มุสลิมดอทคอม : สหรัฐคุมเข้มสนามบินหลังเกิดเหตุพยายามวางระเบิดบนเครื่องบิน

มุสลิมไทยดอทคอม   สหรัฐคุมเข้มสนามบินหลังเกิดเหตุพยายามวางระเบิดบนเครื่องบิน
www.muslimthai.com

วอชิงตัน – อัลยา อาลี โดยสารเครื่องบินจากเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย มายังเมืองดีทรอยต์ ในเที่ยวเดียวกับที่มีการพยายามก่อเหตุระเบิด แต่ในวันนั้นการรักษาความปลอดภัยยังไม่เข้มงวด เหมือนในวันเดินทางกลับอีกสัปดาห์หนึ่งต่อมา ซึ่งให้ประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างมากแก่เธอ


สหรัฐคุมเข้มสนามบินหลังเกิดเหตุพยายามวางระเบิดบนเครื่องบิน


อาลีกล่าวว่า มีความรู้สึกตึงเครียดอย่างมากจนแทบประสาทเสีย เนื่องจากความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ แต่ทุกคนก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เริ่มจากมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตระเวนอยู่อย่างหนาตา กระเป๋าของเธอถูกเปิดเพื่อตรวจค้นอย่างละเอียด เธอถูกค้นตามร่างกายขั้นแรกด้วยการใช้มือตบไปตามลำตัว และเมื่อถึงประตูสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่อง ก็ยังมีการนำสุนัขมาดมตามกระเป๋าของผู้โดยสารอีกครั้งหนึ่ง

ผู้เดินทางภายในประเทศอเมริกา โดยเฉพาะผู้ที่มาจากประเทศอื่นๆ มีความรู้สึกกดดันต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้ เพิ่มจากมาตรการเดิมที่ใช้อยู่แล้ว รวมทั้งการประกาศเพิ่มความเข้มงวดตรวจตราแก่ผู้ที่มาจาก 14 ประเทศที่ระบุในรายการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีเพียงประเทศเดียวในจำนวนนี้ที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม นั่นคือ คิวบา

เครื่องสแกนร่างกายได้ถูกนำมาติดตั้งแล้วในสนามบินบางแห่ง แต่ยังไม่ได้มีการใช้กับทุกคนเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง และยังไม่ได้ผ่านการประเมินปฏิกิริยาตอบโต้จากสังคม อาลีรู้สึกเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานเสี่ยงกับความไม่พอใจของผู้เดินทาง เธอกล่าวว่าไม่รู้สึกโกรธเลยในเรื่องนี้ เพราะเป็นความจริงที่มุสลิมบางกลุ่มก่อเรื่องเสื่อมเสียเหล่านี้ขึ้น

เช่นเดียวกับจัสมิน เบก ซึ่งกลับจากแคนาดาพร้อมสามีและลูกชายวัน 2 ขวบ เมื่อวันที่ 4 มกราคม เธอต้องเผชิญกับการตรวจค้นที่ยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง รวมทั้งความเครียดในการรอคอย และการต้องตอบคำถามพิเศษต่างๆ ที่อาจจะมีเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งเดินมาถามเมื่อไรก็ได้

เบกรู้สึกว่าเป็นความงี่เง่า เพราะเจ้าหน้าที่ห้ามนำกระเป๋าหิ้วชนิดที่มีล้อขึ้นเครื่อง โดยอนุญาตเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์แลปท๊อป และกระเป๋าใบเล็กๆ

เบกกล่าวว่า เป็นสิ่งที่น่ารำคาญ และต้องใช้งบประมาณสูงมากในการจ้างเจ้าหน้าที่เหล่านี้ ไม่เฉพาะสนามบินในสหรัฐ มาเรีย ซาอีด นักศึกษามหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ซึ่งบินกลับจากเยี่ยมญาติในนอร์เวย์ ก็พบการตรวจตราที่เข้มงวดกับทุกคนที่สนามบินในโคเปนเฮเก้นเช่นกัน และน่าจะมากกว่าสนามบินในเวอร์จิเนียที่เป็นจุดหมายปลายทางของเธอเสียอีก  ที่สำคัญคือ คุณอยู่ที่ไหน และกำลังจะไปไหน เป็นคำถามที่ต้องเตรียมคำตอบให้ชัดแจ้ง

แต่มาตรการที่เข้มงวดเหล่านี้ไม่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับมุสลิมในสหรัฐ ที่มีรากเหง้าอยู่ในประเทศที่ระบุในรายการ เพราะไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องมีการไปมา-หาสู่เยี่ยมเยียนกันอยู่แล้วทุก 2-3 ปี

มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ยังมีผลต่อนักธุรกิจที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบินบ่อยๆ แต่เขาเหล่านี้ก็ไม่อาจอุทธรณ์อะไรได้ในเรื่องนี้

ถึงแม้จะเข้าใจในสถานการณ์ดี แต่หลายคนยังรู้สึกสงสัยว่ามาตรการต่างๆ เหล่านี้จะมีประโยชน์เพียงใด และจะทำไปอีกนานเท่าไร เนื่องจากผู้เดินทางที่ไม่มีเบื้องหลังแอบแฝงร้อยละ 99 ย่อมมีความรู้สึกกดดัน และรำคาญ แต่คนร้ายที่จ้องจะกระทำความผิด ก็จะพยายามหาช่องทางที่เปิดให้แม้เพียงเล็กน้อยอยู่ดี และมุสลิมส่วนมากก็ไม่เห็นด้วย กับการประกาศรายชื่อประเทศที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนมากเป็นประเทศที่มีมุสลิมเป็นชนส่วนใหญ่

เบกกล่าวว่า ผู้ก่อการร้ายไม่ได้มาจากเพียง 14 ประเทศนี้เท่านั้น แต่อาจจะมาจากที่ไหนก็ได้ในโลก เพราะการก่อการร้ายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เฉพาะในจุดใดจุดหนึ่ง และมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดดังกล่าว ก็ไม่อาจรับรองได้ว่าจะป้องกัน หรือกำจัดแผนการร้ายเหล่านั้นได้ ทางที่ดีเจ้าหน้าที่ควรจะหันไปเพ่งเล็ง และเฝ้าระวังกลุ่มที่อยู่ในรายชื่อต้องห้ามเข้าประเทศ รวมทั้งรายชื่อที่อยู่ในเครือข่ายต้องสงสัยอยู่แล้วมากกว่า เพราะหน่วยข่าวกรองก็มีรายชื่อเหล่านี้อยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นการให้ความสะดวกแก่ผู้เดินทาง และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัยไปได้มาก  - มุสลิมไทยดอทคอม

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=109&id=6805
วันที่ : 25 สิงหาคม 62 8:37:54
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com