Muslimthai Focus : แก้ปัญหาอิสลามได้ มาพุทธอีกแล้ว

แก้ปัญหาอิสลามได้ มาพุทธอีกแล้ว

นิติภูมิมักจักเดินทางไปทำบุญวันเกิดในสามนตประเทศ ผมหมายถึง ประเทศใกล้ๆ ทำบุญแล้วก็ต้องให้ได้ประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง สร้างความรุ่งเรืองให้ความสัมพันธ์ฉันญาติอุบัติขึ้น โดยใช้ศาสนาพุทธนำ

4 กรกฎาคม 2553 ก่อนวันคล้ายวันเกิด 1 วัน ผมไปทำบุญที่เจดีย์ชะเวดากองของพม่า จากนั้นก็ตัดเป็นภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้น ส่งไปให้ผู้ใหญ่ทางฝ่ายโน้นดู เพื่ออำนวยความชื่นใจในศรัทธาธรรมแห่งชาติของเราทั้งสอง

5 กรกฎาคม 2550 คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย+คณะผู้บริหาร มรภ. เชียงใหม่ และคณะพ่อค้าผลไม้ใหญ่ในเขมร กรุณาจัดพิธีทำบุญวันเกิดให้นิติภูมิที่วัดในชานกรุงพนมเปญ พระภิกษุรูปซึ่งนำทำพิธีเป็นผู้ที่มีคนกล่าวถึงกันว่า ท่านจะดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชแห่งกัมพูชาในอนาคตสักวันหนึ่ง

วันรุ่งขึ้น คือ 6 กรกฎาคม 2550 เราจัดพิธีกันที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงพนมเปญ คุณเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ (จาก นสพ.มติชน) นิติภูมิ และท่านอื่นๆ มอบทุนให้กับเยาวชนคนเขมร ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นบุตรท่านผู้ใหญ่และลูกหลานประธานหอการค้า ให้มาเรียนที่ มรภ.เชียงใหม่ ความใฝ่ฝันปรารถนาของนิติภูมิก็คือ ผมมุ่งมั่นให้ลูกหลานผู้ใหญ่ฝ่ายเขมรได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์แห่งเจ้านายของเราชาวไทย เมื่อเยาวชนคนเหล่านี้จบการศึกษากลับไป ก็จะได้ตำแหน่งไว ด้วยคุณพ่อและญาติกาเป็นผู้ใหญ่ระดับชาติ และมีหน้าที่การงานสูงอยู่แล้ว

5 กรกฎาคม 2552 นายศานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กรุณาจัดทำบุญวันเกิดให้นิติภูมิที่วัดดำเรยซอร์ จังหวัดพระตระบอง พ่อค้าประชาชนคนกัมพูชากรุณาจัดงานการแสดงของเยาวชนคนเขมรฉลองวันเกิดของนิติภูมิเป็นที่เอิกเกริก ท่ามกลางงานบุญและความสนุกสนานบันเทิงทั้งหลายนั้น นั่นคือความสัมพันธ์อันดีที่แนบแน่นที่สุดระหว่างเราประชาชนคนทั้งสองประเทศ

ตกดึก อากาศมืดแล้ว ภิกษุ ชี พราหมณ์ และประชาชนคนเขมรอีกกลุ่มหนึ่งกรุณาจัดงานทำบุญใหญ่ให้นิติภูมิในพระราชปราสาทเก่าแก่ซึ่งเป็นสถานที่ต้องห้ามใน จ.เสียมราฐ เป็นพิธีที่ไม่ได้สวดให้ใครมาหลายสิบปีแล้ว

สำหรับนิติภูมิ เพื่อนบ้านที่มีพรมแดนประชิดติดกับเราล้วนเป็นมหามิตร หน้าที่ของมิตรต่อมิตร คือต้องรักษาน้ำใจกัน ถ้อยอาศัยกัน มีบางครั้ง ที่มิตรพลาดพลั้ง กระทำการลบอันหลู่ดูหมิ่นสิ่งที่เราชาวไทยเทิดทูนและรักหวงแหนยิ่ง นิติภูมิไม่เคยนิ่งที่จะเขียนตอบโต้เขมรไปอย่างรุนแรง ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็บินไปทำความเข้าใจ เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งตระหนักว่าลิ้นกับฟันกระทบกันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อสถานการณ์ผ่านไป ก็ขอให้เราปฏิบัติตนเป็นเพื่อนบ้านที่ "คบเป็นมิตรแท้" ต่อกันได้

ทว่า บัดนี้สัมพันธ์ด้านศาสนาพุทธที่เราเคยเชื่อมไว้แน่นหนา กลับมามลายหายไป เมื่อ 4 กันยายน 2553 สมเด็จพระอัครมหาสังฆราชเทพวงศ์ องค์ประธานร่วมองค์การศาสนาแห่งโลก ทรงออกแถลงการณ์โต้บุคคลสัญชาติไทยรายหนึ่ง ซึ่งผมได้อ่านทั้งฉบับภาษาไทยและอังกฤษ มีความยาวถึง 2 หน้ากระดาษ

แถลงการณ์อันนี้ได้สร้างความตระหนกตกใจให้พุทธศาสนิกชนคนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่เพียรพยายามใช้ศาสนาเป็นเครื่องเยียวยารักษาความขัดแย้ง ด้วยประสงค์ให้สัมพันธ์ของทั้งสองประเทศดำรงมั่นคงสถาพร สมกับในอนาคต 1 มกราคม 2558 ไทยกับกัมพูชากำลังจะเป็น 2 ใน 10 ประเทศที่เป็นสมาชิกสำคัญในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC คนไทยสามารถไปลงทุนในกัมพูชาและในประเทศอื่นๆ ได้มากถึง 70% ในธุรกิจเกือบทุกประเภท

ผู้อ่านท่านครับ คนพม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์ ต่างแฮปปี้มีความสุขและต่างอำนวยอภิพญามหาประโยชน์กันได้อย่างสมบูรณ์ ยกเว้นไทย ที่กลายเป็นแกะดำ เป็นชาติที่ไม่มีเพื่อน

หลังจากที่แถลงการณ์ของสมเด็จพระอัครมหาสังฆราชเทพวงศ์ องค์สมเด็จพระสังฆราชแห่งกัมพูชา ออกมาสู่สายตาประชาคมโลกได้ไม่นาน

21 กันยายน 2553 พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผกก.1 บก.ปคม. พร้อมกับกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี และ จนท.ศูนย์ประชาบดี รวม 90 นาย ได้เข้ากวาดล้างกลุ่มคนเร่ร่อนขอทานที่หน้าโรงแรมเกรซ ซอยสุขุมวิท 3 เขตวัฒนา กทม.

จับขอทานได้ 66 คน เป็นคนไทย 35 คน คนจีน 2 คน

และกัมพูชา 29 คน

การจับขอทานเร่ร่อนที่ทำผิดกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็น ทว่าผลของการจับกุมชาวกัมพูชาในราตรีนั้น เอกชนของเราหลายคนต้องไปอธิบายขยายความให้ฝ่ายกัมพูชาฟังว่า การกวาดล้างขอทานเขมรครั้งนี้ รัฐบาลไทยทำตามหน้าที่มิได้ทำไปเพื่อแก้เผ็ด และโต้ตอบแถลงการณ์ของสมเด็จพระสังฆราชกัมพูชา มิได้จงใจประณามหยามหมิ่นว่าประชาชนคนของประเทศของท่าน ก็แค่ขอทานในแผ่นดินไทย

นิติภูมิโทรศัพท์ไปแนะนำนักธุรกิจไทยที่รู้จักกันในกัมพูชาว่า ถ้าเป็นไปได้ ในห้วงนี้ให้หยุดกิจการงานทั้งหมดไว้ก่อน และเดินทางกลับแผ่นดินไทย เพราะไม่รู้ว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดในเวลาไวๆนี้หรือไม่ ปล่อยให้คนสิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย จีน ฯลฯ ทำการค้าต่อไปในกัมพูชาได้อย่างสบายใจเฉิบก่อนเถิด

ท่านมีปัญหากับศาสนาอิสลาม เพิ่งแก้ไขกันได้ไม่นาน เอ้า คราวนี้ ท่านโง่ขนาดหันกลับมาเล่นพวกชาติรัฐศาสนาพุทธด้วยกันแล้วโว้ย.

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=14940
วันที่ : 18 กันยายน 62 23:50:28
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com