Muslimthai Focus : โรคซ้ำกรรมซัด ทักษิณ พะงาบ ลูก-เมียอยู่ดูใจใกล้ชิดที่ บรูไน
       การพ้นจากตำแหน่งกุนซือด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา มิใช่แผนการที่ ทักษิณ ชินวัตร วางหมากเอาไว้ล่วงหน้า แต่เป็นเกมที่ถูกบังคับให้เดิน
       
       หลังจากที่ฮุนเซน ส่งสัญญาณแรงชัดมาถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมของไทย เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า
       
       “กัมพูชาพร้อมที่จะปลด ทักษิณ ออกจากการเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา”
       
       สัญญาณดังกล่าวถูกส่งต่อไปยัง กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเห็นพ้องต้องกันว่า หากกัมพูชาเดินหน้าตามคำพูดจริง การปรับระดับความสัมพันธ์ทางการทูตก็จะเกิดขึ้นทันที เพราะปัญหาของความเสื่อมทรามด้านความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้รับการเยียวยาอย่างถูกจุดแล้ว
       
       การลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาและที่ปรึกษาส่วนตัวของฮุนเซนในครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่ ทักษิณ ตกอยู่ในภาวะจำยอม ไม่ใช่การลาออกเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ เหมือนที่ นพดล ปัทมะ ออกมาแก้ต่างให้
       
       เพราะถ้า ทักษิณ มีสำนึกความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง มีความเป็นห่วงต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่าจะได้รับผลกระทบ คงไม่รับตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพิ่งจะมาคิดได้หลังมีการแต่งตั้งให้ตัวเองเป็นที่ปรึกษาจนกลายเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสองประเทศมายาวนานกว่า 9 เดือน
       
       และถ้าทักษิณ มีแผนการที่จะใช้การลาออกสร้างราคาให้กับตัวเองว่าทำเพื่อชาติบ้านเมือง คงส่งลูกสมุนออกมาปูพื้นวางแนวทางล่วงหน้าว่า ทักษิณ จะทำตัวเป็นผู้เสียสละ เพื่อนำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างสองประเทศ
       
       แต่กลับไม่มีสัญญาณใดๆ จากหมายเลขของ ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ผิดวิสัย ทักษิณ ที่ลงทุนแต่ละครั้งต้องได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า
       
       ลายเซ็นต์แสดงความจำนงลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชาและที่ปรึกษาส่วนตัวของฮุนเซน จึงเป็นไฟท์บังคับที่ ทักษิณ หมดสิทธิ์เลือก หรืออาจจะไม่รู้สึกตัวมากพอที่จะเลือกก็เป็นไปได้ เพราะการติดต่อจากฝั่งกัมพูชาไปยังทักษิณ มิใช่สายตรงอย่างที่ ฮุนเซน สามารถยกหูถึง ทักษิณ ได้เสมอเหมือนในอดีต แต่การประสานทุกกอย่างต้องผ่านตัวแทนของทักษิณทั้งสิ้น
       
       ตัวเป็นๆ ของทักษิณในวันนี้จึงไม่มีใครได้พบเห็นนานนับเดือนแล้ว!
       
       รัฐบาลกัมพูชาแจ้งข่าวเป็นการภายในมายังกระทรวงการต่างประเทศของไทยว่า ได้ปฏิบัติตามคำพูดของฮุนเซนแล้ว และทักษิณเลือกที่จะลาออกแทนการถูกปลด จึงเป็นที่มาของการประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลกัมพูชาในวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา แถมยังอุตส่าห์มีแก่ใจไว้หน้าออกแถลงการณ์เชิดชูความดีของ ทักษิณว่า ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ มีส่วนสำคัญในการให้ความช่วยเหลือเพื่อช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้า พาณิชย์ การลงทุน กสิกรรม ฯลฯ
       
       แต่นั่นคงไม่สามารถทำให้ ทักษิณ เรียกขาน ฮุนเซนได้ว่าเป็น กัลยาณมิตรในยามยาก เพราะพฤติกรรมระหว่างกันเป็นเพียงแค่หุ้นส่วนที่ร่วมกันประกอบกรรมชั่ว เพื่อผลประโยชน์แบบเฉพาะกิจ เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหมดประโยชน์ลง ก็ถูกเขี่ยทิ้งได้โดยมิพักต้องเหลือเยื่อใยให้อาลัยอาวรณ์
       
       ทักษิณ ในยามสิ้นฤทธิ์เพราะถูกโรคร้ายรุมเร้า แถมยังเจอผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด จนทำให้ร่างกายอ่อนล้า ลมหายใจรวยริน จึงไม่อยู่ในภาวะที่จะออกมาเอาดีใส่ตัว ยกชั่วให้คนอื่นตามสันดานถนัด เนื่องจากยังนอนพะงาบๆ อยู่ที่เตียงในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ประเทศบรูไน
       
       มีรายงานที่เชื่อถือได้ว่า นอกจากทักษิณจะพักรักษาตัวอยู่ที่ประเทศบรูไนแล้ว ครอบครัวของเขาทั้งหมดคือ ลูกชาย ลูกสาว และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ต่างพำนักอยู่ที่บรูไน ด้วยเช่นเดียวกัน
        
       
       ส่วนจะเป็นการไปเยี่ยมเยียนตามปกติ หรืออยู่ในภาวะแสนเศร้าที่ต้องเฝ้าดูใจในห้วงเวลาสุดท้ายของชีวิตใครบางคนหรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่แม้แต่คนในครอบครัวของ ทักษิณก็ยังต้องลุ้นระทึก
       
       
       จากข้อเท็จจริงข้างต้นจึงไม่แปลกที่ ส.ส.พรรคเผาไทย หลายคนเพียรพยายามหลายครั้งที่จะขอพบทักษิณ แต่ก็ไม่เคยได้รับโอกาสนั้น เป็นเพราะทักษิณ ไม่อยู่ในสภาพที่จะให้ใครๆพบเจอ
       
       หวังว่าในห้องสี่เหลี่ยมของโรงพยาบาลที่บรูไน จะทำให้ ทักษิณ ได้ค้นพบสัจธรรมว่า “ใหญ่แค่ไหนก็เล็กกว่าโลง”
พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=14401
วันที่ : 19 เมษายน 62 2:27:46
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com