ข่าวกีฬา By Hacker JoKer Thailand : OH AFRICA บอลโลก โชคลาง และเรื่องราวไสยศาสตร์ ?

ประชาชาติ

Believe It or Not ! เวิลด์คัพ 2010, OH AFRICA บอลโลก โชคลาง และเรื่องราวไสยศาสตร์ ?

ชั่วโมงนี้เสน่ห์ของฟุตบอลลูกกลม ๆ ตรึงคนดูไปทั่วทุกมุมโลก ล่าสุดฟุตบอลโลก 2010 เดินทางมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างเข้มข้น

 

   
แต่เชื่อหรือไม่ว่า เบื้องหลังการแข่งขันกีฬามหาชน นอกจากฝีเท้า กฎ กติกา และมารยาทแล้ว สิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้ก็คือ เหล่านักเตะระดับโลกยังเชื่อในโชคชะตาและถือเรื่องโชคลาง !

 


นักเตะระดับโลกที่คุณชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่, กาก้า, ดาวิด บีย่า, สตีเวน เจอร์ราร์ด และดาวเตะระดับโลกคนอื่น ๆ เชื่อในโชคลางก่อนแข่งมากน้อยแค่ไหน อ่านบทสัมภาษณ์ ผู้เล่นระดับโลก ส่งตรงจาก "โจบูลานี่ เซ็นทรัล" โจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ โดย "อาดิดาส" และสำนักข่าวต่างประเทศชิ้นนี้แล้วคุณจะรู้ว่า เรื่องราวของบอลโลก โชคลาง และไสยศาสตร์ เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ในฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้ ดินแดนแห่งความเชื่อด้านโชคลาง ดินแดนสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ... !?

 


        ------------
 "ลิโอเนล เมสซี่" นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีคนล่าสุดจากอาร์เจนตินาให้สัมภาษณ์ว่า โชคลางมีส่วนสำคัญมาก มีช่วงเวลาสำคัญหลายช่วงที่คุณต้องการโชค แม้เพียงสักเล็กน้อย เพื่อที่จะคว้าแชมป์ให้ได้ ทีมที่เคยเป็นแชมป์ไม่ว่าจะเป็นรายการใด หรือเป็นแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกเวิลด์คัพทั้งหลาย ต่างได้โชคช่วยหรือโชคดีในตอนใดตอนหนึ่งในการแข่งขัน

 

  
เมสซี่บอกว่า ทีมอาร์เจนตินาเองซึ่งเป็นทีมยอดเยี่ยมที่สุดในปี 2006 แต่เพราะโชคร้ายรับโทษด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้พวกเราแพ้พ่ายต่อเยอรมนี นี่คือเหตุผลว่าทำไมโชคถึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในจังหวะที่สำคัญ ๆ แต่โชคก็ไม่ได้มาง่าย ๆ หรอก คุณจะต้องค้นหามันให้เจอ

 


"มาร์ค กอนซาเลส" กองหน้าจากชิลีบอกว่า จริง ๆ แล้วผมไม่ได้เป็นคนที่เชื่อเรื่องโชคลาง แต่บางทีก็มีสิ่งที่ผมทำเป็นพิเศษ ซึ่งผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องของโชคลางซะทีเดียว ก่อนที่กรรมการจะเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน ผมมักจะตะโกนว่า "เอาเลย ตาต้า" ซึ่งตาต้าคือปู่ของผมที่เสียชีวิตไปเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ผมเรียกเพื่อให้เขาช่วยปกป้องผมและช่วยทีมพวกเรา ส่วนสำหรับในทีมนั้น ก่อนที่จะลงสนามแข่งผมจะสวดมนต์และขอพรให้โชคดี ให้ทีมได้รับการดูแลและได้รับชัยชนะ

 


"ดาวิด บีย่า" กองหน้ากระทิงดุ สเปน เผยว่า ก่อนลงแข่งผมพยายามตั้งสมาธิและแต่งตัวให้พร้อม เพื่อที่จะได้รู้สึกสบายใจในสนาม บางทีผมก็นวดกับนักกายภาพบำบัดเพื่อเตรียมความพร้อมก่อน จริง ๆ สิ่งที่ผมทำไม่ได้พิเศษ เพราะส่วนใหญ่นักฟุตบอลคนอื่น ๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน

 


"ซาโลมอน คาลู" กองหน้าผิวสีจากไอวอรีโคสต์ กล่าวว่า ที่จริงผมไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก แต่ส่วนใหญ่ผมจะใส่รองเท้าข้างซ้ายก่อนข้างขวา ซึ่งเป็นความเคยชินที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะคุณจะคิดว่าเมื่อการแข่งขันคราวที่แล้วได้ใส่รองเท้าขวาก่อน แล้วยิงประตูได้ ฉะนั้นก่อนการแข่งขันแต่ละครั้งจะคิดทบทวนว่าได้ทำอะไรไปบ้างในการแข่งขันคราวที่แล้วที่ได้ชัยชนะ เพื่อจะได้ชนะอีกในคราวนี้ แต่ที่จริงก็ไม่ได้ผลตลอดเวลาหรอก

 


 "ผมเคยพูดว่า ผมไม่ต้องมีพิธีกรรม แต่บางทีเมื่อคุณลองทำบางอย่างที่พิเศษ และคุณสามารถทำสกอร์ได้ในการแข่งขัน คุณจะย้อนคิดถึงมัน และคิดว่าจะทำอย่างนั้นอีก เพราะครั้งสุดท้ายทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่บางทีมันก็ไม่ได้ผลเสมอไป แต่มันรู้สึกดีที่ทำอีก เพราะลึก ๆ คุณจะคิดว่า ถ้าทำแบบนั้นอีก คุณอาจจะชนะได้"

 


"สตีเวน เจอร์ราร์ด" กัปตันสิงโตคำราม อังกฤษ บอกว่า ระหว่างนั่งรถไปสนามแข่งขันผมจะฟังเพลงมีจังหวะสนุก คึกคัก เพื่อที่จะได้กระตุ้นต่อมอะดรีนาลีน จะได้รู้สึกฮึกเหิมสำหรับการลงแข่ง ส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงแดนซ์

 


"สตีเวน พีนาร์" กองหน้าเจ้าภาพ แอฟริกาใต้ เล่าว่า การเตรียมตัวของผมไม่ยุ่งยาก ผมมักฟังเพลง gospel ประสานเสียงในห้องแต่งตัวหรือระหว่างการเดินทางไปแข่งในรถบัส เพื่อนร่วมทีมบางคนร้องเพลงประจำทีม โดยเราจะร้องจนกระทั่งมาถึงห้องแต่งตัวและยังร้องต่อกัน ผมจะแค่ฟังเพลง gospel จากไอพอด และก่อนใส่รองเท้า ผมจะเอารองเท้าขึ้นมาสวดมนต์ก่อน แล้วค่อยสวมใส่

 


"ดานิเอเล เด รอสซี" กองกลางจากอิตาลีบอกว่า ในแต่ละครั้งที่ผมลงสนามแข่งฟุตบอล มันไม่ใช่การแข่งที่ยากที่สุด ผมมีความเชื่อในเรื่องโชคลางบางอย่างที่ผมทำอยู่ ผมจะต้องกระโดดซ้ำ ๆ 3 ครั้ง แล้วคุกเข่า 3 ครั้ง และที่จริงไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็เป็นสิ่งที่คนอื่น ๆ ไม่ได้ทำอย่างผม 

 


"โฮเซ่ อันเดรส กวาร์ดาโด้" จากเม็กซิโกอธิบายว่า ผมมักจะใส่สนับเข่าด้านซ้ายก่อน เพราะขาข้างซ้ายเป็นขาข้างทีเด็ดของผม ดังนั้นผมต้องปกป้องมันก่อน รวมถึงในการก้าวสู่สนามแข่งขันผมจะก้าวเท้าขวาเหยียบสนามก่อนเสมอ เพราะผมเป็นคนค่อนข้างเชื่อถือในเรื่องของโชคลาง ถ้าไม่ทำตามนั้นผมจะกังวลว่าอาจจะมีอะไรผิดพลาดได้

 


นอกจากนั้นก่อนการแข่งขันผมจะฟังเพลงที่นุ่ม ๆ เพราะผมเองเป็นคนค่อนข้างโรแมนติก ผมชอบฟังเพลงเม็กซิโกจังหวะช้า ๆ โดยผมจะพยายามผ่อนคลาย เพื่อจะได้สงบจิตใจก่อนการแข่งขัน

 


"ออเรลิยง เชดฌู" กองหลังหมอผี แคเมอรูน มีความเชื่อว่า ผมเป็นชาวคริสเตียน ปกติผมจะทำสัญลักษณ์ไม้กางเขน 3 ครั้ง และจูบลงบนรอยสักที่เป็นชื่อลูกชายของผมเพื่อนำความโชคดี และจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นผมจะจูบลงบนรองเท้าของผม เพื่อจะได้นำโชคระหว่างการแข่งขัน

 


เชดฌูแสดงทรรศนะว่า เรื่องโชคลางบางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ ผมว่าคนที่เชื่อเพราะว่าในแอฟริกา เมื่อคุณตาย คุณไม่ได้ตายจากไปจริง ๆ พวกเขาเป็นปู่ย่า ตายาย หรือทวดของพวกเรา เมื่อพวกเขาตายไป พวกเขาจะปกป้องพวกเรา สรุปคือ คนมีความเชื่อในเรื่องลี้ลับ โดยจะไปหาคนที่สามารถติดต่อกับวิญญาณบรรพบุรุษ โดยเราหาหมอผีที่เราเรียกว่า มาราโบ (marabou) หรือชาลาตัน  (charlatan) เพื่อช่วยร้องขอให้วิญญาณมอบพลังและความเข้มแข็งแก่เราให้ได้รับชัยชนะ

 


 "โอบาเฟมี มาร์ตินส์" กองหน้าจากไนจีเรียเล่าว่า โดยทั่วไปแล้วผมมักจะสวดขอพรแบบมุสลิม  เพราะคุณแม่ผมเป็นชาวมุสลิม และคุณพ่อผมเป็นชาวคริสเตียน

 


 ดังนั้นถ้าผมต้องการขอพรก่อนแข่งขันผมจะสวดขอพรในแบบมุสลิมเสมอ และแน่นอนว่า ผมยังมีความเชื่อในแบบแอฟริกาซึ่งค่อนข้างเชื่อเรื่องโชคลางในเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างไรก็ดีผมยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อมั่นอยู่เสมอมานั่นก็คือ พระผู้เป็นเจ้า

 

  
 แต่ที่น่าสนใจคือ ทีมไนจีเรียเป็นทีมที่สนุกมาก เพราะเมื่อคุณเข้าไปในห้องแต่งตัว ทุกคนเต้นรำด้วยกัน ร้องเพลง ทั้งเต้นทั้งร้องอยู่อย่างนั้นด้วยกัน จนกว่าจะออกไปวอร์มอัพ

 


 "กาก้า" เพลย์เมกเกอร์จากบราซิลให้มุมมองว่า ผมคิดว่าฟุตบอลคือเกมการแข่งขันที่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ คุณเลยต้องพึ่งพาเรื่องโชคลางค่อนข้างมาก แต่ผมคิดว่ายังสามารถสร้างสถานการณ์ที่จะให้โชคช่วยได้ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าเราเตรียมตัวเองให้พร้อมก็ช่วยได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจากการแข่งขันเวิลด์คัพในรอบที่สอง ซึ่งจากนี้เป็นต้นไปทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วมาก วันนี้ทีมอาจจะเล่นดีและวันต่อไปอาจจะเล่นไม่ดี อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ ยิ่งในรอบสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นได้มีล้านแปด ดังนั้นมันล้วนขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ การเตรียมความพร้อม ถ้าเตรียมตัวเองดี เพื่อชัยชนะ เพื่อเป็นแชมป์ แล้วคุณก็เป็นส่วนหนึ่งในเกมการแข่งขัน

 


กาก้าบอกว่า ผมเป็นคนไม่เชื่อโชคลาง ผมแค่สวดมนต์ก่อนลงในสนามเท่านั้น เมื่อผมลงสนามแข่ง ผมพยายามนึกภาพการแข่งขัน พยายามจินตนาการสถานการณ์การเล่นที่อาจจะเกิดขึ้น ผมพยายามเล่นตามเกมในความคิด นั่นคือสิ่งที่ผมทำ ผมไม่มีเครื่องรางอะไรเลย ส่วนคนที่ถือเครื่องรางผมก็เคารพในความเชื่อของเขา แต่สำหรับผมสิ่งเดียวที่ผมทำคือ สวดมนต์แล้วลงสนาม

 


นอกจากนี้ "กอนซาโล อิกัวอิน" ศูนย์หน้าอาร์เจนไตน์อีกคนเปิดเคล็ดลับนำโชคส่วนตัวว่า "ก่อนที่ผมจะก้าวเท้าซ้ายลงสนาม ผมจะเคาะเท้าขวา 3 ครั้ง"

 


 ขณะที่อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษจอมฉาว "จอห์น เทอร์รี่" ระบุว่า เขาต้องนั่งที่เดิมบนรถบัสของทีมและใช้ห้องน้ำห้องเดิมในห้องแต่งตัวที่สนาม และแม้ว่าห้องนั้นจะมีคนใช้เขาก็จะรอจนกว่าจะว่าง โดยไม่ยอมไปใช้ห้องอื่น

 


 ส่วน "เจอร์เมน เดโฟ" กองหน้าทีมชาติอังกฤษเล่าว่า "ผมตัดผมสั้นลงแข่งเสมอเพราะมีครั้งหนึ่งผมไว้ผมยาวลงสนามปรากฏว่าผมได้รับบาดเจ็บในนัดนั้น"

 


อย่างไรก็ตามใช่ว่าสิ่งนำโชคจะนำมาซึ่งผลที่ต้องการเสมอไป ครั้งหนึ่ง "โคโล่ ตูเร่" กองหลังจากไอวอรีโคสต์ เคยโชคร้ายเจอใบเหลืองโดยไม่จำเป็นเพราะมัวหมกมุ่นกับพิธีกรรมก่อนแข่งมาแล้ว

 


นักเตะคนนี้ถือเคล็ดว่า เขาต้องลงสนามเป็นคนสุดท้ายของทีมเสมอ แต่มีครั้งหนึ่งสมัยเป็นนักเตะอาร์เซนอล เขามัวโอ้เอ้อยู่ในห้องแต่งตัวก่อนการลงสนามในครึ่งหลังเพื่อรอให้ "วิลเลี่ยม กัลลาส" เพื่อนร่วมทีมเสร็จสิ้นการปฐมพยาบาล เพื่อที่ตัวเองจะได้ลงสนามเป็นคนสุดท้าย แต่ต้องเจอผู้ตัดสินชักใบเหลืองใส่ เพราะเข้าสู่สนามหลังเขี่ยลูกเริ่มเล่นโดยไม่มีเหตุอันควร

 

 

 

แต่คนสุดท้ายที่ถูกกล่าวขวัญมากที่สุด นาทีนี้กลับไม่ใช่นักเตะ แต่เป็น "เสือเตี้ย" "ดีเอโก้ มาราโดนา" ผู้จัดการทีมฟ้าขาว อาร์เจนตินา ความเชื่อของเสือเตี้ยก็คือ เขาต้องลงสัมผัสสนามก่อนเริ่มเกมในชุดวอร์ม แล้วโผล่ออกจากอุโมงค์ตามหลังลูกทีมในชุดสูทสีเทาสุดเนี้ยบ มาดสุภาพบุรุษ ก่อนแปลงโฉมกลับอยู่ในชุดวอร์มอีกครั้งเพื่อให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังจบเกม 
      
... หลังแมตช์สำคัญ นักฟุตบอลหลายคนคงรู้แล้วว่า เทพีแห่งโชคเข้าข้างพวกเขาหรือไม่ ?

 

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=157&id=13849
วันที่ : 6 ธันวาคม 62 11:43:11
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com