เรื่องจริงอยากรู้ : ยิ่งลักษณ์ ลงจังหวัดชายแดนใต้ จัดเต็ม จัดหนัก การตลาดเห็นผล ยามีละห์ฟีเวอร์

สำนักข่าวมุสลิมไทย ยิ่งลักษณ์ ลงจังหวัดชายแดนใต้ จัดเต็ม จัดหนัก การตลาดเห็นผล ยามีละห์ฟีเวอร์

โดย นายบาชา

         กระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์กระหึ่ม ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เพื่อไทยจัดหนัก ย้ำชัด เขตปกครองพิเศษ สานสัมพันธ์ไทยซาอุฯ มุสลิมะฮ์เสื้อแดง ตั้งชื่อ  "ยามีล่ะห์" แปลว่า สวยงาม

          ย้อนอดีตเมื่อ วันที่ 14 มิ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย เดินทางลงพื้นที่พบปะประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชูนโยบายของพรรคเพื่อไทย

         วันมูฮำหมัดนอร์  มะทา (แบนอร์) เปิดบ้านศรียะลา ต้อนรับ   นางสาวยิ่งลักษณ์  พร้อมด้วยคณะชุดใหญ่ ดังเช่น นายนิติภูมิ  เนาวรัตน์  นายพร้อมพงษ์  นพฤทธิ์   พล.ต.อ.ประชา  พรหมนอก นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ์  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ    และคณะเดินทางมาพบปะบรรดาประชาชนชาวจังหวัดยะลา  โดยมีพี่น้องประชาชน ทั้งชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิมเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยกว่า 3,000 คน

      เวลา 15 นาที ในการปราศรัย  มีเนื้อหาหลักๆเน้นนโยบายของพรรคเกี่ยวกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

- 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตปกครองท้องถิ่นพิเศษ ลักษณะคล้ายกับกทม.หรือพัทยา (รายละเอียดต้องคุยกันอีกนาน, ให้เป็นรัฐบาลก่อนแล้วค่อยว่ากัน)
- โครงการสานความสัมพันธ์ ระหว่าง ไทย และซาอุดิอาระเบีย เพื่อเพิ่มโควตาให้ชาวไทยมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย (สายข่าวรายงานว่า ไม่ต้องเสียค่ามัดจำ 50,000บาท โดนใจ ผู้ประกอบการฮัจย์)
- ส่งเสริมอาหารฮาลาล
- พัฒนาโครงการรถไฟฟ้าในภาคใต้ ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น

     ดังกล่าวข่าวต้นเป็นภาพรวมของการลงพื้นที่ครั้งแรก ของตัวแทนพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นสตรีคนแรกที่ท้าชิงต่ำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

    แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การลงในพื้นที่ดังกล่าวนี้ ได้สร้างความฮือฮาพอสมควร โดยเฉพาะการประกาศ เขตปกครองพิเศษ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (อย่างกว้างๆ) เป็นการปลุกกระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะทางกลุ่มผู้สมัครของ แบนอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ กระแสของกลุ่มนี้ค่อนข้างจะเงียบเชียบ

    แหล่งข่าวเผยอีกว่า ตั้งแต่นี้ไป ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ทางภาคใต้เกิดแรงฮึกเหิมเป็นอย่างมาก พร้อมกับรอยยิ้มแห่งความหวัง

     แหล่งข่าวอีกท่านเผยว่า สิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ชูนโยบายออกมานั้น เป็นเรื่องที่คุยกันมานานแล้วและเป็นเรื่องเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ เพราะว่าทุกพรรคการเมืองต่างๆก็มีนโยบายเรื่องเขตปกครองพิเศษทั้งนั้น

    โดยจะมีความแตกต่างๆกันในรายละเอียดและวิธีการได้มาของรูปแบบการปกครอง

     แต่ทั้งนี้ทุกพรรคการเมืองก็ยังไม่ได้มีขั้นตอนหรือกระบวนการปกครองที่ลงลึกอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน (ท้ายที่สุด ทุกพรรคการเมือง ก็จะโยนให้ประชาชนในพื้นที่หาแนวทางกันเอง)

    พร้อมกล่าวว่าฝากถึงพี่น้องมุสลิม คบคนอย่ามองแต่อนาคต ให้ย้อนมองอดีตด้วยว่ามีผลงานอะไรบ้าง

    พร้อมเผยเพิ่มเติมว่า ต้องชื่นชมทีมงานฝ่ายการตลาดของพรรคเพื่อไทย ที่สามารถสร้างกระแสและภาพลักษณ์การคลุมฮิญาบให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แน่นอนว่าภาพที่สื่อออกมานั้น ได้ใจมุสลิมโดยเฉพาะกลุ่มสตรีมุสลิมมากพอสมควร ถึงขั้นบางคน ยกเทียบ-คล้ายคลึง เบนาซีร์ บุตโต หญิงเหล็กแห่งปากีสถาน ซะงั้น.

 

เทียบนโยบายขายฝัน ของ 3 พรรคใหญ่ ที่ลงชิงชัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 พรรคเพื่อไทย  พรรคประชาธิปัตย์  พรรคมาตุภูมิ
- แก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เป็นพื้นที่เขตปกครองพิเศษ เช่น กทม. และพัทยา
- สานความสัมพันธ์ ระหว่าง ไทย-ซาอุดีฯ, เพิ่มโควตาฮัจย์,ไม่ต้องเสียค่ามัดจำ (คิดจบแล้วโดยทักษิณฯ)
- พัฒนาอาหารฮาลาล,รถไฟฟ้าในภาคใต้เพื่อการจ้างงานมากขึ้น
- ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการร่วมกับ ศอ.บต.
- เสริมศักยภาพองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่,ให้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
- ฟื้นฟูการดำเนินการตามโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (IMT-GT) รวม 5 จังหวัด
- จัดตั้ง “เขตพัฒนาพิเศษ พื้นที่ชายแดนภาคใต้” ให้สิทธิพิเศษทางธุรกิจ
- ส่งเสริมการประมงโดยการเจรจากับต่างประเทศ
- ส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาล
- พัฒนาการศึกษาโดยคำนึงถึงศักยภาพและเอกลักษณ์ของพื้นที่,ตั้งศูนย์วัฒนะธรรมท้องถิ่น

พรรคมาตุภูมิเสนอทางออกการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการ
- จัดตั้งทบวงบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการรวมทุกหน่วยงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอใน จ.สงขลา จะรวมอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการทบวง มีฐานะเทียบเท่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ซึ่งจะทำให้การทำงานมีเอกภาพ ไม่ซ้ำซ้อน และไม่มีช่องโหว่ที่เป็นปัญหา โดยจะมีการจัดตั้งสภาผู้นำท้องถิ่นและสภาผู้นำศาสนาขึ้นมาบริหารแต่ละพื้นที่แทน


โดยพรรคมาตุภูมิใช้สโลแกนในเรื่องนี้ คือ " นำพาสันติสุขสู่แดนใต้ สานสัมพันธ์อันดีกับซาอุดิอาระเบียและโลกมุสลิม"

       ทั้งนี้จับตามองหัวหน้าพรรคใหญ่ๆ ที่กำลังจะลงไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่ามีนโยบายอะไรที่สามารถสร้างกระแสได้อีกหรือไม่ เพราะเหลือเวลาอีกเพียงสองอาทิตย์เท่านั้น ที่จะถึงวันเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554

     ขอเชิญมุสลิมทุกๆคน แสดงพลังความยิ่งใหญ่ ออกมาใช้สิทธิ์อย่างพร้อมเพรียงกัน รักใคร ชอบใคร ท่านมีสิทธิ์เต็มที่ แต่การ “ซื้อสิทธิ์ ขายเสียง”  โปรดอย่าลืมว่า "ตัวท่านและพระองค์อัลเลาะห์รู้" อย่าให้คนอืนเขาประณาม หยามเหยียด ดูถูก ดูแคลน ว่าเสียงมุสลิมก็ซื้อได้ ราคาจิ๊บๆwww.muslimthai.com

 

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=101&id=18879
วันที่ : 21 กันยายน 62 8:35:44
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com