: งีบ การงีบในเวลางาน ประโยชน์ของการงีบ

งีบ

การงีบหลับ หรือ Nap ในภาษาอังกฤษ ในภาษาอาหรับ เรียกว่า กอยลูละฮฺ สเปนเรียก เซียสต้า (siesta) เป็นกิจกรรมที่มีมานานแล้ว และเป็นที่นิยมกันหลาย ๆ แห่งทั่วโลก ในศาสนาอิสลามเรา มีการกล่าวถึงการนอนหลับกลางวันเอาไว้ด้วยว่า เป็นสิ่งที่ เหล่าบรรดามิตรสหายของท่านศาสดานิยมทำกันดังเช่นทะดีษที่เล่าโดยท่านอนัส (เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮฺ) ได้กล่าวว่า

“พวกเรานั้นจะละหมาดวันศุกร์แต่เนิน ๆ และพวกเราจะก็อยลูละฮฺหลังละหมาดวันศุกร์” [อัลบุคอรีย์1/287 ลำดับหะดีษที่ 905]

ซึ่งหมายถึงว่าหลังละหมาดวันศุกร์แล้วจะมีการงีบนอนกันชั่วครู่ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและมีกำลังให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืน

คนทั่วไปคิดว่า การงีบนอนในตอนกลางวันถือ เป็นการกระทำที่ไม่สมควร ถูกมองว่า เป็นคนเกียจคร้าน งานวิจัยบางชิ้น รายงานว่าการนอนกลางวันทำให้เสี่ยงต่อดารเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเข้าไปอ่านข้างในแล้วปรากฏว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนอนไม่หลับในตอนกลางคืน หรือนอนไม่พอในแต่วันมากกว่า

แต่ในปัจจุบัน กลับมีรายงานการวิจัยมากมาย บอกว่า การนอนกลางวันเพียงเล็กน้อยให้ประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของสมองในการทำงานได้อย่างมีคุณภาพตลอดวัน ต่างกับผู้ที่ไม่นอนกลางวันซึ่งประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงในช่วงเวลาเย็น

มีการทดลองในอาสาสมัครในการเรียนเรื่องยาก ๆ และกลุ่มหนึ่งได้นอนกลางวัน อีกกลุ่มหนึ่งไม่นอน ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ได้นอนกลางวัน สามารถทำแบบทดสอบได้ดีกว่าอย่างชัดเจน และมีนัยสำคัญ

องค์การนาซาเอง ยังออกมาสนับสนุนเรื่องการนอนกลางวัน ว่าให้เวลานอนสักประมาณ ยี่สิบนาทีไม่ให้เกิน แล้วจะรู้สึกสดชื่นขึ้น แต่ไม่ใช้นอนไปเรื่อย ๆ หลาย ๆ ชั่วโมงหรือตลอดวัน อย่างนั้นจะทำให้ปวดศีรษะ และจะกลายเป็นคนขี้เกียจไปจริง ๆ

ผู้เขียนเคยอ่านเคล็ดลับของผู้ที่สอบมัธยมปลายได้ที่หนึ่งของประเทศไทยในสมัยยังเด็ก เคล็ดลับในการอ่านหนังสือของเขาก็คือ การดูหนังสือหลาย ๆ ชนิดหมุนเวียนกันไป ไม่ดูชนิดใดชนิดหนึ่งอยู่เป็นเวลานาน ๆ เช่น ดูหนังสือวิทยาศาสตร์ สักหนึ่งเรื่อง และสลับไปดูวรรณคดี แล้วหันกลับมาดูภาษาอังกฤษ และสลับไปดูสังคม เป็นเช่นนี้เรื่อย  ๆ และเมื่อดูจนเริ่มล่าแล้ว ให้นอนหลับเสีย ในช่วงเวลานั้นเอง สิ่งที่เราดูไว้มันจะเรียบเรียงตัวเอง และทำให้จำได้ดีขึ้น หลังจากนั้นเมื่อตื่นขึ้นมาดูใหม่ จะพบว่ามันง่ายมากเลย จอร์จ !!! ซึ่งเป็นผู้เขียนนำไปปฏิบัติบ้างก็ได้ผลอย่างเดียวกัน และได้ใช้การนอนกลางวันประมาณวันละสิบห้านาทีมาตลอดจนปัจจุบัน และพบว่าช่วยในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงอยากจะนำมาบอกกล่าวกันเอาไว้ เพื่อให้น้อง ๆ ที่กำลังดูหนังสือลองใช้วิธีนี้ จะทำให้ดูได้มากขึ้น  ทนขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สิ่งที่เป็นดังกล่าวนี้ เพราะปัจจุบันเขาพบว่า เวลาที่เรานอนหลับนั้นสมองจะจัดการเรียบเรียงความจำขึ้นมาใหม่ โดยในช่วงที่เราอ่านความจำจะไปอยู่ที่หน่วยความจำชั่วคราวข้าง ๆ สมอง เรียกว่า ฮิปโปแคมปัส ก่อน หลังจากนั้น เมื่อเรานอน ความจำจากฮิปโปแคมปัสก็จะนำมาย่อย และเรียบเรียงใหม่ให้สมบูรณ์ แล้วส่งไปยังส่วนความจำถาวร เรียกว่า นีโอคอร์เทกซ์ ดังนั้นถ้าเราดูหนังสือไปเรื่อย ๆ ใช่สมองไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้พัก ความจำจะแน่นฮิปโปแคมปัส และอัดไม่เข้า เราดูไปก็ไม่สามารถจำอะไรได้เพิ่มเท่ากับเสียเวลาดูเปล่า ๆ  แต่เมื่อเรานอนหลับความจำนี้จะถูกย่อย และย้ายไปสู่นีโอคอร์เทกซ์ ทำให้ฮิปโปแคมปัสว่างเปล่า และสามารถรับความจำเรื่องใหม่ ๆ ได้อีก และความจำที่อยู่ในนีโอคอเทกซ์ จะกลายเป็นความเข้าใจ ทำให้เราต่อเรื่องได้ดีขึ้น

ดังนั้น พวกเราควรหาโอกาสนอนกลางวันกันบ้างสักเล็กน้อย โดยหารที่เงียบ ๆ นอนสักเงียบหนึ่ง แต่ต้องจำไว้ว่า ต้องไม่นาน ประมาณสิบถึงยี่สิบนาทีพอ และ ไม่จำเป็นต้องนอนแบบเต็มสูตร คือ หอบที่นอนหมอนมุ้งมาครบ แต่ควรเป็นการเงียบหลับที่โต๊ะทำงาน ในช่วงพักหรือบนเก้าอี้ หลังทานอาหารเที่ยงแล้ว และจะพบว่านอกจากจะเป็นการทำตามแบบที่ศอฮาบะห์นิยมกระทำกันแล้ว ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีกว่าเดิมได้ด้วยครับ วัสลามฯ

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=112&id=17361
วันที่ : 23 สิงหาคม 62 17:22:38
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com