: ชุมชนรักษ์สุขภาวะคืออะไร

สุขภาวะมุสลิม มุสลิมไทยดอทคอม  : ชุมชนรักษ์สุขภาวะคืออะไร 

        โครงการชุมชนรักษ์สุขภาวะของแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย (สสม.) นับเป็นโครงการทางด้านสุขภาวะที่ได้รับการกล่าวขานถึงเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการพัฒนาที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนเพียงแค่ชั่วครู่ชั่วยาม แต่เป็นการทำให้สุขภาวะที่ดีแทรกซึมไปในฐานรากที่สุดของสังคม

         การจะทำความรู้จักกับโครงการชุมชนรักษ์สุขภาวะของแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย หากไปทำใครก็คงได้คำตอบไม่ละเอียดลออเท่าจากปากของผู้ประสานงานโครงการ และคนที่จะพูดเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คงไม่พ้นคุณพคาน บุญพันธ์

สุขสาระ : เป้าหมายของโครงการชุมชนรักษ์สุขภาวะคืออะไรครับ?
คาน : คือว่าเวลาลงพื้นที่จริงๆแล้วมันเป็นการไปกระตุ้นปลูกจิตสำนึก เพื่อหาอาสาสมัครมาให้กับแผนงานอาสาสมัครที่จะมาทำงานด้านสุขภาวะในชุมชนให้กับเรา ในระยะแรกเวลาทำงานจะเป็นลักษณะการสร้างกระแสเพื่อให้เขาได้รู้จักกับแผนงานก่อน  พอระยะที่สองเป็นการสร้างเครือข่าย พอระยะที่สามเป็นการกำหนดกับเครือข่ายว่าคุณจะทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ นี่คือลักษณะของการลงมือทำงานด้านการชุมชน

สุขสาระ : ในช่วงแนะนำโครงการ ก็จะเป็นพวกกิจกรรมพาไปสัมมนาไปดูงานหรือเปล่าครับ?
คาน : มันแล้วแต่ใครที่รับผิดชอบงานนี้ แต่ของเรามันเป็นงานซึ่งเราลงไปอยู่กับชุมชน เพื่อสร้างองค์ความรู้ เพื่อสร้างภูมิปัญญา แต่งานแรกของเราก็คือว่าเราต้องสร้างความสนิทสนม เราก็ต้องรู้ให้ได้ว่า ในพื้นที่นี้ใครเป็นอะไรยังไง ก็คือเข้าใจคนในพื้นที่ แล้วเราก็จะรู้ว่าเมื่ออยู่ในพื้นที่ว่านี้เราสามารถจะสร้างเรื่องสุขภาวะในพื้นที่ในเรื่องอะไรได้บ้าง จะเป็นลักษณะนั้น  แต่ละพื้นที่จะไม่เหมือนกัน อย่างที่ไปทำที่จังหวัดตราดตรงนั้นใช้พื้นที่ร้างของมัสยิดทำเป็นที่เลี้ยงปลากระพงสัมพันธ์ให้กับชุมชน

สุขสาระ : เลี้ยงปลากระพงสัมพันธ์ที่ชุมชนไหนครับ? 
คาน : ทำที่ชุมชนบ้ายยายม่อม จังหวัดตราด คือตรงนั้นใช้พื้นที่ร้างของมัสยิดเลี้ยงปลากระพง โดยกรมประมงเข้ามาช่วย อย่างตอนนี้เราก็ทำปูไข่นอกกระดองเข้ามา เพิ่มปริมาณปู ชาวบ้านเขารู้กันอยู่แล้วว่าปูไข่นอกกระดองนี่สามารถสร้างประชากรได้มากถึงแสนถึงห้าแสนตัว แต่ว่าเขาไม่ได้ทำ เวลาเราทำให้ดู พอปูมันเพิ่มขึ้น ที่นี้เราไม่ต้องเข้าไปยุ่งแล้ว เขาทำกันเอง

สุขสาระ :  ในกรณีที่ชุมชนรักษ์สุขภาวะที่ท่าสูงบน จ.นครศรีธรรมราช มีจุดเริ่มต้นยังไง?
คาน : ที่ท่าสูงเราทำโครงการออกกำลังกาย ทำเรื่องเลิกบุหรี่ แล้วก็เรื่องของสภาพแวดล้อม การเก็บขยะ การปลูกต้นสน การออกกำลังกายตอนแรกที่ตรงพื้นที่โรงเรียน ต่อมาก็มาเพิ่มตรงริมหาด จริงๆที่ทำตอนเริ่มมันไม่มีอะไร แต่ว่าพอไปทำแล้วมันกลายเป็นว่า ชาวบ้านเขาชอบ เพราะสามารถทำให้เขาออกกำลังได้ อีกอย่างนึงถ้าไปดูในพื้นที่จะเห็นว่าเขามีอาชีพทำกุ้งแห้ง กุ้งแห้งเขาจะใส่สีแดงสดเลย แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีสองสีแล้ว เขาเริ่มลดสีลง เพราะเขาเริ่มรู้แล้วว่ามีผลเสียอะไร

สุขสาระ : อย่างเรื่องของสีผสมอาหารทางโครงการชุมชนรักษ์สุขภาวะเข้าไปกระตุ้นยังไง?
คาน : จุดดีอย่างหนึ่งของแผนงานก็คือว่า เวลาเราไปทำ เราก็จะเอาความเป็นอิสลามลงไปบอก เวลาเราไปทำงานด้านสุขภาวะนี่ จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องจำเป็นของคนมุสลิมเรา ที่ต้องดูแลสุขภาวะ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า ทางสังคมมุสลิมก็เริ่มรับว่า เวลาจะกินอาหารก็ต้องระวังแล้วว่าอย่ามีสิ่งเจือปน อย่ามีสิ่งแปลกปลอม ที่ภาคใต้นี่ ไม่ว่าอะทำไร  มันต้องเป็นสีแดงหมดนะ มันเป็นลักษณะที่เขาชอบมาก แต่วิธีของเราคือว่า เราค่อยๆให้เขาดูแลเรื่องอาหารกิน เรื่องสภาพแวดล้อม เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องสุขภาวะเรื่องทั่วๆไป ประเด็นตอนนี้คือ เขาเริ่มแล้ว เมื่อก่อนมันจะมีแต่สีแดงอย่างเดียวเลย

สุขสาระ :  ถ้าพูดถึงเรื่องของชุมชนสุขภาวะที่ทำมา ชุมชนไหนที่ประสบความสำเร็จที่สุด?
คาน : ถ้าเอาว่าเป็นจากมากเลยนะ ขนาดนายกฯยังไปดูมาแล้วคือที่ปาตาบาระที่ปัตตานี เขาทำเศรษฐกิจชุมชน ขายเดือนนึงล้านกว่าบาท เขาไม่มีปัญหาเรื่องเงิน เพราะว่าเขามีปลากะพง เขามีกระชัง แต่ว่าเขามีปัญหาเรื่องแมลงวันทั้งเมืองเลย เพราะว่าเขาทำกรือโป๊ะเยอะ เขาเน้นเรื่องเศรษฐกิจ สุขภาวะมันก็แย่ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้เหมือนกันว่าเราจะเอาเรื่องอะไร ถ้าเราจะเอาเรื่องเศรษฐกิจ บางทีก็จะขาดเรื่องสุขภาวะ ตอนนี้ก็กำลังคุยอยู่ว่าจะแก้ยังไง แล้วก็ยกตัวอย่างที่มัสยิดบ้านเหนือ สงขลา ซึ่งชาวบ้านมีบ้านอยู่ริมคลอง อิหม่ามก็ให้เขาย้ายบ้านจากริมคลองมาไว้ข้างบนเลย เพื่อจะดูแลริมคลอง เราลงไปกระตุ้น แล้วเขาเห็นด้วยที่จะดูแลเรื่องแม่น้ำลำคลอง ทีนี้ที่บ้านเหนือบรรยากาศทุกอย่างดีหมดเลยนะ แต่ก็มีปัญหาว่าเน้นเรื่องเศรษฐกิจไม่ได้

สุขสาระ : แล้วเขามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจไหม?
คาน : ไม่มี ตรงนั้นสมัยก่อนก็มันเป็นแพปลา โดยรวมก็ถือว่าเป็นคนไม่ลำบาก เป็นคนสร้างฐานะปานกลาง การสร้างมัสยิดเขาใช้เงินบริจาคจากชาวบ้าน สิบสองปีน่ะเขาจัดกิน ทุกศุกร์จะมีร้านของมัสยิด ใครมาเขาก็กินในร้านแล้วก็ทำบุญด้วยจ่ายตังค์ด้วยน่ะ สิบสองปีก็มีเงิน 25 ล้าน เขาก็สร้างทั้งหมด แล้วก็อิหม่ามแกจบด๊อกเตอร์นะ แกจะซื้อที่หมด เราก็ถามว่าซื้อที่ทำไม เขาก็บอกว่าจะได้สร้างชุมชน ตอนนี้แกให้ชาวบ้านผ่อนอยู่เดือนละ 500 บาท ทำมาสิบห้าปีแล้ว ปีๆนึงแกสร้างบ้านให้คนจนปีละหลัง มีซะกาตปีละสองแสน ปีนึงแกกำหนดเลย สร้างบ้านให้คนนึง ปีนี้คนนึง แกก็แฮปปี้ แต่ว่าไม่เน้นเรื่องเศรษฐกิจ เน้นสร้างความสุขในชุมชน

สุขสาระ : จะมีข้อแนะนำอะไรบ้างสำหรับการพัฒนาชุมชน?
คาน : เราคิดว่าหัวใจสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ชาวบ้านมันอยู่ที่ผู้ประสานงาน มันเหมือนมหาวิทยาลัย คนที่มีความรู้ต้องลงมาช่วยผู้ที่ไม่มีความรู้ คนรวยต้องลงไปช่วยคนจน มันต้องเป็นในลักษะนั้น เช่นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ชาวบ้านอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืออะไร แต่คนข้างนอกเขาตื่นเต้น คนที่เป็นผู้ประสานงานก็จะลงไปช่วยเรื่องนี้ ทำให้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เกิดขึ้น คือความรู้สึกของคน เขาจะไม่เชื่อถือคนกันเอง แต่พอคนอื่นเข้าไปเขาเชื่อ ทั้งๆที่คนในชุมชนเก่งกว่าเยอะ แล้วอีกอันนึงคือคนที่อื่นสามารถช่วยเชื่อมกับรัฐบาลได้ ซึ่งในความเป็นจริงเนี่ยรัฐบาลจ้างราชการมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านแต่ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะเรียกร้องอย่างไร ผู้ประสานงานก็ไปช่วยตรงนั้น

 

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=112&id=14587
วันที่ : 14 ธันวาคม 62 13:48:54
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com