Muslimthai Focus : ประเทศ ลิเบีย พังแน่ สหรัฐ-นาโต้เตรียมฝูงบิน ถล่มลิเบีย! ชงแผน โอบามา ไฟเขียว
สหรัฐ-นาโต้เตรียมฝูงบิน ถล่มลิเบีย! ชงแผน'โอบามา'ไฟเขียว
UNขับพ้นสมาชิกด้านสิทธิ นายกฯตัดงบPRแรงงาน5ล.
องค์การสหประชาชาติ (UN) ประกาศระงับสมาชิกภาพของลิเบียในองค์การด้านสิทธิมนุษยชนหลักเป็นการชั่วคราวแล้ว จากสาเหตุความรุนแรงในการปราบปรามประชาชนผู้ชุมนุมประท้วงโดยคำสั่งของผู้นำเผด็จการ มูอัมมาร์ กัดดาฟี ท่ามกลางคำเตือนจากคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นที่อาจจะวางมาตรการลงโทษเพิ่มเติม

UNขับลิเบียพ้นสมาชิกด้านสิทธิ
โดยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ที่ประชุมสภาสิทธิมนุษยชน 192 ชาติได้ให้ความเห็นชอบมติระงับสมาชิกภาพของลิเบียอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยไม่มีการลงคะแนนเสียง ซึ่งโดยปกติจำเป็นต้องได้เสียงข้างมาก 2 ใน 3 หลังจาก นายบัน คี มุน เลขาธิการยูเอ็น กระตุ้นให้ที่ประชุมดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับกัดดาฟี

แม้แต่วเนซุเอลายังไม่ค้าน
โดยในระหว่างการอภิปรายเป็นเวลาสั้นๆ ไม่มีผู้ใดที่ลุกขึ้นมาพูดสนับสนุนรัฐบาลลิเบียแม้แต่คนเดียว แม้ทางผู้แทนของเวเนซุเอลาจะกล่าวหาสหรัฐฯว่า กำลังวางแผนบุกรุกลิเบีย ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐฯ ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้คัดค้านการออกมติดังกล่าว
ทั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่สภาสิทธิมนุษยชนระงับสมาชิกภาพของประเทศสมาชิก ซึ่ง นางซูซาน ไรซ์ เอกอัครรราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น บอกว่า คนที่หันกระบอกปืนใส่ประชาชนของตัวเอง ไม่ควรมีที่ยืนอยู่ในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งบอกว่า กัดดาฟีหมดความชอบธรรมที่จะปกครองประเทศแล้ว เขาควรลาออกไปได้แล้วเดี๋ยวนี้

เตรียมงัดมาตรการอื่นเล่นงาน
ส่วน มาร์ค ลายออล แกรนท์ ทูตอังกฤษ เสริมว่า มีความเป็นไปได้ที่คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นจะดำเนินมาตรการลงโทษลิเบียเพิ่มเติมอีก ขณะที่ยังทบทวนประเด็นเขตห้ามบินอยู่ โดยอยู่ในขั้นตอนปรึกษาหารือกันระหว่างสมาชิกที่มีความเห็นแตกต่าง

สภาสูงสหรัฐหนุนเขตห้ามบิน
ขณะที่วุฒิสภาสหรัฐ มีมติเป็นเอกฉันท์ ผ่านความเห็นชอบร่างมติฉบับหนึ่งที่เรียกร้องให้โลกกำหนดเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย พร้อมกับประณามผู้นำลิเบียที่ปราบปรามพลเรือนอย่างนองเลือด และเรียกร้องให้กัดดาฟีหยุดใช้ความรุนแรงต่อประชาชน ยอมรับข้อเรียกร้องของประชาชน ที่ต้องการให้เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตย

เตรียมพร้อมส่งฝูงบินถล่มลิเบีย
นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานว่า สหรัฐและชาติในตะวันตกใกล้จะเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่อผู้นำลิเบีย โดยสหรัฐระบุว่า การโจมตีทางอากาศเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อปกป้องเขตห้ามบินเหนือท้องฟ้าลิเบีย ส่วนบรรดาผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ ให้น้ำหนักกับการใช้กำลังทางอากาศต่อเขตห้ามบินเช่นกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งไม่ให้กัดดาฟีใช้การโจมตีทางอากาศต่อประชาชนชาวลิเบียที่ลุกฮือขึ้นต่อต้าน

ผู้นำทหารชงแผนโอบามาไฟเขียว
แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เปิดเผยว่า เหล่าผู้นำทางทหารของสหรัฐกำลังเตรียมทางเลือกต่างๆ สำหรับประธานาธิบดีบารัค โอบามา และจัดประชุมหารือกับเหล่าผู้นำทางทหารของยุโรป เพื่อตัดสินใจว่าจะมีการใช้ปฏิบัติการทางทหารหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นายอแลง จุปเป้ รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของฝรั่งเศส ปฏิเสธการใช้ปฏิบัติการทางทหารหากไม่ได้รับฉันทานุมัติจากสหประชาชาติ แต่ นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ บอกว่า สำหรับเขตห้ามบินไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากสหประชาชาติ

ลูก'กัดดาฟี'ท้าพิสูจน์ยิงปชช.
ด้าน นายซาอีฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟี บุตรชายของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์สกายนิวส์ของอังกฤษว่า กองทัพอากาศลิเบียไม่เคยใช้เครื่องบินโจมตีประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล โดยภาพการใช้เครื่องบินยิงจรวดใส่ฝูงชนที่ต่อต้านเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อให้ชาวโลกเข้าใจว่ารัฐบาลลิเบียสังหารผู้ประท้วง พร้อมกับท้าทายให้มีคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากชาติใดก็ได้เดินทางเข้ามาในลิเบีย

สมุนกัดดาฟียึดเมืองคืนไม่สำเร็จ
เว็บไซด์ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส รายงานจากเมืองเบนกาซีของลิเบีย ว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านที่ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ยังคงยึดครองพื้นที่ด้านตะวันออกเอาไว้ แม้ว่ากองกำลังที่ภักดีต่อผู้นำลิเบียจะพยายามยึดพื้นที่ใน 3 เมืองคืน ตลอดคืนที่ผ่านมา แต่ก็ต้องถอยร่นกลับออกไปทุกครั้ง

ฝ่ายต้านฝึกอาวุธสู้ยิบตา
ข่าวระบุด้วยว่า กลุ่มอาสาสมุครได้รับอาวุธและกระสุนปืนที่บรรทุกมาเต็มคันรถ โดยพวกผู้ชายได้รับการอบรมเรื่องการทำสงครามกองโจรจากหน่วยทหารที่แปรพักตร์ เพราะพวกเขาทราบดีว่า ในไม่ช้าจะต้องเจอกับกองทัพที่เชี่ยวชาญและมีท่อน้ำเลี้ยงที่ดี รวมถึงกองทัพทหารรับจ้างจากแอฟริกา ซึ่งแม้จะไม่เคยจับอาวุธมาก่อน แต่พวกเขาก็ทำด้วยอุดมการณ์เพื่อเสรีภาพ

2.4พันแรงงานไทยถึงตูนิเซีย
ด้านความคืบหน้าการอพยพแรงงานไทยในลิเบีย นายสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ในช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้ตามเวลาประเทศไทย เรือที่ไปรับแรงงานไทยจำนวน 2,405 คนที่กรุงตริโปลีตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา จะเข้าจอดเทียบท่าที่เมืองตูนิส ประเทศตูนิเซีย จากนั้นจะกลับไปยังกรุงตริโปลีอีกครั้งในวันศุกร์ เพื่อรับแรงงานไทยอีกกว่า 2,000 คนออกมา

แรงงานในเมืองมิซูราน่าห่วง
นายสุธรรม นทีทอง โฆษกกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าคณะช่วยเหลือแรงงานไทยในลิเบีย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทยอยอพยพแรงงานไทยในทุกช่องทางออกจากลิเบียได้แล้วกว่า 5,000 คน อย่างไรก็ตามรู้สึกเป็นห่วงแรงงานไทยในเมืองมิซูราต้าอาจจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากกำลังมีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่าง 2 ฝ่าย จนไม่สามารถเดินทางเข้าไปตรวจสอบได้

ถึงบ้าน1,199คน-ยังทยอยเพิ่ม
นายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสรุปสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศลิเบีย ว่า มีแรงงานกลับถึงประเทศไทยแล้ว 1,199 คน และในช่วงค่ำวันเดียวกันนี้จะเดินทางมาถึงอีก 817 คน และวันที่ 3 มีนาคม มาถึงอีก 318 คน วันที่ 4 มีนาคม 46 คน วันที่ 5 มีนาคม 358 คน และวันที่ 6 มีนาคม 252 คน

พา140คนพ้นพื้นที่เสี่ยงภัย
ขณะที่นายโอภาส จันทรทรัพย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงตริโปลี ประเทศลิเบีย กล่าวว่า ยังคงมีแรงงานติดค้างในพื้นที่เสี่ยงประมาณ 140 คน ซึ่งขณะนี้สถานทูตติดต่อและนำตัวมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว คาดว่าจะเดินทางมาลงเรือเพิ่มเติมวันที่ 4 มีนาคม และเป็นแรงงานชุดสุดท้ายที่จะเดินทางกลับประเทศไทย เพราะแรงงานที่ทำงานอยู่บางแห่งไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุจราจล

รมต.อ้าง5ล้านงบพีอาร์เบอร์โทร.
ส่วนกรณีคณะรัฐมนตรีเห็นชอบงบประมาณ 344 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและชดเชยให้กับแรงงานไทยในลิเบียที่เดินทางกลับประเทศ โดยกระทรวงแรงงานดึงเงินจำนวน 5 ล้านบาทไปเป็นงบประชาสัมพันธ์ซึ่งถูกมองไม่เหมาะสมนั้น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงาน ชี้แจงว่า งบ 5 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์หมายเลขโทรศัพท์ของกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ญาติได้รับทราบหมายเลขโทรศัพท์ช่วยเหลือ ซึ่งงบนี้เป็นงบฉุกเฉิน ที่ต้องเร่งดำเนินการภายใน 5 วัน

'มาร์ค'ให้ตัดทิ้งถ้าไม่สมเหตุผล
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเรื่องเดียวกันว่า จริงๆ แล้ววันที่นำเรืองเข้ามาพิจารณาในครม.นั้น มติครม.ยังไม่ได้อนุมัติรายละเอียด เป็นการอนุมัติรับทราบกรอบวงเงิน โดยรายละเอียดทั้งหมดต้องผ่านการกลั่นกรองจากสำนักงบประมาณก่อน
"ผมยังไม่ทราบเลยครับว่า มีรายการว่าอย่างนี้ เพราะเราบอกว่า ให้สำนักงบประมาณเข้าไปช่วยดู ถ้างบนั้นไม่มีความสมเหตุสมผลก็สามารถตัดออกได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ที่มา นสพ.แนวหน้า
พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=17036
วันที่ : 13 ธันวาคม 62 5:45:25
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com