Muslimthai Focus : รวมอุปกรณ์ไฮเทคในหนังไซไฟที่(ใกล้)ความเป็นจริง จากรถบินได้ใน สตาร์ วอรส์ สู่รถราคากว่า50ล้าน
รวมอุปกรณ์ไฮเทคในหนังไซไฟที่(ใกล้)ความเป็นจริง จากรถบินได้ใน"สตาร์ วอรส์"สู่รถราคากว่า50ล้าน

ในหนังไซไฟหรือนิยายวิทยาศาสตร์มากมายหลายเรื่องแฝงไปด้วยจินตนาการสุดล้ำอย่างเช่น รถเคลื่อนที่โดยไม่ต้องสัมผัสถนนแบบในหนังเรื่อง"สตาร์ วอร์ส" เครื่องเจ็ทสะพายหลังทำให้คนบินได้แบบในหนังเรื่อง"ร็อคเก็ตเทียร์" หรือไอเดียอย่างการโคลนไดโนเสาร์ที่เห็นในหนัง"จูราสสิค ปาร์ค"ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่จุดประกายความฝันโดยเป็นพื้นฐานความคิดให้กับอีกหลายไอเดีย แต่อุปกรณ์ในฝันต่างๆในหนังเหล่านั้น บางไอเดียกำลังจะกลายเป็นความจริงในเวลาอันใกล้นี้แล้ว

 

เว็บไซต์เดอะการ์เดี้ยนรวบรวมอุปกรณ์ไฮเทคในหนังไซไฟสุดล้ำที่เหล่านักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องกำลังพัฒนาให้ใกล้จะกลายเป็นจริงแล้ว ไม่แน่ว่าหนังเหล่านั้นอาจไม่ใช่เป็นเพียงจินตนาการอีกต่อไป


เครื่องย้อนเวลา (ในหนังเรื่อง "แบ็ค ทู เดอะ ฟิวเจอร์" และ "ด็อกเตอร์ฮู")

 

 

นักวิทยาศาสตร์จากเอ็มไอที(MIT) ในสหรัฐอาจทำให้เราเห็นว่าจินตนาการของมนุษย์ที่สามารถข้ามเวลาไปอดีตหรืออนาคตอาจไม่ใช้จินตนาการที่เพ้อฝันเกินไปนัก แต่คงไม่ถึงขนาดสามารถขับรถ "เดโลรีน"ย้อนกลับอดีต หรือไปเที่ยวอนาคตได้เหมือนมาร์ตี้ แมคฟลายในหนังเรื่อง "แบ็ค ทู เดอะ ฟิวเจอร์"

 

แต่ทีมวิจัยเครื่องย้อนเวลาแบบควอนตัมของเอ็มไอทีเผยว่า แม้ว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนวัตถุให้เคลื่อนที่กลับไปในอดีตได้แต่จะสามารถเปลี่ยนอดีตหรือสภาพของวัตถุนั้นได้ อย่างไรก็ตามทางเอ็มไอทียืนยันว่า เจ้าวิธีการนี้คงไม่สร้างความขัดแย้งเชิงความสัมพันธ์ทางเวลาแบบในหนัง ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าเวลาใช้ไอเจ้าเครื่องนี้จะไปเปลี่ยนอดีตของคุณปู่โดยบังเอิญ


รถยนต์บินได้ (แบบในหนังเรื่อง "สตาร์ วอรส์", "ไมนอริตี้ รีพอร์ท" และ "แบ็ค ทู เดอะ ฟิวเจอร์")

 


เจ้ารถยนต์แบบที่ลุค สกายวอล์คเกอร์ขับในฉากทะเลทรายในหนังเรื่อง"สตาร์ วอรส์" กำลังใกล้ความเป็นจริงไปอีกนิดแล้ว หลังกรมการบินของสหรัฐทดสอบรถยนต์ "เทอร์ราฟูเกีย ทรานซิชั่น" รถยนต์คันแรกที่สามารถขึ้นบินบนฟ้าได้จริง และยังพับปีกเก็บในโรงรถได้ด้วย สนนราคาประมาณ 1 แสนปอนด์หรือประมาณกว่า 50 ล้านบาท


เพื่อนหุ่นยนต์ (แบบในหนังเรื่อง "ไอ โรบ็อท" และ "เอไอ")

 


ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีหุ่นยนต์เสมือนจริงมากมายถูกผลิตออกมา เจ้าปาโรหุ่นยนต์ลูกแมวน้ำก็เป็นหนึ่งในหุ่นเสมือนจริงที่ถูกคิดค้นขึ้น โดยมีเซนเซอร์ใต้ขนนุ่มนิ่มตอบสนองการสัมผัสและมีไมโครโฟนเพื่อตอบสนองต่อเสียง โดยแมวน้ำปาโรจะเปิดตาเมื่อเจ้าของพูดด้วยและกระดิกตัวเมื่อถูกลูบขน เจ้าของเล่นนี้เป็นหนึ่งในหุ่นยนต์ราคาแพงสำหรับคนมีเงินสนนราคาที่ 8 หมื่นปอนด์ แต่หากคุณต้องการหุ่นยนต์ส่วนตัวที่ตอบสนองต่อเสียงคำสั่งของคุณโดยเฉพาะก็หันไปหา "โรซี่" หุ่นยนต์เพื่อเพศสัมพันธ์ตัวแรกของโลก


ปืนเลเซอร์ หรือ ปืนยิงคลื่นรังสี (แบบในหนังเรื่อง "สตาร์เทร็ค"และ "สตาร์วอรส์" )

 


เพนตากอนเปิดเผยภาพวีดีโอเรือติดปืนเลเซอร์ที่ทำลายเครื่องบินไร้สัญชาติได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และยังเปิดเผยอุปกรณ์ยิงคลื่นรังสีไมโครเวฟโดยติดเอาไว้ที่รถฮัมวี่เพื่อใช้ขับไล่ฝูงชนอีกด้วย ซึ่งโปรเจคทั้งสองของสหรัฐอาจยังไม่ใกล้เคียงโปรเจคในจินตนาการยุคโรนัลด์ เรแกนที่คิดจะประดิษฐ์ระบบป้องกันประเทศโดยใช้เลเซอร์ยิงมิสไซลล์กลางอากาศเท่าไหร่นักหรอก


เครื่องย้ายวัตถุ (แบบในหนัง "สตาร์เทร็ค")

 


"สก๊อตตี้ ฉายลำแสงได้!" เป็นประโยคในหนัง"สตาร์เทร็ค"ที่กัปตันเจมส์บอกกับวิศวกรในยานให้ถ่ายโอนตัวเองไปยังสถานที่ต่างๆ อาจเป็นประโยคที่ดูเกินความจริงไป หน่อย

 

แม้ว่าคำว่า"เคลื่อนย้ายวัตถุ"หรือที่เรียกกันว่า"ควอนตัมเทเลพอเทชั่น"เป็นคำที่ดูน่าตื่นเต้น แต่กระบวนการจริงๆของมันแล้วไม่ได้ดูน่าตื่นเต้นแบบภาพในหัวของหลายๆคน สำหรับนักฟิสิกซ์แล้วเป็นคำที่กล่าวถึงกระบวนการเคลื่อนย้ายโฟตอนหรือกลุ่มก้อนของพลังงานหนึ่งไปยังปลายทางของสายเคเบิลในระยะทางหนึ่ง โดยที่ปลายทางนั้นสามารถสร้างโฟตอนที่เหมือนกับต้นแบบได้ทุกประการ


กล่าวง่ายๆคือการเคลื่อนย้ายดังกล่าวเป็นการเคลื่อนย้ายโดยการอ่านข้อมูลของวัตถุหนึ่งและส่งผ่านไปอีกที่หนึ่งโดยวัตถุหรือพลังงานต้นแบบจะหายหรือกล่าวคือถูกทำลายไปกลายเป็นพลังงานที่อยู่ปลายทางนั่นเอง น่าเสียดายที่กระบวนการดังกล่าวไม่สามารถเคลื่อนย้ายคนไปอีกซีกโลกเหมือนในหนังได้


เครื่องเจ็ทติดหลัง (แบบหนังเรื่อง"ร็อคเก็ทเทียร์" และ "เจมส์ บอนด์")

 


เจ้าเครื่องเหาะสุดล้ำนี้เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยนักวิทยาศาสตร์เยอรมันคิดค้นเครื่องที่เรียกว่า"เฮเว่น สตรอมเมอร์"เพื่อช่วยให้ทหารกระโดดข้ามสนามรบไปอีกแห่งหนึ่งได้ หลังจากสงครมจบลงก็มีการพัฒนามาโดยตลอด และที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ชาวนิวซีแลนด์พัฒนาเครื่องดังกล่าวให้บินได้ในเวลาครึ่งชั่วโมง แต่เจ้าเครื่องนี้หนักกว่า 500 กิโลกรัม


โฮเวอร์บอร์ด (แบบในหนัง "แบ็ค ทู เดอะ ฟิวเจอร์")

 


หากว่าในชีวิตจริงเหล่าอุปกรณ์ไฮเทคสุดล้ำบรรทุกสิ่งที่เรียกว่า"ความผิดหวัง"เอาไว้แล้วหละก็ เจ้าโฮเวอร์บอร์ดนี่แหละคืออุปกรณ์ที่สื่อถึงสิ่งที่มันบรรทุกได้มากที่สุดเลย แม้ว่าโฮเวอร์บอร์ดจะมีลักษณะเหมือนบอร์ดของมาร์ตี้ แมคฟลายในหนังแบบสมบูรณ์เป๊ะๆ แต่เจ้าบอร์ดในชีวิตจริงนี้กลับมีฟังก์ชั่นการใช้งานสุดเละเทะ พูดง่ายๆคือมันทำอะไรไม่ได้เลย  ไม่สามารถรับน้ำหนักมากกว่าน้ำหนักของตัวเองได้แน่นอนว่าคุณคงขึ้นไปยืนบนบอร์ดไม่ได้แน่ ที่แย่ไปกว่านั้นคือมันลอยอยู่ได้โดยใช้พลังแม่เหล็กใต้โพเดี้ยม นั่นหมายความว่ามันเคลื่อนไปไหนไม่ได้!

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=19&id=14032
วันที่ : 19 มีนาคม 62 7:52:58
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com