มุสลิมดอทคอม : ระบบ ธนาคารอิสลาม กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่

ไคโร – ขณะที่โลกกำลังฟื้นตัวจากเหตุเศรษฐกิจ วิกฤติระลอกใหม่ที่เพิ่งโจมตีดูไบก่อให้เกิดความตกตะลึงไปทั่วโลก ผลกระทบของมันทำให้ระบบการเงินแบบอิสลามถูกทดสอบ

     เนื่องจากนักการธนาคาร และนักกฎหมาย กำลังตั้งคำถามว่า กฎหมายอิสลามจะมีมาตรการ หรือเครื่องมือใด ที่จะนำมาใช้เพื่อสามารถป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

    จากการที่ดูไบ เวิลด์ ประกาศขอหยุดชำระหนี้ 59 พันล้านดอลล่าร์ เป็นเวลา 6 เดือน ก่อให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดกรณีหนี้เสียครั้งใหญ่เหมือนเช่นของเลฮ์แมน บราเธอร์ แห่งวอลล์ สตรีท เมื่อเดือนกันยายนปี 08

   ส่วนนักกฎหมายก็มีความกังวลเนื่องจาก การกู้ยืมของดูไบเป็นการใช้ระบบพันธบัตรแบบอิสลาม (Sukuk) ซึ่งมีการเกรงกันว่า ผู้ที่ถือพันธบัตรอยู่อาจไม่ได้รับการคุ้มครองให้ได้รับชำระเงินคืน และยังไม่มีการกำหนดที่ชัดเจนถึงลำดับขั้นของผู้ที่จะได้รับชำระหนี้ก่อน-หลัง ในกรณีที่มีเหตุล้มละลาย

   Sukuk เป็นพันธบัตรแบบอิสลามที่ไม่มีดอกเบี้ย แต่จะใช้การแบ่งปันผลกำไร

   โดยบริษัทที่ออกพันธบัตรจะจ่ายกำไรให้แทนดอกเบี้ย แต่เงินที่ได้มาจากการขายพันธบัตรจะต้องไม่นำไปลงทุนในกิจการที่ผิดหลักศาสนา ในช่วงระยะ 8 ปี จนถึงปี 2008 ตลาดการเงินแบบ Sukuk ขึ้นสูงถึง 111.9 พันล้านดอลล่าร์ และมีการคาดเดาจากรายงานของ International Islamic Financial Marketว่า จะมีการออกพันธบัตรอีก 69 พันล้านดอลล่าร์ในช่วงปี 08-09

    ธนาคารแบบอิสลามเริ่มเข้ามาเป็นที่รู้จักและนิยมเกือบ 30 ปีมาแล้ว มีการเติบโต และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และมั่นคง ทำให้เป็นที่สนใจของนักลงทุน และนักการธนาคารทั่วโลก ที่หันมาทำธุรกิจแบบอิสลามเพื่อจูงใจนักลงทุนมุสลิม

   ปัจจุบันมีธนาคาร และสถาบันการเงินแบบอิสลาม เกือบ 300 แห่งทั่วโลก ซึ่งทรัพย์สินรวมกัน และจะเติบโตถึง 1 หมื่นล้านดอลล่าร์ในปี 2013

   นักลงทุนในหลายประเทศแสดงความเห็นว่า วิกฤติดูไบครั้งนี้ย้ำเตือนถึงความสูญเสียของเศรษฐกิจโลก ที่ยังคงออกฤทธิ์แผ่กระจายอยู่ทั่วไป

   หลายคนคิดว่า วิกฤติดูไบซึ่งมีหนึ้อยู่ทั้งหมดประมาณ 88 พันล้าน คงจะได้รับการช่วยกู้ให้ฟื้นคืนโดยนครรัฐอื่นๆ ที่รวมกันเป็นเอมิเรตส์ เช่น อาบู ดาบี ซึ่งได้กล่าวก่อนหน้านี้แล้วว่า จะพิจารณาเลือกสรรการช่วยเหลือแก่ดูไบ

    โดยรอยเตอร์ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐของอาบู ดาบี ซึ่งเปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า จะมีการเข้าไปดูในหนี้สินเป็นรายๆ ไป ซึ่งก็หมายความว่า อาบู ดาบี จะไม่รับประกันการใช้หนี้ให้ทั้งหมด

    อาบู ดาบี ซึ่งเป็นนครรัฐที่ร่ำรวยด้วยน้ำมัน ทำให้เอมิเรตส์กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันอันดับ 3 ของโลก ได้ให้การสนับสนุนดูไบก่อนหน้านี้แล้วในทางอ้อม

    โดยส่งผ่านให้ธนาคารกลางของเอมิเรตส์ และธนาคารเอกชนในอาบู ดาบีเป็นเงิน 15 พันล้านดอลล่าร์ - www.muslimthai.com

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=109&id=6031
วันที่ : 24 พฤษภาคม 62 5:15:12
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com