มุสลิมดอทคอม : หัวอกหญิงหม้าย ในอิรัก ใครจะรู้บ้างว่า สงครามได้ทำลายชีวิตพวกเธออย่างไรบ้าง

สำนักข่าวมุสลิมไทย - หัวอกหญิงหม้าย ในอิรัก ใครจะรู้บ้างว่า สงครามได้ทำลายชีวิตพวกเธออย่างไรบ้าง

แบกแดด – หญิงหม้ายในอิรักจำนวนมากต้องยอมแต่งงานใหม่ เพื่อหาผู้เลี้ยงดูลูกซึ่งเป็นกำพร้า ทั้งๆ ที่หลายคนตัดสินใจจะไม่แต่งงานอีกเมื่อสามีตายเนื่องจากการสู้รบในประเทศ หลังจากที่ทหารต่างชาติรุกรานเข้ามาในปี 2003

ยกตัวอย่างไฮฟา แม่หม้ายลูก 2 ที่ดูเหมือนถูกผลักไสให้ต้องแต่งงานกับพ่อม่ายลูก 4  เธอคิดว่าเป็นงานหนักที่ต้องเลี้ยงดูเด็กๆ 6 คน และเธออาจจะต้องเสียใจในภายหลังสำหรับการตัดสินใจนี้ แต่เธอจำต้องแลกกับการให้ลูกชาย 2 คนมีชีวิตอยู่ และได้เรียนหนังสือ หลังจากพยายามหาเลี้ยงลูกด้วยตัวเองมากว่า 2 ปี

กระทรวงกิจการแรงงานและสังคมของอิรัก ระบุว่า มีแม่หม้ายเกือบ 2 ล้านคน และเด็กกำพร้าอีก 5 เท่าของจำนวนนี้ ที่ดิ้นรนมีชีวิตอยู่โดยขาดผู้นำครอบครัว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ของกระทรวงกล่าวว่า กำลังพยายามหาวิธีแก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถ แต่อุปสรรคคือการขาดเงินสนับสนุน


ภาพจาก google ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อข่าว

กรณีของไฮฟาเข้ากับแนวโน้มในประเทศอิรัก ที่ผู้นำศาสนาได้แนะนำให้ชายโสด หรือพ่อหม้ายแต่งงานกับหญิงหม้ายเพื่อช่วยปกป้อง เลี้ยงดูเธอและลูก ชี้คอับดุล-การีม ราเฟล อุละมาอฺในเมืองซาดรฺ กล่าวว่า หญิงหม้ายเป็นเหยื่อของความรุนแรงในประเทศ และรัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลือให้เธอมีงานทำเพื่อหาเลี้ยงลูกๆ ได้ และนี่เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้เด็กๆ มีชีวิตรอด และแม่หม้ายไม่ต้องตัดสินใจขายร่างกายเพื่อเลี้ยงลูก

แต่ยังมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ โดย รานา ลาติฟ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีท้องถิ่น ต้องการบังคับให้รัฐบาลรับผิดชอบในปัญหาทั้งหมด เธอยอมรับว่า แม่หม้ายบางคนเลือกที่จะแต่งงานใหม่ แต่นั้นเพราะเธอไม่มีทางเลือกอย่างอื่น

ซาเราะ อัล-อัซซา กลับไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เธอเป็นสมาชิกขององค์กรการกุศล ซึ่งมีแม่หม้ายขึ้นทะเบียนอยู่กว่า 1,200 คน และกว่าครึ่งของจำนวนนี้เต็มใจที่จะแต่งงานใหม่ อัซซากล่าวว่า คงจะรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่ไหว เพราะสถานการณ์บีบรัดเข้าทุกที

หญิงหม้ายที่ตัดสินใจแต่งงานใหม่ จะเข้ามาลงทะเบียนไว้ และทางองค์กรจะเป็นผู้หาชายที่มีภูมิหลังเป็นคนดีมีศาสนา และมีความตั้งใจดี รวมทั้งมีความสามารถที่จะหาเลี้ยงเหล่าแม่หม้ายพร้อมลูกของเธอได้

อัซซายังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ทำโครงการนี้ขึ้นมา ยังไม่ได้รับฟังเสียงบ่นหรือข้อตำหนิจากฝ่ายใด และเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนเต็มใจที่จะช่วยเหลือ - muslimthai.com

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=109&id=5609
วันที่ : 26 เมษายน 62 10:17:00
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com