Muslimthai Focus : โอบามา รำลึก 11กันยา ยันสหรัฐฯ ไม่ทำสงครามกับอิสลาม
ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวในพิธีรำลึกเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีสหรัฐฯ “9/11” ท่ามกลางความขัดแย้งทางศาสนา โดยยืนยันว่า สหรัฐฯ จะไม่มีวันทำสงครามกับอิสลามโดยเด็ดขาด เพราะสิ่งที่โจมตีสหรัฐฯ เมื่อ 9 ปีก่อนไม่ใช่ศาสนา แต่เป็นกลุ่มคนที่บิดเบือนศาสนา
       
       ท่ามกลางความขัดแย้งอันเนื่องมาจากการขู่เผาคัมภีร์อัลกุราอ่าน เพื่อระลำเหตุการณ์ 11 กันายน โดยบาทหลวงเทอร์รี่ โจนส์ จากรัฐฟลอริดา และแผนการก่อสร้างศูนย์วัฒนธรรมมุสลิมใกล้กับบริเวณกราวน์ ซีโร่ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เรียกร้องให้ประชาชนอเมริกันมีความอดทน
       
       “ในฐานะคนอเมริกัน เราจะไม่มีวันทำสงคามกับอิสลามโดยเด็ดขาด” นายโอบามากล่าวระหว่างร่วมพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิต 184 คน ที่ตึกเพนตากอน สำนักงานใหญ่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ จากเหตุการณ์ที่ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินโดยสารแล้วขับมาชน เมื่อ 9 ปีก่อน
       
       “มันไม่ใช่ศาสนาที่โจมตีเราเมื่อเดือนกันยายนปีนั้น มันคืออัลกออิดะดะห์ กลุ่มคนน่าสมเพช ที่บิดเบือนศาสนา”
       
       เขากล่าวว่า กลุ่มหัวรุนแรงที่สั่งการและปฏิบัติการถล่มตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่นิวยอร์ก ทำลายตึกเพนตากอน และจี้เครื่องบินอีกลำไปตกที่เพนซิลเวเนียนั้น “อาจต้องการให้เกิดความแตกแยกในหมู่พวกเรา แต่พวกเราจะไม่มีวันยอมแพ้ให้กับความเกลียดชังและอคติของพวกเขาโดยเด็ดขาด”
       
       “ผู้กระทำสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ ไม่เพียงแค่โจมตีอเมริกาเท่านั้น แต่พวกเขาโจมตีความคิดความเชื่อของอเมริกาด้วย” นายโอบามากล่าว และบอกว่า หากเราประณามความไม่อดทนและความคิดสุดขั้วได้ ตราบนั้นเราก็ยังสามารถรักษาความหลากหลายและความใจกว้างอันเป็นวัฒนธรรมของชาติเราเอาไว้ได้
       
       ก่อนหน้านั้น บาทหลวงเทอร์รี่ โจนส์ ได้ประกาศว่า โบสถ์เล็กๆ ของเขาในฟลอริดาซึ่งมีผู้สนับสนุนประมาณ 50 คน ได้ล้มเลิกแผนการเผาคัมภีร์อัลกุราอ่านโดยสิ้นเชิงแล้ว
       
       “ไม่ทั้งวันนี้ และตลอดไป”เขากล่าวผ่านรายการ “ทูเดย์”ของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี หลังจากเกิดกระแสประณามไปทั่วโลกเพราะคำขู่เผาคัมภีร์ของเขา รวมทั้งมีคำเตือนจากประธานาธิบดีโอบามาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ว่าอาจมีการลักลอบโจมตีกองทัพสหรัฐฯ ในที่ต่างๆ มากขึ้น
       
       อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดยังปรากฏอยู่ทั่วไป ทั้งจากคำขู่ของบาทหลวงโจนส์ก่อนหน้านี้ และแผนการสร้างศูนย์วัฒนธรรมอิสลามใกล้กับกราวด์ ซีโร่ ที่ตั้งเดิมของตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ในนิวยอร์ก ซึ่งทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันของผู้ประท้วง 2 กลุ่ม ระหว่างผู้สนับสนุนและคัดค้านโครงการดังกล่าว ทำให้บรรยากาศการรำลึกเหตุการณ์ 11 กันยายนปีนี้ เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองและศาสนาอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน และเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกันไม่ให้ทั้ง 2 กลุ่มปะทะกัน
       
       ขณะเดียวกัน ชาวคริสเตียนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ได้ชุมนุมที่หน้าทำเนียบขาว และฉีกคัมภีร์อัลกุราอ่าน 2-3 หน้า เพื่อประท้วงสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า มายาภาพของอิสลาม กรณีที่คัมภีร์บอกว่า ศาสนาอิสลามคือศาสนาแห่งสันติภาพ
พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=14689
วันที่ : 14 ธันวาคม 62 5:19:55
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com