมองบวมได้แล้ว ภาวะไข้ลดลง รวมถึงผู้ป่วยสามารถลืมตาและขยับตัวได้ ซึ่งเป็นสัญญาณถึงแนวโน้มอาการที่ดีขึ้น แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์จนกว่าจะผ่านภาวะวิกฤตสมองบวมให้ได้ก่อน จึงจะสามารถคาดการณ์อาการในอนาคตได้

ที่มาโพสต์ทูเดย์

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สรยุทธเจาะข่าวเด่น_200611_1/2

 

 

สรยุทธเจาะข่าวเด่น_200611_2/2

 

ล่าคนใจร้ายขับพุ่งชนหมอมุกปางตาย

9 วัน คดีไม่คืบ ญาติสืบพบเป็นรถพล.อ.

ซิ่งเก๋งพุ่งชน "หมอมุก" แพทย์ รพ.พระมงกุฎฯ อาการปางตาย "ตีนผีขี้เมา"เหี้ยมผิดมนุษย์ ทำผู้หญิงได้ลงคอ แม่เผยเหตุโมโหที่ขอให้เลื่อนรถที่จอดขวางทางเข้าบ้าน แกล้งขับอ้อมไปจอดฝั่งตรงข้ามรอจนเหยื่อเดินกลับมาที่รถอีกครั้ง บีบแตรเสียงดังลั่นพุ่งบดขยี้ร่างลูกสาวกระเด็นไปไกล ก่อนจะขับรถหายไป ญาติ ๆ ทวงถามคดีหลังผ่านไป 9 วันไม่คืบหน้า สืบจนได้ข้อมูลลึกอ้างรถคันก่อเหตุมีนายทหารยศ "พลเอก" นอกราชการเป็นเจ้าของ ให้ลูกชายทหารยศ "พันโท" ไว้ใช้ส่วนตัว  ขณะที่บิ๊กนำรถต้องสงสัยมาให้โปลิศตรวจสอบ ระบุกรมยุทธบริการฯ มอบให้สำนักงานปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ไว้ใช้ในส่วนกลาง หากทหารนายใดจะนำไปใช้ต้องลงทะเบียนบันทึก ยันรถจอดไว้ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.ไม่มีใครใช้งาน เนื่องจากหม้อน้ำแตก "ผบ.สส." สั่งตั้งคณะกรรมการสอบทันที ขณะที่ต้นสังกัดมั่นใจรถไม่เคยถูกนำไปใช้งาน หวั่นสวมทะเบียนปลอม

คนมีสีเมากร่างขับรถชนแพทย์หญิงเจ็บสาหัส ถูกเปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา อดีตอาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยาโรงพยาบาลศิริราช มารดา พ.ต.แพทย์หญิง หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก อายุ 34 ปี แพทย์ประจำคลินิกผู้สูงอายุ  รพ.พระมงกุฎเกล้า พร้อมด้วยเพื่อน ๆ ลูกสาว เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.ท.โชติ  สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท ที่ห้องประชุมชั้น 2 โดยแม่หมอมุกนำภาพถ่ายลูกสาวขณะที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูมอบให้พนักงานสอบสวนก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำไปสอบปากคำเพิ่มเติมถึงรูปพรรณของรถและผู้ก่อเหตุ กรณีคนร้ายขับรถชนหมอมุกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเลือดคั่งในสมอง เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 11 มิ.ย. บริเวณหน้าเสาวรสคลินิก เลขที่ 45/12 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท

พญ.พรรณกร เปิดเผยว่า วันนี้มาให้ปากคำเพิ่มเติม และติดตามความคืบหน้าคดีของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเรื่องผ่านไป 9 วันแล้วแต่คดีไม่คืบหน้า อยากให้ความจริงเปิดเผย ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด คนทำคงเป็นคนเมา และเป็นคนมีสี อยากขอความเป็นธรรมกับตำรวจ ออกมาสู้กันอย่างลูกผู้ชาย พ่อก็เป็นทหารเหมือนกัน สำหรับเหตุร้ายที่ตนกับลูกสาวเจอเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนและหมอมุกเดินทางกลับจากไปนมัสการหลวงพ่อที่ รพ.วิชัยยุทธ เมื่อมาถึงที่บ้านพักบริเวณเสาวรสคลินิก หมอมุกขับรถเก๋ง โตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ษต 4045 กรุงเทพมหานคร

แม่ผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า เมื่อมาถึงหน้าคลินิกพบรถเก๋ง นิสสัน ซันนี่ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร จอดขวางหน้าบ้าน ลูกตนจึงจดทะเบียนรถให้ร้านอาหารสามเสนวิลล่าให้ลูกค้าที่มาใช้บริการจอดรถริมถนนมาช่วยเลื่อนรถออก โดยลูกสาวดึงเบรกมือ ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ กระทั่งคนขับรถคันที่จอดขวางออกมาเลื่อนรถให้ โดยชายคนดังกล่าวลักษณะคล้ายนายทหารยอมขับรถไปจอดฝั่งตรงข้ามริมทางรถไฟ ถนนกำแพงเพชรตัดถนนเศรษฐศิริ ก่อนจะมองกลับมาที่ตนและลูก ตอนนั้นหมอมุกสงสัยเหมือนกันว่าทำไมไปจอดนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จนลูกตนเดินไปที่รถเตรียมจะถอยรถเข้าบ้าน เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น จู่ ๆ ชายคนดังกล่าวบีบแตรเสียงดังลั่น ก่อนจะเร่งเครื่องขับพุ่งชนลูกสาวตนจนลอยไปไกลกว่า 30 เมตรต่อหน้าต่อตา ตนรีบวิ่งเข้าไปดูร่างลูกสาว ทั้งนี้มีพยานที่เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งเก็บที่ปัดน้ำฝนของรถคันก่อเหตุที่ติดอยู่กับร่างของหมอมุกไว้เป็นหลักฐานด้วย

"เรื่องนี้คนขับจงใจกระทำ และต้องมีคนคุ้มครองหรือเป็นคนมีสี ถึงกล้าทำผู้หญิงได้ถึงขนาดนี้ จุดเกิดเหตุหน้าบ้านเป็นจุดขาวแดงห้ามจอด แต่ก็จอดกันเป็นประจำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สำหรับอาการของหมอมุกตอนนี้ยังเบาใจไม่ได้ สมองบวม ก็ได้เพื่อน ๆ คอยดูแล แม่ยังมีความหวังคงมีปาฏิหาริย์ให้ลูกฟื้นกลับมาอีกครั้ง ตอนนี้สิ่งที่กังวลอีกเรื่องคือกลัวจะถูกมุ่งปองร้ายด้วย"

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า  พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือแจ้งไปยังต้นสังกัดตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา และทางต้นสังกัดแจ้งว่าจะนำรถมาให้ตรวจสอบช่วงบ่ายวันนี้ และตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปยกรถคันดังกล่าวมาไว้ที่โรงพักแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดีทางตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนที่มองว่าทางตำรวจทำงานล่าช้า ขอยืนยันว่าปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมาย ที่ล่าช้าเพราะขั้นตอนทางเอกสารทางราชการ

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารนำรถนิสสัน ซันนี่นีโอ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร รถต้องสงสัยมาที่ สน.พญาไท โดย พ.ต.ท.โชติ เชิญ พญ.พรรณกร แม่หมอมุกมาดูรถคันดังกล่าวด้วย เนื่องจากอยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบว่าบริเวณกระจกหน้ามีสติกเกอร์ผ่านเข้า-ออก กองทัพบก แปะอยู่ด้านหน้าซ้ายเพียง 1 อัน เป็นบัตรผ่านเข้าออกกองบัญชาการกองทัพไทย ระบุทะเบียนรถ วค 1355 กรุงเทพมหานคร  เมื่อเห็นรถคันดังกล่าว พญ.พรรณกร  ชี้ให้ตำรวจดูพร้อมกล่าวว่า รถคันก่อเหตุมีสติกเกอร์แปะอยู่ด้านหน้าหลายแผ่น อีกทั้งที่ปัดน้ำฝนรถคันนี้มีสีไม่เท่ากันเหมือนเพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ ส่วนตัวรถเหมือนกับรถคันก่อเหตุมาก

พ.ต.ท.โชติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะอายัดรถไว้เพื่อส่งตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐาน เรื่องคดีพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้ และแจ้งข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยประสงค์ต่อชีวิต เข้าข่ายคดีอาญาพยายามฆ่า แต่ต้องรอดูอาการบาดเจ็บของผู้เสียหายว่ามากน้อยแค่ไหน ไม่ได้รับเป็นคดีรถชนธรรมดา ขอยืนยันว่ามีหลักฐานกล้องวงจรปิด และพยานวัตถุสามารถเอาผิดผู้ก่อเหตุได้อย่างแน่นอน ขณะที่ พล.ต.พิสุทธิ์ กล่าวว่า รถยนต์คันดังกล่าวผู้ครอบครองคือกรมยุทธบริการ กองบัญชาการทหารสูงสุด แต่ได้มอบให้กับสำนักงานปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ไว้ใช้ในส่วนกลาง มีเพียงคันเดียวเท่านั้น หากทหารนายใดจะนำไปใช้ต้องลงทะเบียนบันทึก แต่รถยนต์คันนี้ ทราบว่าถูกจอดไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ไม่มีใครใช้งานเนื่องจากหม้อน้ำแตก

ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) ร.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดทอง พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.พญาไท ได้ส่งรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ นีโอ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร ที่มีสติกเกอร์สัญลักษณ์กองบัญชาการกองทัพไทย 2552-2554 ติดอยู่บริเวณกระจกหน้ารถด้านซ้าย เป็นรถต้องสงสัยขับพุ่งชนหมอมุก มาตรวจพิสูจน์หาร่องรอยการชน นอกจากนี้ได้ส่งที่ปัดน้ำฝนซึ่งพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่าเป็นของรถคันที่ชน พ.ต.แพทย์หญิงหทัยพร มาตรวจเปรียบเทียบกับรถต้องสงสัย

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวว่า รถคันนี้พยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันด้วยทะเบียนว่าเป็นรถที่ขับพุ่งชนหมอมุก แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่ารถคันนี้ใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ ทั้งนี้ สพฐ.ตร.จะตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะของผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้จะตรวจเปรียบเทียบที่ปัดน้ำฝนที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุว่ามีความเก่าหรือใหม่เท่ากันทั้ง 2 ข้างหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบหาหลักฐานทั้งภายนอก และภายในตัวรถ คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน ด้าน ร.ต.ท.สุดประเสริฐ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สอบสวนพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ระบุตรงกันว่า รถคันที่ก่อเหตุ เป็นรถเก๋ง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นรถที่ใช้ในราชการ นอกจากพยานแวดล้อมแล้ว ยังมีกล้องวงจรปิดของกทม. จากละแวกที่เกิดเหตุด้วย  หลังจากนั้นตนได้ทำเรื่องประสานขอรถเพื่อตรวจสอบ แต่ว่าด้วยระบบราชการ  จึงได้ส่งหนังสือในวันที่ 13 มิ.ย. ก่อนที่หน่วยงานดังกล่าวจะทำเรื่องตอบกลับมาและส่งรถมาให้ในวันนี้

แหล่งข่าวรายงานว่า นับจากวันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ล่วงเลยมาแล้วกว่า 9 วัน คดีไม่มีความคืบหน้า ญาติ ๆ ของหมอมุกจึงค้นหาประวัติรถดังกล่าวเบื้องต้นระบุอ้างว่า รถคันก่อเหตุเป็นของกรมยุทธบริการ กองบัญชาการทหารสูงสุด มีนายทหารยศ "พลเอก" นอกราชการเป็นเจ้าของ และได้ให้ลูกชายเป็นทหารยศ "พันโท" ไว้ใช้เป็นการส่วนตัว สำหรับประวัติ พ.ต.พญ.หทัยพร เป็นทหารสังกัดกองทัพบก บิดาเป็นทหารยศพันโทเสียชีวิตในสมรภูมิรบ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว มารดาเป็นอาจารย์แพทย์ อยู่โรงพยาบาลศิริราช หมอมุกตัดสินใจประกอบอาชีพเป็น แพทย์สังกัดทหาร เพื่อดำเนินรอยตามบิดาและมารดา ทั้งนี้หมอมุกได้ประจำการที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ก่อนหน้าเคยสังกัดอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นแพทย์ปัจจุบันเชี่ยวชาญในด้านการฝังเข็ม และก่อนที่หมอมุกจะถูกรถชนได้ทำเรื่องขอไปสังกัดที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชา การทหารสูงสุดว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงกรณีรถยนต์นิสสัน ที่อยู่ในบัญชีควบคุมของ กรมยุทธบริการทหาร จำนวน 54 คัน มีการยืมไปใช้ในราชการอย่างไร และปัจจุบันอยู่กับนายทหารคนไหนบ้าง ทั้งนี้ขอให้สรุปผลสอบโดยเร็ว เนื่องจากข่าวดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน โดย ผบ.สส. มอบหมายให้ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองเสนาธิการทหาร เป็นประธานคณะกรรมการสอบ เบื้องต้นจะเชิญ ปลัดบัญชีทหาร และ เจ้ากรมยุทธบริการทหาร บก.ทหารสูงสุดมาสอบถาม อย่างไรก็ตามหลังจากให้รถกับทางตำรวจไปตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่ควบคุมบัญชีรถของกรมยุทธบริการทหารมั่นใจว่า รถคันดังกล่าวไม่เคยนำไปใช้แต่อย่างใด เพราะหม้อน้ำรถมีปัญหามานานแล้ว ยังไม่ได้รับการซ่อม อาจเป็นไปได้ว่า มีคนในสำนักงานปลัดบัญชีทหารรู้ว่ารถคันนี้ไม่เคยใช้งานจนอาจมีการสวมทะเบียนเกิดขึ้น และนำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว.



ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ Dailynews

 

หมอมุก แพทย์รพ.พระมงกุฎ ถูกทหารจงใจขับรถชน อาการสาหัส ดูคลิป

หมอมุก แพทย์รพ.พระมงกุฎ ถูกทหารขับรถชน ใครชนหมอมุก หมอมุก รถชน คลิป หมอมุก ชนหมอมุก ข่าวหมอมุกโดนรถชน ประวัติหมอมุก หมอมุก manager ทหารชนหมอมุก หมอมุก หทัยพร อิ่มวิทยา ใครขับรถชนหมอมุก ข่าวรถชนหมอมุก ข่าวคดีหมอมุก หมอมุก หทัยพร ความคืบหน้าคดีหมอมุก
หมอมุก แพทย์รพ.พระมงกุฎ ถูกทหารขับรถชน


เพื่อนร้องสื่อ พต.แพทย์หญิง หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ประจำ รพ.พระมงกุฎ หรือหมอมุก ถูกทหารขับรถชนอาการสาหัส เหตุไม่พอใจจอดรถขวาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 มิ.ย.)รายการข่าวสามมิติ ได้นำเสนอข่าว พต.แพทย์หญิง หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ประจำ รพ.พระมงกุฎ หรือหมอมุก ที่ถูกชายคนหนึ่งขับรถพุ่งชนกระเด็นไปไกลกว่า 30 เมตรเมื่อ 9 วันก่อน จนสมองได้รับการกระทบกระเทือน และนอนอยู่ในห้อง icu แต่คดียังไม่คืบหน้า แม้ว่าจะมีพยานผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก 

โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ระหว่างที่พญ.หทัยพร หรือ หมอมุก กำลังจะนำรถเข้าไปจอดในบ้าน ที่เป็นคลินิคของตน แต่มีรถจอดขวางอยู่ จึงได้ให้ร้านอาหารที่อยู่ใกล้ไปเรียกคนขับ ซึ่งคนทั่วไปละแวกนั้นทราบว่าเป็นนายทหาร โดยพญ.ได้จอดรถซ้อนคันไว้ ทำให้นายทหารคนนั้น ต้องเข็นรถคันอื่นออกไปข้างหน้า แล้วจึงสามารถขับรถตนออกไปได้ แต่ได้ย้อนกลับมาอีกรอบพร้อมพุ่งชนพญ.อย่างแรงจนกระเด็นไปไกล ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เพื่อนของหมอมุกทั้งที่ทำงานที่ รพ.พระมงกุฎ และเพื่อนจากโรงเรียนจิตรลดาก็ไปตั้งกระทู้ในเว็บไซด์ชื่อดังเพื่อเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ดังนี้

<<<กระทู้ขอความช่วยเหลือ>>> ขอให้เพื่อนๆชาวพันทิป ช่วยดูรายการ ข่าว 3 มิติ คืนนี้ด้วยค่ะ     

รายการ  “ข่าว 3 มิติ” คืนนี้ (19 มิย.54) จะออกเรื่องของเพื่อนของดิฉันที่โดนคนขับรถมาชนแล้วหนีมา  1 สัปดาห์  คดีไม่มีความคืบหน้า  

       ขอเล่าเรื่องคร่าวๆ นะคะ คือเพื่อนกับแม่กลับมาบ้าน ประมาณ 3 ทุ่ม บ้านเป็นตึกแถว แถว รพ.วิชัยยุทธ เส้นขนานทางรถไฟสามเสน หน้าบ้านมีรถจอดขวางอยู่ คุณแม่จึงจดเบอร์ทะเบียนเดินถามตามร้านแถวนั้น ไม่เจอเจ้าของรถ

        เพื่อนเลยจอดรถแถวที่ 2 จากฟุตบาทแล้วเข้าบ้านไปก่อนเพื่อเข้าห้องน้ำ แต่เผลอลืมใส่เบรกมือไว้

        ต่อมาเจ้าของรถที่จอดขวางหน้าบ้านมาที่รถ เอารถออกลำบากต้องเข็นรถคันหน้าถึงออกได้  เจ้าของรถโมโหก็เขียนด่าไว้ที่กระจกรถของเพื่อนแล้วกลับรถไปจอดอีกฝั่งเลียบทางรถไฟ 

ต่อมาแม่มาเห็นว่าไม่มีคนจอดขวางก็เรียกเพื่อนดิฉันมาเอารถเข้าบ้าน เพื่อนก็เดินมาที่รถตัวเอง (ยังไม่ทันได้ขึ้นรถ) แม่ก็ได้ยินเสียงรถเร่งด้วยความเร็วสูงชนมาที่ตัวเพื่อนตกกระเด็นไปประมาณ 30 เมตร หัวกระแทกพื้น แล้วจะถอยรถทับอีกแต่คนแถวนั้นมาช่วยไว้ รถคันนี้ก็หนีไป พลเมืองดีจดเลขทะเบียนใส่มือแม่พร้อมเป็นพยาน ปรากฎรถคันนี้เป็นคันเดียวกับที่จอดรถขวางหน้าบ้าน พอสืบรถพบว่าเป็นรถของกรมทหารไม่ทราบว่าใครขับ แล้วก็ไม่มีการออกข่าว คดีเงียบ มา 1 สัปดาห์   

          ขณะที่เพื่อนดิฉันต้องผ่าตัดสมอง 2 ครั้ง อาการก็ยังไม่ดี ไม่ฟื้น และสมองยังบวมอยู่ นอนอยู่ห้อง ICU แม่เพื่อนก็อายุ 70 มีลูกสาวคนเดียว พ่อเสียชีวิตตั้งแต่เด็ก ตัวดิฉันสงสารแม่และเพื่อนมากแต่ไม่รู้จะทำยังไง เพราะแอบทราบว่าคู่กรณีน่าจะเป็นคนมีสี แม่กลัวมาก  

          ผ่านมาเกือบ 1 สัปดาห์ (โดนชนคืนเสาร์ 11 มิย.) คดีไม่มีความคืบหน้า ไม่มีเจ้าหน้าที่มาเก็บรอยนิ้วมือที่เขียนด่าว่าที่กระจกรถ  ยังไม่รู้ตัวคนร้ายแม้จะรู้ทะเบียนรถ

           จึงอยากให้เพิ่อนๆพันทิป ช่วยดูข่าวหน่อย เผื่อใครจะอยู่ในเหตุการณ์แล้วพอจะเห็นหน้าคนร้ายไปให้ข้อมูลตำรวจได้

(เพื่อนดิฉันเป็นหมอที่เคยออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในโครงการของพระราชินี)

 

 

 

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=18943
วันที่ : 22 พฤษภาคม 62 20:55:29
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com