Muslimthai Focus : ข่าวประเทศลิเบีย ยูเอ็นฯชงศาลโลกลงดาบ เฉ่ง กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย

ยูเอ็นฯชงศาลโลกลงดาบ เฉ่ง "กัดดาฟี" ผู้นำลิเบีย

Pic_153645

ข้าฯไม่หนี - กัดดาฟีออกโทรทัศน์แถลงไม่ยอมก้มหัวให้ฝ่ายต่อต้าน ขอสู้จนเลือดหยดสุดท้าย.

คงเห็นกันแล้วว่าพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย "ดื้อด้าน" และ "รับมือยาก" ขนาดไหน หลังถูกพลังประชาชนลุกฮือขับไล่จนเกิดสงครามกลางเมืองย่อยๆ แตกต่างกับผู้นำตูนิเซียและอียิปต์ ซึ่ง "ถอดใจ" ยอมสละอำนาจอย่างเจ็บปวดไปแล้ว

แต่ "สิงห์ทะเลทราย" กัดดาฟี ซึ่งเสพติดอำนาจงอมแงมมาถึง 42 ปี ยังเกาะบัลลังก์แน่น ประกาศสู้จนเลือดหยดสุดท้าย เขาบ้าคลั่งถึงขั้นเปิดฉากทำสงครามกับประชาชนของตัวเอง เดือดร้อนถึงนานาชาติ รวมทั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ต้องเข้าแทรกแซง

ยูเอ็นเอสซีลงมติ "คว่ำบาตร" ผู้นำลิเบีย ทั้งห้ามซื้อขายอาวุธ อายัดทรัพย์สิน และห้ามการเดินทางของกัดดาฟีกับครอบครัวและบริวาร นอกจากนี้ยังส่งเรื่องให้ "ศาลอาญาระหว่างประเทศ" (ไอซีซี) สอบสวนว่ากัดดาฟี และพวกพ้อง "ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ" หรือไม่ ซึ่งไอซีซีก็รับฟ้องแล้ว

สมาชิกยูเอ็นเอสซีลงมติเอกฉันท์ 15-0 ผ่านมติดังกล่าว และนับเป็นครั้งแรกที่ "พี่เบิ้ม" สหรัฐอเมริกา ยอมร่วมมือกับไอซีซีแบบเต็มๆ ถึงแม้ จนแล้วจนรอดจะไม่ยอมเข้าเป็นภาคีไอซีซี ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นตามสนธิสัญญากรุงโรมและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปี 2545

สำหรับยูเอ็นเอสซีนี่ก็เป็นแค่ครั้งที่ 2 ที่ "ชง" คดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติให้ไอซีซี พิจารณา โดยคดีแรกคือเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในแคว้นดาร์ฟูร์ในซูดาน ถูกส่งให้ไอซีซีเมื่อ มี.ค.2548

แต่ครั้งนั้นมติผ่านด้วยเสียงแค่ 11-0 โดยสหรัฐฯ จีน บราซิล แอลจีเรีย งดออกเสียง และสหรัฐฯตกลงไม่ "วีโต้" ใช้สิทธิยับยั้ง หลังยูเอ็นเอสซียอมบรรจุเงื่อนไขรับประกันว่าพลเมืองของประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีสมาชิกไอซีซีที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่รักษาสันติภาพในซูดานต้องไม่ถูกส่งให้ไอซีซีหรือศาลของประเทศอื่นพิจารณาคดี ในกรณีที่พวกเขาก่ออาชญากรรมขึ้น

ครั้งนี้ก็เช่นกัน สหรัฐฯยอมร่วมลงมติ"ลงดาบ" ลิเบีย เพราะมีการพ่วงเงื่อนไขคล้ายกัน ระบุว่าพลเมืองของประเทศใดๆ ที่ไม่ได้เป็นภาคีไอซีซีต้องถูกสอบสวนหรือพิจารณาคดีในประเทศตนเองเท่านั้น ไม่ใช่โดยไอซีซีหรือศาลประเทศอื่น ถ้ามีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้นจากปฏิบัติการในลิเบีย

นั่นหมายความว่าถ้าสหรัฐฯมีอันต้องใช้กำลังทหารเล่นงานกัดดาฟีและก่ออาชญากรรมขึ้น เช่น ทิ้งระเบิดพลาดไปถูกพลเรือนหรือเด็กตายนับร้อย ก็ไม่ต้องขึ้นไอซีซีหรือศาลชาติอื่น

จุดยืนนี้ "ตำรวจโลก" สหรัฐฯ ยึดมั่นมาตลอด เพราะมักรับบท "โต้โผ" ไปเกี่ยวดองหนองยุ่งกับกรณีพิพาทต่างๆทั่วโลก ที่เห็นชัดๆ ในยุคนี้ก็คือสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน ซึ่งทหารมะกันทิ้งระเบิดฆ่าพลเรือนล้มตายเป็นเบือเพราะความผิดพลาดพลั้งเผลอ หรืออาจมี "จงใจ" บ้าง!

ปัจจุบันไอซีซีมีภาคีสมาชิก 114 ประเทศ แต่มหาอำนาจยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ จีน รัสเซีย ซึ่งต่างเป็นสมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซีไม่ยอมเข้าร่วมด้วยเหตุผลดังที่ว่า ส่วนลิเบีย ก็ไม่ได้เป็นภาคีไอซีซี ดังนั้น ประชาคมโลกจึงจำเป็นต้องให้ยูเอ็นเอสซี องค์กรที่มีอำนาจสูงสุดของโลก ออกมติให้ส่งคดีลิเบียให้ไอซีซีพิจารณา ถึงแม้รัฐบาลลิเบียจะไม่ยอมรับก็ตาม

 สู้ไม่ถอย - กองกำลังฝ่ายต่อต้านอำนาจ พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ถือปืนเอเค-47 เดินตรวจสอบรถของกองกำลังฝ่ายหนุนกัดดาฟี ที่ถูกพวกเขายิงถล่มในเมืองเบรกา ภาคตะวันออกลิเบีย.

จุดมุ่งหมายหลักของยูเอ็นเอสซีที่ส่งเรื่องให้ไอซีซีพิจารณาคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในลิเบีย ซึ่งอาจรวมทั้งคดีอาชญากรสงคราม ก็คือ เพื่อ "ป้องปราม" เหล่าผู้ยังจงรักภักดีต่อกัดดาฟีให้ "ตีตัวออกห่าง" หรืออย่าทำตามคำสั่งของกัดดาฟี ที่ให้ใช้ความรุนแรงกวาดล้างฝ่ายต่อต้านเด็ดขาด

ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธหนัก ทิ้งระเบิดจากเครื่องบิน หรือใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าประชาชนที่เป็นปรปักษ์ มิฉะนั้นจะต้องถูกลากคอไปขึ้นไอซีซีหรือ "ศาลโลก" ร่วมกับกัดดาฟีและผู้ใกล้ชิด 10-15 คนที่ไอซีซีขึ้นบัญชีฟ้องไปแล้ว รวมทั้งนายซาอิฟ อัล อิสลาม ลูกชายคนเก่งของกัดดาฟี

ถึงตอนนี้ เหล่าผู้มีอำนาจในกองทัพ กองกำลังรักษาความมั่นคง หรือแม้แต่ "ทหารรับจ้าง" จากชาติต่างๆ ในแอฟริกาเหนือ ซึ่งเข้าไปช่วยกัดดาฟีคงต้อง "คิดหนัก" เมื่อสำนึกว่ามี "ตะแลงแกง" ของศาลโลกรออยู่ข้างหน้า

แต่จนถึงปัจจุบัน กองกำลังหลักๆที่ค้ำจุนบัลลังก์กัดดาฟีอยู่ยังอุบไต๋เงียบ ทั้ง "คณะกรรมการปฏิวัติ" ซึ่งมีนักรบชั้นหัวกะทิ "ดายฮาร์ด" อยู่ราว 20,000 นาย, กองพลน้อย 32 นำโดยนายคามิส อัล-กัดดาฟี ลูกชายอีกคนของกัดดาฟี ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องกรุงตริโปลีเมืองหลวง ไปจนถึงหน่วยข่าวกรองทหาร, กองกำลังรักษาความมั่นคงภายใน และกองกำลังความมั่นคง"จามาฮิริยา" อันโหดเหี้ยม

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ถ้ากัดดาฟีสู้จนถึงที่สุดจะเกิดสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ ลุกลามไปเป็นสงครามระหว่างชนเผ่าต่างๆ โดยฝ่ายต่อต้านกัดดาฟี ยึดภาคตะวันออกและอาจรุกคืบยึดภาคอื่นๆได้ ส่วนกัดดาฟียึดกรุงตริโปลีและบางเมืองในภาคตะวันตก แต่จะไม่มีฝ่ายใด "เผด็จศึก" ศัตรูได้ง่ายๆ

ยกเว้น "ทหาร" จะปฏิวัติโค่นอำนาจกัดดาฟีเสียเอง ทุกอย่างจะจบง่ายขึ้น!

บางคนเตือนว่ายามเข้าตาจนกัดดาฟีอาจคลุ้มคลั่ง สั่งใช้อาวุธเคมีกับศัตรู เหมือนซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรัก ใช้เข่นฆ่าชาวเคิร์ดที่เมืองฮาลับญาในปี 2531 หรือสั่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดอย่างไม่ยั้งเหมือนประธานาธิบดี ฮาเฟซ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย เคยทำกับชาวเมืองฮามาในปี 2525

เมื่อถึงขั้นนั้น นานาชาตินำโดย "พี่ใหญ่" สหรัฐฯ (ตามเคย) อาจถูกบีบให้ใช้กำลังทหารกับลิเบีย แม้จะ "ไม่อยาก" และ "ไม่ พร้อม" ก็ตาม!!!

บวร โทศรีแก้ว
นสพ.ไทยรัฐ

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=17070
วันที่ : 23 สิงหาคม 62 17:21:44
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com