เรื่องจริงอยากรู้ : ภาพยนตร์เรื่องลาสก้า เปอลังงิ Laskar Pelangi นักรบสายรุ้ง หนังดังที่ไม่ควรพลาด


คลิกชม

ภาพยนตร์เรื่องลาสก้า เปอลังงิ Laskar Pelangi นักรบสายรุ้ง สร้างจากนิยายในชื่อเดียวกัน โดยนักเขียนชื่อ แอนเดรีย ฮิราตะ (Andrea Hirata) เข้าฉายที่อินโดนีเซียเมื่อราวเดือนกันยายนเมื่อปีที่แล้ว และได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ และยังทำให้จังหวัดเบริตัง (Belitung) ทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญสำหรับชาวอินโดนีเซียไปเลยทีเดียว รวมถึงดาราเด็กที่แสดงนำในเรื่องนี้ก็มีชื่อเสียงขึ้นมาด้วยเช่นกัน

ลาสก้า เปอลังงิ เป็นเรื่องราวของเด็กยากจนกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้าน ที่ได้มีโอกาสเรียนหนังสือในโรงเรียนที่ทำท่าว่าจะเปิดสอนไม่ได้ เพราะไม่มีนักเรียนมาสมัครเลย แต่จนแล้วจนรอด ในวันสุดท้ายที่ชี้ชะตาว่าโรงเรียนนี้จะเปิดต่อไปได้หรือไม่ ก็มีเด็กมาสมัครเข้าเรียนครบ 1 0 คน ตามกำหนดของเขตการศึกษาพอดี จึงสามารถเปิดทำการสอนได้ โดยมีครูทั้งหมด 3 คน คนแรกเป็นครูใหญ่วัยชราที่สู้ฝ่าฟันเพื่อการศึกษาของเด็กนักเรียนด้อยโอกาสมาโดยตลอด อีกคนเป็นครูสาวไฟแรงที่ต้องการสืบทอดเจตนารมณ์ของบิดาในการเป็นครูในอุดมคติที่ไม่เห็นแก่รายได้ในการสอนในโรงเรียนที่ดีๆ และอีกคนเป็นครูชายที่ยังไม่มีที่ไป ซึ่งไม่นานเขาก็จากไป เพราะได้งานใหม่ ปล่อยให้ครูชรากับครูสาวไฟแรงสอนกันเพียงสองคน

แต่อุปสรรคเรื่องความยากจน ก็ไม่สามารถขัดขวางใจที่ใฝ่เรียนรู้ได้ เด็กทั้ง 10 คนต่างตั้งใจเรียน แม้โรงเรียนอื่นจะเรียนวิชาคณิตศาสตร์ด้วยเครื่องคิดเลข พวกเขากลับต้องใช้ท่อนไม้มาหัดทดเลข แต่โชคของพวกเขาก็ยังมีบ้าง เพราะมีลินตัง (Lintang) นักเรียคนแรกที่มาสมัครเรียน ซึ่งบ้านฐานะยากจนมาก และบ้านอยู่ไกล แต่เขาก็มาเรียนไม่เคยขาด ซึ่งปรากฏในภายหลังว่าเขาเป็นอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์

แม้การประกวดพาเหรด โรงเรียนจากมีวงโยธวาทิตที่มีอุปกรณ์ครบครัน แต่ด้วยจินตนาการของมหาร์ (MaHar) ผู้เป็นศิลปินใหญ่ในกลุ่มเพื่อน ที่พกวิทยุทรานซิสเตอร์ติดตัวตลอดเวลา และชอบฟังเพลงแจ๊ซ เป็นคนคิดการแสดงพาเหรด ซึ่งเขาได้ประยุกต์การเต้นของชนเผ่าดั้งเดิมของเกาะ และแต่งกายด้วยใบไม้เท่าที่หาได้ บวกกับความตั้งใจสามัคคีของทุกคน ทำให้ชนะใจกรรมการ และชาวบ้านทุกคน รวมทั้งเด็กหญิงที่มีฐานะดีคนหนึ่ง ถึงกับย้ายมาเรียนที่โรงเรียนจะพังมิพังแหล่ของพวกเขาด้วย เพราะชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์

สีสันของเรื่องนี้อยู่ที่ตัวแสดงหลักซึ่งเป็นผู้เล่าเรื่อง เพราะเป็นคนที่เป็นหนุ่มเร็วที่สุดในกลุ่มเพื่อน เพราะเริ่มมีความรักกับลูกสาวเจ้าของร้านขายของจิปาถะ ที่เขามักได้รับหน้าที่ให้ไปเอาชอล์กจากร้านนนี้เป็นประจำ แล้วเขาก็ได้พบกับอาหลิง (A Ling) เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่สูงกว่าเขามาก และเป็นชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน ทำให้เรียดรอยยิ้มได้ จากอารมณ์รักแบบเด็กๆ ที่เห็นแค่มือของคนที่ตนเองแอบรักก็มีความสุขแล้ว

เด็กทั้ง 10 คนในเรื่องนี้แสดงได้อย่างสมบทบาท ไม่แอ็กติ้งแข็งทื่อให้น่ารำคาญ เพราะเป็นไปตามธรรมชาติยิ่ง ซึ่งเพื่อนชาวอินโดนีเซียก็บอกเองว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทุกคนแสดงได้ดีมาก เพราะปกติแล้วดาราของอินโดนีเซียจะแสดงได้ไม่ดีเท่านี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากจะฉายภาพของการใฝ่ศึกษาของคนระดับล่าง ผ่านมิตรภาพใสๆ ของเด็กๆ แล้ว ยังสอดแทรกคำปฏิญาณที่เด็กทุกคนต้องท่องไว้ด้วย ยิ่งทำให้คนที่ผ่านวัยเด็กไปแล้วยิ่งหวนหาอดีต และซาบซึ้งไปกับวีรกรรมของเด็กเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

คำปฏิญาณนั้นมี 5 ข้อ เรียกเป็นภาษาอินโดนีเซียว่า ปันกาสิลา (Pancasila) แปลคร่าวๆ ได้ว่า 1. จงเชื่อในพระเจ้าเพียงองค์เดียว 2. มีความยุติธรรมและมีมนุษยธรรม 3. ประเทศอินโดนีเซียเป็นหนึ่งเดียว 4. ประชาธิปไตยเป็นที่ยอมรับโดยเอกฉันท์ โดยการไตร่ตรองของตัวแทน และ 5. ทั่วทั้งสังคมล้วนเพื่อนประชาชนชาวอินโดนีเซีย

ทั้งหมดนี้เป็นค่านิยมของชาวอินโดนีเซียที่ผู้เขียนเข้าใจนำเอาเข้ามาไว้ในหนังสือ และภาพยนตร์เองก็สอดแทรกสิ่งนี้เอาไว้ได้อย่างกลมกลืน สิ่งนี้กระมังที่ทำให้ประธานาธิบดีอินโดนีเซียไปชม เพื่อกระตุ้นให้ชาวอินโดนีเซียรู้สึกรักชาติมากยิ่งขึ้น และเห็นความสำคัญของการศึกษาด้วย

ลาสก้า เปอลังงิ จึงไม่ใช่เพียงภาพยนตร์ที่พาเราย้อนเข้าในอดีตของตัวเอง ผ่านชีวิตสนุกสนานที่โลดแล่นอย่างมีสีสันของเด็กๆ หากยังแฝงนัยยะด้านการเมืองไว้อย่างแยบยลอีกด้วย

เมื่อภาพยนตร์จบลง เพื่อนชาวอินโดนีเซียรี่เข้าถามผมทันทีว่า ดูเข้าใจไหม แต่ผมเห็นเธอแต่เพียงลางๆ เพราะกำลังยกแว่ยขึ้นเพื่อซับน้ำตาที่ซึมออกมาไม่หยุด

......

 

พิมพ์จาก : http://muslimthai.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=101&id=13310
วันที่ : 24 พฤษภาคม 62 5:13:07
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ http://www.muslimthaipost.com