Muslimthai Focus : ศึกชิงน้ำมันปาล์ม กลเม็ดเด็ดเคล็ดไม่ลับ (ฉบับชาวบ้าน)

ศึกชิงน้ำมันปาล์ม กลเม็ดเด็ดเคล็ดไม่ลับ (ฉบับชาวบ้าน)

สถานการณ์ ขาดแคลนน้ำมันปาล์มยังไม่จางหายไปไหน มีแต่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และการแย่งชิงมาเพื่อให้ได้ครอบครองก็เป็นเรื่องที่ผู้ต้องการน้ำมันปาล์ม พยายามทำทุกวิถีทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       
       หลังจากที่รัฐบาลประกาศอุ้มราคาน้ำมันปาล์มซึ่งทุ่มงบไป 200 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งจนเกินไป และก็ถึงคราวที่ต้องทยอยส่งสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อกลงไปให้ถึงมือประชาชน อย่างทั่วถึง
       
       กลเม็ดหรือเคล็ดไม่ลับในการซื้อหาของประชาชนแต่ละอาชีพก็แตกต่างกัน ไป เพราะบางสถานที่จำหน่ายมีการตั้งกฎเกณฑ์และระเบียบในการซื้อ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการได้เปรียบเสีบเปรียบ เช่น ประชาชน 1 คนสามารถซื้อได้เพียง 2 ขวด หรือ 1 ขวดเท่านั้น บางห้างสรรพสินค้าให้โควตาครอบครัวละ 1ขวด หรือเปิดขายเฉพาะบางเวลาและบางสถานที่เท่านั้น หมดแล้วหมดเลย
       
       เป็นอย่างนี้แล้วประชาชนหาเช้ากินค่ำตาดำๆ เป็นอันต้องหาวิถีทางไปเอาน้ำมันปาล์มกลับบ้านมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำ ได้ เพราะประชาชนบางคนมีความจำเป็นต้องมีน้ำมันปาล์มจำนวนมากกว่าใครเพื่อน เช่น พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมากในการทอดอาหารเพื่อจำหน่าย รวมถึงแม่บ้านที่มีคนในครอบครัวชื่นชอบอาหารประเภททอดและผัด
       
       วิธีการในการออกไปหาซื้อน้ำมันปาล์มกลับมาบ้านในปริมาณที่เป็นที่พอ ใจของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ไปดูกันว่าแต่ละครอบครัวจะมีวิธีการอย่างไรกันบ้าง
       
       ขนไปทั้งบ้าน ร่วมด้วยช่วยกัน
       
       เพ็ญศรี ศีลวัตกุล แม่บ้านคนหนึ่งที่เล่าให้ฟังถึงกลเม็ดและวิธีการไปซื้อน้ำมันปาล์มที่มี จำหน่ายในจำนวนจำกัดให้ได้มากที่สุดว่า ด้วยความที่เป็นครอบครัวใหญ่ เวลาทำอาหารจะต้องทำปริมาณมากๆ และทำบ่อยครั้ง เมื่อเกิดภาวะน้ำมันขาดตลาด และจำกัดวิธีการซื้อ ซึ่งแรกๆ แม่บ้านคนนี้ไม่ได้คิดอะไรแต่พอเกิดสถานการณ์น้ำมันไม่พอกับที่ต้องการใช้ เลยต้องหาวิธีไปแย่งซื้อกับเขาบ้าง
       
       “เราใช้วิธีพาคนในครอบครัวไปกันหลายๆ คน แล้วไปซื้อมา อย่างบ้านเราก็ขนกันไปเลย 5 คน ก็ได้มา 10 ขวด มันเหมือนเราขี้โกงนะ แต่ทำไงได้ เราต้องใช้เยอะ เพราะเวลาทอด เราก็ไม่อยากใช้ซ้ำบ่อยๆ บางทีใช้ทอดสองสามครั้งก็ทิ้งแล้ว มันเลยเปลือง อยากเลิกใช้เหมือนกัน แบบทำกับข้าวที่เป็นพวกทอดๆ ผัดๆ ให้น้อยลง แต่ให้ทำไงคนส่วนใหญ่ในครอบครัวเขายังชอบกินอยู่”
       
       อีกอย่างหนึ่งสำหรับแม่บ้านคนนี้ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะสนใจแผ่นใบปลิว จากห้างสรรพสินค้าที่เอามาแจกเป็นพิเศษ ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยดูเลย แต่เดี๋ยวนี้ต้องดู เพราะต้องการดูโปรโมชันดีๆ ในการซื้อของที่ต้องการ
       
       “เรารู้ก่อน เราก็รีบไปซื้อมาเก็บไว้ได้ก่อน ไปช้าก็ต้องไปแย่งกับคนอื่นเขา เผลอๆ บางทีไปแล้วไม่ได้ก็มี ของหมด”
       
       เวียนกันซื้อเตรียมพร้อมกักตุน
       
       ฝั่งแม่ค้าขายกล้วยแขกย่านเจริญกรุงอย่าง สมทรง สิริพลากรกิจ ที่ต้องใช้น้ำมันในปริมาณมากๆ เพื่อประกอบอาหารในการค้าขายแต่ละวันพรั่งพรูถึงความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนว่า
       
       “ตอนนี้น้ำมันปาล์มแพงขึ้นเยอะ เมื่อก่อนนี่ 38 บาทตอนนี้ 47 แล้วนะ (ต่อขวด 1 ลิตร) แล้วที่มีในตลาดนี่ก็เป็นรุ่นฝาเขียวคือเป็นน้ำมันนำเข้า เมื่อก่อนมันจะเป็นฝาเหลืองที่เป็นน้ำมันในบ้านเรา นี่เมื่อเช้าฟังข่าวสุเทพ (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ) ก็บอกว่าจะมีรุ่นฝาชมพูออกมา ซึ่งเป็นน้ำมันนำเข้าเหมือนกัน แต่ซื้อได้ไม่จำกัด แต่ตอนนี้เซเว่นฯ ให้ซื้อได้ทีละขวดเท่านั้นเอง”
       
       ถึงแม้จะใช้น้ำมันปริมาณมากเพื่อทอดกล้วยขายในแต่ละวันแต่สมทรงบอก ว่า ไม่ได้ใช้น้ำมันปี๊บอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะหาซื้อยาก เคลื่อนย้ายลำบาก และถูกกว่าแบบขวดนิดหน่อย เธอจึงเลือกแบบบรรจุขวดซึ่งสะดวกกว่าเยอะ
       
       “ตอนที่มันเริ่มขาดแคลน ฉันกับสามีก็ไปที่ห้างฯ ชานเมืองที่มีน้ำมันเหลืออยู่ เวียนกันต่อแถวซื้อน้ำมันกับน้ำตาลเก็บไว้ คือปกติเราเป็นคนชอบสต๊อกของอยู่แล้ว ตอนนี้เลยไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะเราไปซื้อตุนไว้เกือบทุกวันวันละหลายรอบ ตอนนี้มีน้ำมันเหลืออยู่ที่บ้าน 50 - 60 ขวด น้ำตาลอีก 20 กว่ากิโลฯ มันน่าจะพอใช้ไปถึงตอนที่มีน้ำมันรุ่นฝาชมพูออกมา”
       
       และเมื่อถามต่อไปว่าทุกวันนี้เธอกับสามียังไปต่อคิวเวียนซื้อน้ำมันอยู่หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบจากสมทรงว่า
       
       “ตอนนี้จะไปต่อคิวซื้อเหมือนก่อนก็ซื้อไม่ได้แล้วนะ เพราะมันไม่เหลือให้ไปแย่งกันแล้ว”
       
       หัวอกแม่ค้าในตลาด
       
       ภาวะน้ำมันปาล์มขาดตลาดจนแพงอำมหิต มิได้กระทบแต่ผู้บริโภคทั่วไปเท่านั้น แม้แต่พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดสดก็ได้รับผลกระทบไปด้วย อย่าง ชุติมา (ขอสงวนนามสกุล) แม่ค้าคนหนึ่งในตลาดสดจังหวัดชลบุรี เล่าว่า น้ำมันปาล์มบรรจุขวดขาดตลาดไปประมาณ 2 เดือนแล้ว ซึ่งตอนนี้เธอไม่ได้สั่งมาขายอีกเนื่องจากสู้ต้นทุนไม่ไหว โดยที่ล่าสุดก่อนที่จะหยุดสั่งมาขาย เธอขายอยู่ที่ขวดละ 55-60 บาท แต่ตอนนี้ขึ้นไปถึงขวดละ 70 กว่าบาท
       
       “พอราคาน้ำมันปาล์มขึ้นมาได้พักใหญ่ น้ำมันถั่วเหลืองก็ขึ้นตาม ตอนนี้ขวดละ 72 บาท เมื่อก่อนประมาณ 40-50 บาทเอง น้ำมันถุงแบ่งขายตอนนี้ก็กิโลกรัมละ 72 บาท เมื่อก่อนถุงละ 35-40 บาท ขึ้นมาเรื่อยๆ ขึ้นจนไม่ไหว”
       
       ขณะที่น้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บ ก่อนหน้านี้ต้นทุนอยู่ที่ปี๊บละประมาณ 500 บาท ปัจจุบันขึ้นไปถึง 1,080 บาท ซึ่งเธอก็ต้องเลิกสั่งมาขายเช่นกัน เมื่อถามว่าผู้ค้าส่งมีของให้หรือไม่ เธอตอบว่าถ้าจะเอาก็มี โดยบางเจ้าจะใช้วิธีตระเวนซื้อตามห้างค้าส่งขนาดใหญ่ แล้วนำมาขายอีกต่อหนึ่ง แต่จะเป็นน้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บที่ไม่ใช่ยี่ห้อที่เคยซื้อประจำ เป็นยี่ห้อโนเนม
       
       “เจ้าที่เคยซื้อประจำ ตอนนี้ก็ซื้อของอย่างอื่น แต่ไม่ซื้อน้ำมันแล้ว เขาไปซื้อในห้างฯ แทนเพราะมันถูกกว่า บางคนก็ใช้น้ำมันไก่ เนื้อน้ำมันหมูก็ขึ้น จากที่เคยซื้อ 40 บาท ขึ้นเป็น 70 บาท ฉวยโอกาสกันทั้งนั้นแหละ”
       
       ทุกวันนี้เธอจึงขายแต่น้ำมันปาล์มบรรจุถุงเท่านั้น แบ่งเป็นขนาด 1 กิโลกรัม และครึ่งกิโลกรัม โดยผู้ที่ซื้อขนาด 1 กิโลกรัม จะเป็นลูกค้าทั่วๆ ไป ส่วนขนาดครี่งกิโลกรัม เธอบอกว่าเอามาติดๆ ไว้ในร้าน ไว้ขายพวกคนงานที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถซื้อทีละมากๆ ได้
       
       เลี่ยงได้ก็ไม่ใช้น้ำมัน
       
       กาญจนา ชัยสิรุ่งตระกูล แม่บ้านเชื้อสายจีนผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์ปลายจวัก เล่าว่าครอบครัวของตนค่อนข้างจะใส่ใจในสุขภาพ เน้นการประกอบอาหารโดยวิธีการต้ม การนึ่ง การอบ ฯลฯ มาประมาณครึ่งปีแล้ว เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการทอด การผัด และลดปริมาณไขมันที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดีของคนในครอบครัว
       “เมื่อก่อนจะชอบผัด ทอด ลูกๆ กลับจากทำงานก็มากินข้าวด้วยกัน อาหารก็ทำเยอะ น้ำมันก็ใช้เยอะด้วย แต่ปีที่แล้วไปหาคุณหมอและตรวจพบว่าตัวเองเป็นโรคไขมันในเส้นเลือดสูง เลยคุยกันในครอบครัวว่าเราจะลดการทำกับข้าวโดยใช้น้ำมันน้อยลงแล้วนะ ก็หันมาใช้วิธีการอบ นึ่ง ทอด มากกว่า ถึงขั้นตอนเยอะ ยุ่งยากบ้างก็ไม่เป็นไร”
       
       ถึงจะหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันปาล์ม แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านการทำอาหารโดยใช้น้ำมันเสียทีเดียว เพราะก็ยังต้องใช้น้ำมันบ้างในการประกอบอาหาร ซึ่งในสัปดาห์หนึ่งมีเมนูอาหารที่ใช้น้ำมันอยู่ไม่เกิน 3 มื้ออาหาร
       
       เพราะฉะนั้นน้ำมันปาล์มที่ราคาสูงขึ้นและขาดตลาดตอนนี้ไม่ส่งผลกระทบ ต่อแม่บ้านคนนี้เท่าไหร่ เนื่องจากความต้องการใช้ในครัวเรือนของเธอน้อยมาก
       
       .........
       
       อย่างไรก็ตาม หลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริโภคน้ำมันปาล์มก็มีทางหนีทีไล่ใหม่ๆ แม่บ้านบางคนเบื่อที่ต้องไปแย่งชิงน้ำมันปาล์มกับใครเขาก็หันมาใช้น้ำมันหมู หรือน้ำมันจากหนังไก่แทน หรือบางคนก็หันหาวิธีการทำอาหารใหม่ๆ อย่างอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งก็ออกมาบอกว่า ในเมื่อน้ำมันปาล์มแพงก็งดบริโภคน้ำมันไปก่อนดีกว่า หันไปประกอบอาหารแบบนึ่งหรือต้มแทนน่าจะเป็นทางออกที่ดีในตอนนี้
       
       ส่วนคนมีอันจะกินหรือคนรวยๆ ก็คงไม่เดือดร้อนจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำปาล์มเท่าไหร่นัก เพราะมีทางเลือกอื่นอย่างการหันไปบริโภคน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งมีราคาแพงกว่า
       
       อีกอย่างในสถานการณ์อย่างนี้น่าจะเป็นโอกาสอันดีของสำนักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่จะกระตุ้นโครงการลดพุงให้ประชาชนลดการบริโภคอาหารทอด คาดว่าน่าจะเข้ากับสถานการณ์และได้ผลดีกว่าช่วงไหนๆ
       
       หลังจากผ่อนคลายความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำมันปาล์มไปได้บ้างแล้ว ประชาชนตาดำๆ ก็อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะเร็วๆ นี้สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างอื่น เช่น สบู่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นม ผงซักฟอกก็เตรียมปรับราคา เพราะฉะนั้นก็เตรียมรับมือกับสถานการณ์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นให้ดี

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=16940
วันที่ : 23 กันยายน 62 0:35:21
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com