Muslimthai Focus : ผนึกเจ้าสัวตึกใบหยก แม้ว เผยสเป๊กนายก เทือก ชี้ชิงแค่ 2พรรค
เปิด"ปุระชัย" ว่าที่หน.ประชาสันติ ชนพท.-ปชป.

ผนึกเจ้าสัวตึกใบหยก "แม้ว"เผยสเป๊กนายก "เทือก"ชี้ชิงแค่ 2พรรค



ปาฐกถา - พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ต้อนรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ร่วมปาฐกถาระหว่างเป็นประธานเวิร์กช็อปหัวหน้าสถานีตำรวจ ที่ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 21 มี.ค.

"พรรคประชาสันติ" เปิดตัวชู"ปุระชัย"สู้ศึกเลือกตั้ง "เสรี สุวรรณภานนท์"นั่งหัวหน้าพรรคชั่วคราว "พันธ์เลิศ ใบหยก"รองหัวหน้า เม.ย.ตั้ง"ปุ"เป็นหัวหน้าเต็มตัว เน้นสนามกทม. พร้อมจับทุกขั้วทั้งเพื่อไทย-ปชป. "แม้ว"ทวีตเปิด 9 คุณสมบัตินายกฯ ให้เพื่อไทยไปหามา ขอเป็นกุนซืออยู่เบื้องหลัง "ปลอด"ระบุยังไม่จำเป็นต้องเปิดตัวคู่ชิงนายกฯ รอไว้หลังเลือกตั้งก็ยังได้ ฟุ้งผลโพลกวาด 270 ส.ส. ทิ้งปชป.ที่ได้แค่ร้อยกว่าๆ "เทือก"ซัดดื้อๆคนที่เตรียมปาไข่เน่าใส่"มาร์ค" เป็นพวกเพื่อไทย รีบแจงวุ่นไม่ได้สร้างสถาน การณ์ ยันยุบสภาต้นพ.ค.ล้านเปอร์เซ็นต์ "สดศรี"เสนอตั้งศาลเลือกตั้งโดยเฉพาะ เชื่อหลังเลือกตั้งมียุบพรรคอีก

"เทือก"ซัดไข่เน่าใส่เพื่อไทย

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวมีคนนำไข่เน่าและขวดพลาสติกรอต้อนรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในงานอสม.ที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบก่อน ว่า ต้องทำให้ได้ คิดว่าคนที่กระทำการอย่างนี้ควรหยุดได้แล้ว เพราะคนทั้งประเทศต้องการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งและให้เลือกตั้งสงบเรียบร้อย ฉะนั้นใครที่ออกมาแสดงความก้าวร้าวรุนแรงย่อมไม่เป็นผลดี ถ้าขืนทำอย่างนี้ต่อไป คนที่เสียหายคือพรรคเพื่อไทยนั่นเอง เพราะมวลชนเหล่านี้มีความผูกพันกับพรรคอยู่ อย่าทำเลย ให้บรรยากาศเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย เมื่อเลือกตั้งเสร็จ บ้านเมืองจะได้เดินต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมโยงเรื่องนี้ให้พรรคเพื่อไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ต้องถามตน ประชาชนรู้ คนถามก็รู้ มันชัดเจนอยู่แล้ว รัฐบาลพยายามดำเนินการต่างๆ เพื่อให้บรรยากาศเอื้ออำนวยสำหรับการเลือกตั้ง ในวันนี้ตนจะพูดคุยกับผกก.หัวหน้าสถานีตำรวจทั่วประเทศ ขอให้ดูแลบังคับใช้กฎหมาย ใครทำผิดกฎหมายต้องดำเนินคดี

แจงวุ่นไม่ได้สร้างสถานการณ์

เมื่อถามว่าพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ 10 รรท.ผบช.ภาค 1 รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้รับข่าวใดๆ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.รีบไปสวนโมกข์ จตุจักร และไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลอย่างนี้ขึ้น เมื่อถามว่าจะกำชับเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ที่นายกฯต้องเดินทางไปอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ทำเท่าที่จำเป็นต้องทำ

เมื่อถามว่าไม่ได้เป็นการสร้างเหตุการณ์ใช่หรือไม่ เพราะไม่เห็นนำตัวผู้เตรียมก่อเหตุออกมาดำเนินการใดๆ นายสุเทพ กล่าวว่า "ผมได้เห็นความเป็นจริงว่าพอเกิดอะไรขึ้น จะมีคำถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือสร้างสถานการณ์ ขอเรียนว่ารัฐบาลไม่มีเหตุผลต้องสร้างสถานการณ์ อยู่ดีๆนายกฯจะให้คนเอาไข่มาขว้างและการสร้างสถานการณ์ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรกับนายกฯ ยืนยันว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย แต่พรรคเพื่อไทยต้องให้ความร่วมมือด้วยจึงจะประสบความสำเร็จ"

"มาร์ค"สั่งปชป.ดูแลของแพง

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า นายอภิสิทธิ์กำชับลูกพรรคลงพื้นที่เลือกตั้ง พร้อมกับสำรวจปัญหาสินค้าราคาแพง เพื่อจะได้ช่วยดูแลปัญหาประชาชนแล้วแจ้งให้รัฐบาลทราบ ซึ่งเรามีเวลาเป็นรัฐบาลก่อนยุบสภาอีก 6 สัปดาห์จึงต้องเร่ง รัดทำงานที่ค้างคาอยู่ นายกฯห่วงเรื่องข้าวของแพง ค่าครองชีพ ก็ต้องไปดูและหากแก้ไขได้จะช่วยแก้ไขให้ประชาชนก่อน

ต่อข้อถามกรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุการโหวตไว้วางใจนายกฯและ 9 รมต. ซื้อคะแนนด้วยตัวเลข 8 หลัก นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพูดได้ทุกเรื่อง และไม่สนใจว่าพูดเรื่องจริงหรือไม่ ตนไม่เชื่อที่พรรคเพื่อไทยพูด แต่เชื่อว่าผลโหวตที่ออกมาแปลกๆ นั้นเพราะมีส.ส.เตรียมย้ายพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้คะแนนเปลี่ยน ซึ่งชาวบ้านจะเชื่อพรรคเพื่อไทยไม่ได้เพราะพูดเลอะเทอะทุกวัน

ยันยุบสภาต้นพ.ค.ล้าน%

เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าจะมีการยุบสภา นายสุเทพ กล่าวว่า ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ พันเปอร์เซ็นต์ ล้านเปอร์เซ็นต์ เมื่อถามว่าแต่ยังมีคนไม่มั่นใจและเกรงจะมีอุบัติเหตุการเมืองเกิดขึ้นก่อนยุบสภา นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นโรคที่รักษายากคือโรควิตกจริต ตนบอกแล้วว่าขอให้เชื่อนายกฯ เมื่อถามว่าฝ่ายทหารก็เชื่อที่รัฐบาลพูดใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เขาเชื่อกันทุกคน

ต่อข้อถามว่ามั่นใจว่าทหารจะไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า ทหารไม่เกี่ยว ทหารก็เหมือนกับข้าราชการอื่น ไม่มาวุ่นวายการเมือง เรื่องการเมืองต้องเป็นการตัดสินใจของฝ่ายการเมือง เมื่อถามว่าพูดตีกันทหารไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายสุเทพ หัวเราะและกล่าวว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของวิตกจริต ตนไม่ได้ตีกันทหารเพราะเขาไม่คิดปฏิวัติอยู่แล้ว เขาเหมือนเราที่ต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เพียงแต่มีบทบาทหน้าที่ต่างกันบ้าง

ไม่หวั่น"บิ๊กบัง"เจาะ 3 จว.ใต้

นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีสภาบรรจุวาระพิจารณาแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ โดยจะเร่งเพื่อให้เสร็จก่อนสงกรานต์ว่า มีความชัดเจนว่าช่วงเวลายุบสภาเป็นไปตามที่นายกฯกำหนด คือต้นเดือนพ.ค.แน่นอน ดังนั้นทุกคนต้องร่วมมือกันทำกฎหมายให้เสร็จเรียบร้อยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้าคมช. หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ เปิดตัวผู้สมัครเจาะฐานเสียงชาวมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่สงบได้ นายสุเทพ กล่าวว่า เชื่อว่าพรรคยังรักษาที่นั่งเดิมใน 3 จังหวัดภาคใต้ไว้ได้ทั้งหมด และคิดว่าจะได้ส.ส.เพิ่มเติมในส่วนที่เป็นของพรรคอื่นในพื้นที่เหล่านั้นด้วย ตอนนี้พรรคยังขาดที่ยะลา ปัตตานี นราธิวาสเท่านั้น มั่นใจจะเพิ่มในจังหวัดเหล่านี้

มองข้าม"ปุ"ชี้ปชป.-พท.ชิงนายกฯ

เมื่อถามถึงพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่เตรียมผลักดันร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตรมว. มหาดไทย ขึ้นเป็นนายกฯแข่งกับนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ กล่าวว่า ขอต้อนรับพรรคใหม่ที่เกิดขึ้น ส่วนใครจะได้เป็นนายกฯนั้นพูดวิจารณ์ได้ตลอด แต่ข้อเท็จจริงคือใครได้คะแนนมากกว่า ซึ่งคาดว่าคนที่เป็นนายกฯได้ มาจาก 2 พรรคคือประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่าร.ต.อ.ปุระชัยมีศักยภาพเป็นคู่แข่งสำคัญสำหรับตำแหน่งนายกฯ นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าคิดอย่างนั้นก็จดเอาไว้ก่อน แล้วค่อยไปเปิดซองดูตอนเลือกตั้งเสร็จแล้ว เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระบุนายกฯควรมีคุณสมบัติ 9 ข้อ โดยเฉพาะการไม่สร้างศัตรู และมีใจเป็นระบอบประชาธิปไตย นายสุเทพ กล่าวว่า "ก็ให้คุณทักษิณเขียนทั้ง 9 ข้อนั้นติดฝาผนัง แล้วก็อ่านเอง ทบทวนเองทั้งเช้า เที่ยง เย็นจะได้เข้าใจ ถ้าคุณทักษิณปฏิบัติตาม 9 ข้อนั้นได้ก็เรียบร้อย บ้านเมืองดีขึ้น ส่วนคนของผมคงไม่ต้องปรับ ให้คุณทักษิณปรับก็แล้วกัน ของผมใช้ได้อยู่แล้ว"

ยินดีต้อนรับ"มิ่ง"ก็ดูดี-"ปู"ก็โอเค

ต่อข้อถามว่าระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บรรยากาศการเมืองจะแตกต่างกันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่คิดว่าคงจะได้หัวหน้าพรรคก่อนยุบสภา เพื่อนำพรรคเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ยินดีต้อนรับ ใครจะมาก็ได้ นายมิ่งขวัญก็ดูดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนก็โอเค ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่าร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกาศวางมือการเมือง นายสุเทพ หัวเราะก่อนกล่าวว่า "ไม่ได้ คงไม่วาง คุณเฉลิมเป็นนักการเมืองที่ทำให้สภามีสีสัน อย่าวางง่ายๆ เลย"

"มาร์ค"ปาฐกถาตร.รับเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เป็นประธานเปิดสัมมนาโครงการเชิงปฏิบัติการหัวหน้าสถานีตำรวจในการอำนวย ความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยกล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า องค์กรตำรวจมีความสำคัญในฐานะต้นธารกระบวนการยุติธรรม บทบาทของพนักงานสอบสวนจะต้องทราบและแก้ปัญหาของประชาชนในเบื้องต้น ศักยภาพของพนักงานสอบสวนจึงมีความสำคัญ เพราะเป็นตัวบ่งชี้การทำงานขององค์กรตำรวจ

"ขณะนี้จะเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไป ผมจึงอยากเน้นย้ำว่า ในภาวะที่การแข่งขันทางการเมืองมีความเข้มข้น ตำรวจเป็นกลไกสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย และดูแลการเลือกตั้งให้เรียบร้อย บริสุทธิ์ยุติธรรม วางตัวเป็นกลาง และดูแลความปลอดภัยผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าผู้สมัคร ผู้สนับสนุน หรือประชาชน พนักงานสอบสวนจะต้องทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ" นายอภิสิทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 1,732 คน ประกอบด้วยนายตำรวจระดับหัวหน้าสถานีขึ้นไปจากทั่วประเทศ

ปธ.วุฒิฯให้คะแนนรัฐบาลคาบเส้น

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และ 9 รมต.ที่ผ่านมาว่า จากการประเมินภาพรวม ตนให้คะแนนรัฐบาลผ่านคาบเส้นคือ 5 จากคะแนนเต็ม 10 เพราะไม่สามารถชี้แจงในบางประเด็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีภาษีบุหรี่ แต่ถือว่าได้รับความรู้ใหม่ๆ ในการติดตามการอภิปราย ส่วนประเด็นสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น รัฐบาลยังชี้แจงประเด็นเดิม

นายประสพสุข กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 3 ฉบับ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาและวุฒิสภาว่า คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 45 วัน โดยจะตรงกับช่วงเวลาที่นายกฯ ประกาศยุบสภาต้นเดือนพ.ค.พอดี

"เจ๊สด"ชี้มียุบพรรคหลังเลือกตั้ง

เวลา 09.30 น. ที่สถาบันพระปกเกล้า จัดสัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ "เลือกตั้งอย่างไรไม่ผิดกฎหมาย" โดยนางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวตอนหนึ่งว่า ศาลเป็นองค์กรที่มั่นคง ต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ขณะนี้ศาลกำลังถูกดึงเข้ามาสู่การเมือง ถูกการเมืองเล่นงาน เหมือนกกต.ที่ถูกผลกระทบจากการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม แม้แต่ครอบครัวก็ถูกดึงเข้าไปกระทบด้วย ส่วนตัวเห็นว่าควรแยกศาลออกจากการเมือง โดยตั้งศาลการเมืองขึ้นมาพิจารณาคดีเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยเฉพาะ

นางสดศรี กล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแม้จะชนะไม่ได้ในการเลือกตั้ง แต่ชนะด้วยการยุบพรรค จึงคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้เห็นวงจรนี้กลับมาอีกครั้ง ต้องถามว่ายุติธรรมหรือไม่กับพรรคที่ตั้งมานานแต่ถูกสกัดโดยการยุบพรรค แทนที่จะใช้วิธีเลือกตั้งเป็นเครื่องชี้วัดประชาธิปไตย แต่ใช้กฎหมายเพื่อสกัดกั้นการเติบโตของพรรค ตนไม่อยากให้เกิดวงจรเหล่านี้ เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยกเหมือนขณะนี้ ถ้ายังใช้วิธียุบพรรคเป็นปัจจัย หลักของการแพ้ชนะในการเข้าสู่อำนาจการ เมืองเพื่อให้ได้จัดตั้งรัฐบาล จึงไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ดังนั้น ต่อไปจะต้องสะสางและปฏิรูปการยุบพรรคเพื่อให้เสียงประชาชนเป็นเสียงชี้ขาดว่า พรรคใดจะได้เป็นผู้บริหารประเทศแทน

จากนั้นนางสดศรีให้สัมภาษณ์ถึงร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.การเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ร.บ.พรรคการเมือง และพ.ร.บ.กกต. ที่กกต.ส่งสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่า ขึ้นกับสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา ซึ่งกกต.ไม่อยากให้มีการฟ้องร้องจนทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถึงแม้มาตรา 7 วรรคท้ายของรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะให้อำนาจกกต.ออกประกาศแทน พ.ร.บ.ได้ก็ตาม เพราะไม่อยากให้นำไปตีความหรือเป็นข้อต่อรองในการตั้งรัฐบาล อีกทั้งอยากเห็นการเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี

ให้ผู้สมัครสาบานสมานฉันท์

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีคนเตรียมไข่เน่าไปปานายกฯ จะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า แม้แต่นายกฯ ยังหาคนป้องกันเหตุได้ยาก ดังนั้น กกต.จึงประเมินว่าต้องใช้งบ 500 กว่าล้านบาทที่อยู่ในด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย นำไปอบรมพนักงานสืบสวนสอบสวนและตั้งพนักงานหาข่าวป้องกันเหตุร้าย โดยจะร่วมมือกับตำรวจและ ทหาร

"การขัดขวางการเลือกตั้งมีโทษทั้งจำและปรับ ตามมาตรา 57 ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ แม้ขณะนี้ยังไม่มีเลือกตั้งแต่บางจังหวัดประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงก็ยังเอาไม่อยู่ ถ้ามีเลือกตั้งแล้วไม่มีพ.ร.บ.ดังกล่าวไว้จะเกิดอะไรขึ้นมา กกต.จะพยายามให้เกิดเหตุน้อยที่สุด ขอให้ผู้สมัครทำพิธีสาบานในการเลือกตั้งสมาน ฉันท์ว่าจะไม่ก่อเหตุ จะร่วมมือกกต.ไม่ให้เลือกตั้งมีปัญหา" นางสดศรี กล่าว

คุยทุกพรรคกำหนดวันเลือกตั้ง

เมื่อถามว่านายกฯ ยืนยันยุบสภาต้นเดือน พ.ค. นางสดศรี กล่าวว่า การเลือกตั้งต้องไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันยุบสภา และวันเลือกตั้งต้องเป็นวันอาทิตย์ ดังนั้นก่อนกำหนดวันเลือกตั้ง กกต.จะประชุมพรรคการเมืองทั้งหมดต้นเดือนเม.ย. เพื่อหาวันที่เหมาะสมจัดเลือกตั้ง รวมทั้งหารือถึงค่าใช้จ่ายเลือกตั้งด้วย เดิมตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง ปี 2550 กำหนดให้ใช้จ่ายได้คนละ 1.5 ล้านบาท กกต.จะสอบถามพรรคต่างๆ ว่า 1.5 ล้านบาท ยังใช้จ่ายพอหรือไม่ หรือจะปรับเพิ่มหรือลดลง รวมทั้งค่าใช้จ่ายส.ส.บัญชีรายชื่อ จะให้เหมือน ส.ส.สัดส่วนแบบเดิมหรือไม่ จะต้องพูดคุยกับพรรคการเมืองก่อนออกระเบียบกกต.ต่อไป

ต่อข้อถามว่าวันที่ 26 มิ.ย. และวันที่ 3 ก.ค. เหมาะสมเป็นวันเลือกตั้งหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า ต้องให้พรรคการเมืองมีส่วนกำหนดวันเลือกตั้งด้วย เพียงแต่กกต.จะตั้งตุ๊กตาไว้ว่าวันที่ 26 มิ.ย. การทำงานหรือเตรียมพร้อมจะเรียบ ร้อยหรือไม่ หากยังไม่เรียบร้อย กกต.ต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป แต่ยืนยันต้องฟังเสียงพรรค การเมืองก่อนกำหนดวัน ที่ผ่านมาเพียงคาดการณ์เท่านั้น

นางสดศรี กล่าวถึงกรณีพ.ร.บ.ตั้งจังหวัดบึงกาฬมีผลบังคับใช้ว่า การแบ่งเขตส.ส. ในจ.บึงกาฬ จะต้องแบ่งจำนวนส.ส.จากจ.หนอง คายมาให้จ.บึงกาฬ และต้องดูว่าประชากร จ.บึงกาฬมีเท่าใดจึงจะคำนวณว่าจะมีส.ส.กี่คน ขณะที่การสรรหาส.ว.สรรหา จะเหลือเพียง 73 คน

"แม้ว"เปิด 9 คุณสมบัตินายกฯ

วันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ทักษิณไลฟ์ว่า วันอังคารที่ 22 มี.ค. พรรคเพื่อไทยจะประชุมสามัญพรรคประจำปีเพื่อรับรองงบการเงิน ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคที่คาดกันว่าคนที่เป็นหัวหน้าพรรคต้องเป็นนายกฯ หากได้เป็นรัฐบาลนั้น บังเอิญพรรคสายเลือดไทยรักไทยเป็นพรรคที่ถูกแกล้ง ต้องโดนยุบพรรคมาหลายครั้งแล้ว ส่วนพรรคคู่แข่งทำอะไรผิด ก็ช่วยกันให้ไม่ผิด มันเลยต้องสู้กันแบบนี้ หลายคนเลยถามว่าถ้าชนะเลือกตั้งจะเสนอใครเป็นนายกฯ ขอฝากข้อคิดว่าเลือกตั้งเสร็จแล้วประชาชนอยากเห็นอะไร จากการพูดคุยและสำรวจความต้องการพบว่าประชาชนอยากเห็น 1.ความปรองดองในบ้านเมือง 2.คนที่เดือดร้อนจากความขัดแย้งทุกฝ่ายได้รับการเยียวยา 3.ความยุติธรรมกลับคืนมา 4.เศรษฐกิจในประเทศได้รับการแก้ไขโดยเฉพาะของแพงแต่รายได้ต่ำหากินฝืดเคือง

พ.ต.ท.ทักษิณทวีตอีกว่า เมื่อทราบเช่นนี้พรรคเพื่อไทยต้องหาคนที่มีคุณสมบัติทำได้ตามที่ประชาชนอยากเห็น คือ 1.ต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาประสานงานกับทุกฝ่ายได้ ไม่ขยันสร้างศัตรู 2.ต้องมีเมตตาธรรม 3.ต้องมีจิตใจรักความเป็นธรรม 4.ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงแก้ไขในสิ่งที่ผิด 5.ต้องเข้าใจเศรษฐกิจของประชาชนและภาคธุรกิจ 6.ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์บริหารองค์กรขนาดใหญ่ เข้าใจอย่างเดียวแต่ทำไม่เป็นไม่ได้ 7.ต้องเป็นคนที่มีใจรักประชาชน 8.ต้องเป็นผู้รักความเป็นประชาธิปไตย เคารพความสามารถและสติปัญญาของประชาชน 9.ต้องเป็นผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ขอเป็นกุนซืออยู่เบื้องหลัง

พ.ต.ท.ทักษิณทวีตอีกว่า ดังนั้น เป็นหน้าที่พรรคต้องช่วยกันคิดโดยด่วน และต้องประกาศให้ประชาชนทราบทันทีที่ยุบสภาว่าใครจะมา เป็นนายกฯ หากพรรคชนะ ส่วนตนจะขอทำหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาและแนะวิธีปฏิบัติให้สำเร็จตามนโยบายที่พรรคสัญญาไว้กับประชาชนให้ได้ในเวลาที่รวดเร็วที่สุด เพราะคนไทยส่วนใหญ่มีหนี้สิน หากินฝืดเคือง รายได้ไม่พอใช้มาหลายปีแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนรายหนึ่งถามว่าหลายคนยอมรับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อจบปริญญาโทจากอเมริกาก็มาทำงานธุรกิจกับตน โดยเริ่มเป็นเซลส์ขายโฆษณาเยลโล่เพจเจส จนโตเป็นประธานบริหารเอไอเอส

"บิ๊กจิ๋ว"ประชุมทีมยุทธศาสตร์

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียง ใหม่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากพ.ต.ท.ทักษิณระบุผู้ที่จะเป็นนายกฯ ในนาม พรรคเพื่อไทยต้องมีคุณสมบัติ 9 ข้อนั้น เป็นสัญญาณเตือนผู้นำทั้งหลายที่ต้องการขึ้นเป็นนายกฯ ในนามพรรคเพื่อไทยต้องหยุดให้ข่าวได้แล้ว เมื่อถึงเวลาเชื่อว่าพรรคจะเลือกเฟ้นบุคคลที่เหมาะสมเป็นผู้นำ โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากพ.ต.ท.ทักษิณเป็นหลักด้วย เพราะ พ.ต.ท. ทักษิณดูแลส.ส.และพรรคมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าได้เตรียมบุคคลที่เลือกไว้ในใจเรียบ ร้อยแล้ว มีคุณสมบัตินำพาประเทศหลุดวิบากกรรม ปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจได้แน่ ดังนั้น หลายฝ่ายไม่ต้องมาคาดเดาว่าจะเป็นใคร

ขณะที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ที่มีพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเป็นประธานว่า ที่ประชุมหารือถึงการเตรียมการเลือกตั้งทั่วไป โดยให้ส่งคณะทำงานร่วมพิจารณากฎหมายลูก 3 ฉบับของกกต. ซึ่งพรรคมีจุดยืนว่า 1.ควรเสนอการเลือกตั้งล่วงหน้าให้เหลือเพียงวันเดียว 2.เห็นว่ารายละเอียดการให้เงินสนับสนุนพรรค จากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองไม่เป็นธรรม เพราะกำหนดว่าเงินสนับสนุนจะให้พรรคที่ผ่านการเลือกตั้งทั่วไปเท่านั้น ซึ่งพรรคเพื่อไทยที่ถูกยุบมาไม่มีโอกาสได้ใช้เงินส่วนนี้ เมื่อเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มีส.ส.น้อยกว่ากลับได้รับเงินสนับสนุนกว่า 60 ล้านบาท แต่พรรคได้เพียงหลักแสน จึงควรแก้ไขให้กองทุนสนับ สนุนโดยคิดคำนวณจากจำนวนส.ส.

นายปลอดประสพกล่าวว่า 3.พรรคไม่เห็นด้วยกับการให้อำนาจกกต. ให้ใบเหลืองและใบแดงก่อนเลือกตั้ง ถือว่าให้อำนาจมากไป ควรเป็นอำนาจของศาล 4.ให้ส.ส.เขตไปดูการประชุมเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตเล็ก เท่าที่ดูภาคกลาง กทม. ภาคใต้ แบ่งเขตโดยยึดถือเขตปกครอง หรืออำเภอเป็นหลัก ซึ่งเราเห็นด้วย แต่ภาคอีสานแบ่งแปลกๆ เหมือนยึดหลักกู ไม่ใช่หลักการ เอาตำบลนั้นตำบลนี้ไปรวมกับอำเภออื่นๆ ซึ่งต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

สัปดาห์หน้าปล่อยนโยบาย

นายปลอดประสพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังคุยเรื่องนโยบายพรรค ซึ่งเห็นว่าถึงเวลาเปิดนโยบายต่อสาธารณะได้แล้ว ดังนั้น สัปดาห์นี้จะระดมสมองผู้นำทางความคิดของคนในพรรค ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อกำหนดนโยบายหลักออกมา และจะเปิดตัวสัปดาห์หน้า โดยไม่กลัวว่าใครจะเอาไปลอก เชื่อว่าคงไม่หน้าด้านขนาดนั้น นโยบายจะเน้นเรื่องเศรษฐกิจและสังคมเป็นหลัก

นายปลอดประสพกล่าวต่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาคณะทำงานมองว่าพรรคทำได้ดีกว่าที่ผ่านมา ทั้งการเตรียมข้อมูล การนำเสนอ รวมทั้งประชาชนสะท้อนผ่านโพลน่าพอใจ แม้จะสะดุดวันสุดท้าย ที่ตอนสรุปไม่ได้เรียงข้อกล่าวหาและย้ำว่ามีอะไรบ้างที่รัฐบาลตอบคำถามของฝ่ายค้านไม่ได้

นายกฯไม่จำเป็นต้องหน.พรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้หารือถึงผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ หรือไม่ นายปลอดประสพกล่าวว่า ยังไม่ได้หารือ พรรคยังยืนยันโครง สร้างเดิม การบริหารงานรัฐบาลและพรรคจะเหมือนรถไฟรางคู่เดินไปด้วยกัน ดังนั้น ผู้ที่เป็นนายกฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค หรือเป็นก็ได้ แล้วแต่กรณี เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ เราเตรียมเป็นรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ผู้นำฝ่ายค้านจึงไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค

"พรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ ได้หมด ใครเป็นส.ส.ก็เป็นได้ ดังนั้น รอให้เลือกตั้งเสร็จสิ้นก่อนค่อยคิดก็ได้ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่ชูคุณอภิสิทธิ์ เพราะตัวนายอภิสิทธิ์มีคะแนนนิยมสูงกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องชูตัวบุคคล แต่ของเพื่อไทยคะแนนพรรคสูงกว่าตัวบุคคล เราชูพรรคขึ้นมา ไม่เสียหาย ส่วนใครจะเอาไปโจมตีก็ตามสบาย แต่ยังยืนยันในจุดยืนนี้" นายปลอดประสพกล่าว

ฟุ้งกวาด 270 ส.ส.-ปชป.แค่ 140

นายปลอดประสพกล่าวด้วยว่า จากการประเมินโพลที่พรรคทำ ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะได้ส.ส. 250 เสียง แต่เมื่ออภิปรายแล้วพบว่าจะได้ถึง 270 เสียง แบ่งเป็นส.ส.เขต 200 คน และบัญชีรายชื่อ 70 คน เพราะรัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามได้ชัดเจน ทำให้ความนิยมลดลง สำหรับส.ส.เขตคาดว่าจะได้ที่อีสาน 90 เสียง เหนือ 60 เสียง ภาคกลางกับภาคตะวันออกได้ 30 เสียง กทม.จะได้ 10-20 เสียง ขณะที่ประชาธิปัตย์ กทม.จะไม่เกิน 10 ที่นั่ง เพราะถูกพรรคของร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ แบ่งไป และประเมินว่าประชาธิปัตย์จะได้ส.ส. ทั้งหมด 140 คน ภูมิใจไทยไม่เกิน 40 ที่นั่ง ชาติไทยพัฒนา 20 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือพรรคต่างๆ แบ่งกัน ดังนั้น เพื่อไทยจะเป็นรัฐบาลแน่นอน ตอนนั้นค่อยพิจารณาว่าใครจะเป็นนายกฯ ส่วนจะจับมือพรรคไหนร่วมเป็นรัฐบาล อาจเป็นประชาราช หรือพรรคของร.ต.อ.ปุระชัยก็เพียงพอตั้งรัฐบาลแล้ว

"เด็จพี่"โวยเทือกกล่าวหามั่ว

ต่อมานายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ตามที่นายสุเทพ เทือก สุบรรณ รองนายกฯ ให้ข่าวกล่าวหาพรรคเพื่อไทยอยู่เบื้องหลังกลุ่มผู้ต่อต้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯนั้น เป็นพฤติกรรมกล่าวหาซ้ำซาก มั่วนิ่ม โยนบาปให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย เพื่อดิสเครดิตก่อนเลือกตั้ง และทำลายน้ำหนักกรณีโพลหลายสำนักให้คะแนนฝ่ายค้านมากกว่ารัฐบาล พรรคขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายสุเทพโดยสิ้นเชิง หากตรวจสอบจะพบว่าประชาชนเหล่านี้เดือดร้อนจากการบริหารประเทศของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ซึ่งวันนี้นม น้ำมันถั่วเหลือง เหล็ก ปุ๋ย จะปรับขึ้นราคา ขอให้รัฐบาลหยุดพล่าม เอาเวลาไปแก้ปัญหาดีกว่า

นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคจะทำหนังสือ 20 คำถามที่ไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล แจกจ่ายประชาชน โดยจะแถลงรายละเอียดวันที่ 22 มี.ค. มีกรณีนายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรฯ ถือครองที่ดิน 700 ไร่ บริเวณป่าดงพะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ในพื้นที่โครงการจัดสรรที่ดินป่าดงพะทาย 21,500 ไร่แก่ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกิน ครอบ ครัวละ 10 ไร่สำหรับเป็นที่ทำกิน และอีก 1 ไร่สำหรับที่อยู่อาศัย เริ่มออกใบจองให้ราษฎร (นส.2) ไว้เป็นหลักฐาน พ.ศ.2519 แต่นายศุภชัยยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. เมื่อปี 2552 ว่าครอบครองที่ดินดังกล่าว 700 ไร่ เป็นการถือครองที่ดินขัดต่อวัตถุประสงค์และได้มาอย่างไม่ถูกต้อง เพราะ นส.2 ห้ามซื้อขาย ลักษณะนี้เหมือนกรณีรัฐบาลประชาธิปัตย์ สมัยนายสุเทพเป็นรมช.เกษตรฯ นำที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ไปแจกนายทุน สุดท้ายศาลฎีกาตัดสินให้คืนที่ดิน

แฉ"พ่อ-อา"มาร์คโยง 3 จี

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า น่าสังเกตว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์มักตายด้วยเรื่องที่ดิน หากนายอภิสิทธิ์ไม่เอื้อประโยชน์พรรคร่วมเพื่อหวังต่ออายุรัฐบาล ต้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ส่วนนายศุภชัยถ้ามีความละอายก็ควรพิจารณาตัวเอง อย่างไรก็ตามวันที่ 25 มี.ค.จะส่งรายงานผลตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบุกรุกที่ดินดังกล่าว ของป.ป.ท.ให้กับนายอภิสิทธิ์ จากนั้นวันที่ 28 มี.ค.จะลงพื้นที่ป่าดงพะทาย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความไม่โปร่งใสสัญญาสัมปทาน 3 จีว่า น.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดานายอภิสิทธิ์ เป็นกรรมการบริหารและกรรมการตรวจสอบของบริษัทซีพีเอฟ บริษัทพ่อของทรู และอาของนายอภิสิทธิ์ คือนายวิทยา เวชชาชีวะ เป็นกรรมการบริหารและกรรมการตรวจสอบบริษัททรู จึงอยากถามว่าเรื่องนี้เข้าข่ายไร้ธรรมาภิบาลหรือไม่ อยากให้นายอภิสิทธิ์ชี้แจงเรื่องนี้

ปรับฮวงจุ้ย-ย้ายศาลเจ้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพรรคเพื่อไทยย้ายที่ทำการจากย่านถนนพระราม 4 มาอยู่อาคารโอเอไอ ถนนเพชรบุรี หวังช่วยเสริมดวงชะตาของพรรคให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ปรากฏว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาภายในพรรคกลับเต็มไปด้วยความแตกแยก อ่อนแอ ไม่มีใครฟังใคร ทุกคนต่างอ้างเป็นสายตรงพ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้การบริหารจัดการภายในพรรคไม่มีเอกภาพ และยังถูกจับตาจากฝ่ายกุมอำนาจของประเทศอย่างใกล้ชิด กระทั่งแกนนำพรรคต้องเชิญซินแสมาดูฮวงจุ้ยพรรค ก่อนแนะนำให้ปรับใหญ่ โดยปรับปรุงสวนหย่อมด้านหน้าพรรคจากเดิมดูรกๆ ด้วยการถมทรายและปลูกหญ้ากลายเป็นสนามหญ้าขนาดเล็กโปร่งสบายตา ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ามีแกนนำ อาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท. ทักษิณ เข้าร่วมทำพิธีย้ายศาลเจ้าที่เจ้าทางของพรรคเมื่อเช้าวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา จากเดิมตั้งอยู่บริเวณประตูขวาซึ่งเป็นทางออกของพรรค ไปไว้ในที่ที่เหมาะสม และทำพิธีบวงสรวงศาลพระภูมิชัยมงคล ที่ตั้งอยู่บริเวณลานโล่งบนชั้น 7 ในวันเดียวกันเพื่อให้พรรคสงบสุข ไม่มีศัตรู ไม่ถูกกลั่นแกล้ง ไม่มีภยันตรายมากล้ำกรายอีก

ทั้งนี้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ให้สัมภาษณ์ว่า เข้าใจว่าอาจจะเคลื่อนย้ายศาลไปที่อื่น หรืออาจเห็นว่าที่พรรคเพื่อไทยมีศาลพระภูมิอยู่แล้วบริเวณชั้น 7 คงต้องการให้มีเพียงศาลเดียว ไม่ซ้ำซ้อนกัน เมื่อถามว่าเกี่ยวกับการปรับฮวงจุ้ยหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้ปลูกปาล์ม

ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ กล่าวว่า ตามหลักฮวงจุ้ยนั้นเงาของอาคารจะไปทับศาลพระภูมิไม่ได้ เพราะเงาจะไปบดบังศาลพระภูมิ ซึ่งจะเป็นการบดบังการทำงานทางการเมือง จึงจำเป็นต้องย้ายศาลออกไป พรรคมีศาลพระภูมิอยู่แล้วบริเวณชั้น 7 ตามปกติในที่หนึ่งที่จะมีศาลพระภูมิเพียง 1 หลังเท่านั้น

ประชาสันติเปิดตัวชู"ปุระชัย"

วันเดียวกันเวลา 14.00 น.ที่ตึกใบหยก 2 พรรคธรรมาธิปัตย์ประชุมสามัญประจำปี โดยมีนายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธาน ส.ส.ร. ปี 2550 และนายพันธ์เลิศ ใบหยก เจ้าของตึกใบหยก ร่วมเป็นประธานประชุม ท่ามกลางสมาชิกพรรคกว่า 200 คนร่วมประชุม

จากนั้นเวลา 15.50 น.นายเสรี เปิดเผยว่า ผลการประชุมได้เปลี่ยนชื่อพรรคจากธรรมาธิ ปัตย์ เป็นพรรคประชาสันติ และมีมติให้ตนเป็นหัวหน้าพรรคระหว่างนี้ไปก่อน จนกว่าร.ต.อ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ จะมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดตัวต้นเดือนเม.ย.นี้ พร้อมกับโชว์นโยบายพรรคสำหรับการเลือกตั้ง ส่วนกรรมการบริหารชุดนี้มี 11 คน มีนายพันธ์เลิศ เป็นรองหัวหน้า และน.ส.พรเพ็ญ เพชรสุขศิริ เป็นเลขาธิการพรรค

"ร.ต.อ.ปุระชัยตอบรับชัดเจนที่จะเป็นหัวหน้า แต่ขณะนี้ทางพรรคต้องส่งรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคชั่วคราวไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ทันการเลือกตั้งที่จะถึง"หัวหน้าพรรคประชาสันติ กล่าว

ตั้งเป้าสนามกทม.-จับขั้วทุกพรรค

นายเสรี กล่าวอีกว่า พรรคตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ ยอมรับว่ากทม.เป็นเป้าหมายหลัก เพราะผลงานของร.ต.อ.ปุระชัยเป็นที่ประจักษ์และดีเด่นอยู่แล้ว ตอนนี้มีนักการเมือง ส.ส.และอดีตส.ส.ติดต่อมาร่วมงานหลายคน ซึ่งจะเปิดตัวบุคคลเหล่านี้หลังจากร.ต.อ.ปุระชัยรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคแล้ว

ด้านนายพันธ์เลิศ กล่าวว่า นโยบายพรรคจะเน้นเรื่องสันติและปรองดอง ที่สำคัญคือนโย บายเรื่องเศรษฐกิจต้องได้รับการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ส่วนหลังเลือกตั้ง พรรคยินดีจับขั้วกับทุกพรรค ทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทย เพราะไม่ได้เป็นอริกับใคร

สำหรับคณะกรรมการบริหารพรรคประชาสันติชุดแรก มีทั้งสิ้น 11 คน ประกอบด้วย นายเสรี สุวรรณภานนท์ หัวหน้าพรรค นายพันธ์เลิศ ใบหยก นางนงลักษณ์ วัฒนสิงห และนายดนสวัสดิ์ ชาติเมธี รองหัวหน้าพรรค น.ส.พรเพ็ญ เพชรสุขศิริ เลขาธิการพรรค น.ส.จรินยาภร ชื่นตา รองเลขาธิการพรรค นายปฏิคม สาคร นายทะเบียน พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ เหรัญญิก นายวรวิช ธีระศิริศิลป์ โฆษกพรรค จ.ส.อ.สุนทร เนตรประสม และนายรัตน์ ราศิวงศ์ กรรมการบริหารพรรค (อ่านรายละเอียดหน้า 3)
พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=17240
วันที่ : 16 กันยายน 62 20:26:05
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com