สุขภาวะ มุสลิมไทย : ซุเบร อิบนิเอาวาม นายธนาคารอิสลามคนแรก

ซุเบร อิบนิเอาวาม นายธนาคารอิสลามคนแรก

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยก่อตั้งได้ยังไม่ถึงสิบปี

ส่วนธนาคารอิสลามแห่งแรกของโลกตั้งขึ้นเมื่อปี 2506 ที่ประเทศอียิปต์

แต่หากจะลากไปถึงการเริ่มต้นของระบบธนาคารอิสลามจริงๆ เราสามารถลากได้ถึงเมื่อพันสี่ร้อยกว่าปีที่แล้วในยุคของนบีมุฮัมมัด ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

ในยุคนั้นยังไม่ได้มีธนาคารเป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ทว่าระบบธนาคารอิสลามกลับเกิดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยผู้ที่เป็นนายธนาคารอิสลามคนนั้นคือ ซุเบร อิบนิเอาวาม

เรื่องมันมีอยู่ว่าซุเบรเป็นคนที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของการเป็นคนซื่อสัตย์ ดังนั้นจึงมีใครต่อใครพากันเอาเงินมาฝากไว้ที่เขา นั่นจึงทำให้ซุเบรลำบากใจพอสมควร

ซุเบรลำบากใจที่ว่าเมื่อคนเอาเงินมาฝาก ด้วยศรัทธาของเขา ทำให้ซุเบรระวังระไวในเรื่องของศาสนาเป็นอย่างมาก วิธีการจัดการกับเงินฝากของซุเบรก็คือ เงินที่เขาจะส่งคืนไปเมื่อผู้ฝากร้องขอ จะต้องเป็นเงินเหรียญนั้นๆที่ฝากมาเท่านั้น เพราะผู้ฝากฝากเงินก้อนนั้นมา ดังนั้นเงินก้อนนั้นจึงเอาไปทำอะไรไม่ได้ ต้องเก็บเอาไว้เฉยๆ และหากเงินก้อนที่ฝากมีการสูญหาย ผู้ฝากก็ย่อมสูญเงินก้อนนั้นไปด้วย เพราะที่สูญหายไปคือเงินก้อนที่ฝาก

ซุเบรไม่อยากเสียสัจจะ เขาจึงใช้วิธีบอกกับผู้ที่เอาเงินมาฝากว่า เงินที่เอามาเขาจะรับไว้ แต่ไม่รับไว้ในฐานะของเงินฝาก แต่จะรับไว้ในฐานะของเงินกู้ และเมื่อต้องใช้คืน เขาก็จะเอาเงินมาจ่ายคืนในฐานะที่ซุเบรเป็นลูกหนี้

อย่างที่บอกในตอนแรกว่า เมื่อเป็นเงินฝากก็จะไม่สามารถนำไปใช้ทำอะไรได้ แต่เมื่อเป็นเงินกู้ ซุเบรจึงสามารถนำเงินก้อนนั้นๆไปใช้ในการลงทุนทำธุรกิจได้ โดยเขาเน้นไปที่การซื้อขายที่ดิน ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จในธุรกิจด้านนี้เป็นอย่างสูง

นั่นจึงทำให้ถึงเงินอาจมีการสูญหายไปบ้าง ซุเบรก็สามารถหยิบจับเงินก้อนไหนก็ได้มาใช้คืน เพราะนี่คือเงินกู้ ไม่ใช่เงินฝาก

จากการดำเนินดังกล่าวปรากฎว่าในวันที่ซุเบรเสียชีวิต มีเงินที่มีคนเอามาฝากไว้ที่เขาเป็นมูลค่าถึง 2.2 ล้านดีนาร!

ที่ผ่านมาเรารับรู้กันว่า ซุเบร อิบนิเอาวามเป็นลูกพี่ลูกน้องกับท่านนบี เขาเป็นกลุ่มคนแรกๆที่เข้ารับอิสลาม เขาเป็นหนึ่งในสิบของมิตรสหายที่ท่านนบีมุฮัมมัด ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมสัญญาไว้ว่าจะได้เข้าสวรรค์แน่ๆ และเขาเป็นหนึ่งในหกคนที่ได้รับการเลือกสรรจากท่านอุมัรว่า ใครก็ได้จากเหล่านี้สามารถเป็นคอลีฟะฮฺต่อจากท่านได้

แต่เรื่องที่ไม่ค่อยเป็นที่รับรู้คือ การเป็นต้นแบบของระบบธนาคารอิสลามของท่าน ซึ่งกว่ามุสลิมจะเอาต้นแบบนั้นมาทำก็เมื่อไม่ถึง 50 ปีที่ผ่านมานี่เอง

ดังนั้นปัญหาความล้าหลังของระบบสังคมอิสลาม ระบบเศรษฐกิจอิสลามหรือระบบธุรกิจอิสลาม จึงไม่ใช่ว่าเราทำสู้คนอื่นไม่ได้ หรือว่าเราไม่ได้เคยทำมาก่อน

แต่เป็นเพราะเราละเลยไม่ได้นำแบบอย่างจากท่านนบีมุฮัมมัด ซ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมและมิตรสหายของท่านมาใช้ต่างหาก

โดย ชุมพล ลาวัง ที่มา นิตยสารริสกี trainerman_tm@hotmail.com

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=111&id=4206
วันที่ : 15 ธันวาคม 62 21:28:00
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com