หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> M Movement
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เสวนา ใครคือตัวการปัญหากิจการฮัจย์ในกรมศาสนา ผู้ฟังล้นห้องประชุมที่สงขลา

มุสลิมไทย -  ใครคือตัวการปัญหากิจการฮัจย์ในกรมศาสนา ผู้ฟังล้นห้องประชุมท่สงขลา

การชุมนุมใหญ่ที่ภาคใต้ ของผู้ที่จะลงทะเบียนฮัจย์ แซะห์และผู้ประกอบกิจการฮัจย์ นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิในกิจการฮัจย์ ร่วมโต๊ะเสวนา “ ใครคือตัวการปัญหากิจการฮัจย์ในกรมการศาสนา ”  ผู้เข้าร่วมหลายพันคน ล้นห้องประชุม ถ้าปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขพร้อมเดินทางไปประท้วงที่กรุงเทพฯ

       แหล่งข่าวรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ ที่ 26 มีนาคม 2554 เวลา 12.00-16.40 น. ผู้มาชุมนุมเพื่อรับฟังการชี้แจงจากสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ภาคใต้ ซึ่งได้จัดพร้อมกันในเวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ 

       หลังจากละหมาดซุฮริ ทางอิหม่ามมัสยิดกลางขอให้ทุกท่านร่วมละหมาดฮายาต เพื่อขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺทรงช่วยเหลือความเดือดร้อนของพี่น้องมุสลิมเกี่ยวกับ กิจการฮัจย์ไทยที่ดำเนินการโดย กรมการศาสนา 

ซึ่งเป็นการนัดพบและฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงจากสมาคมฯ ประกอบด้วย ผู้ที่จะลงทะเบียนผู้แสวงบุญ  แซะห์ (ผู้นำกลุ่ม ) ผู้ประกอบกิจการฮัจย์ในสัดส่วนภาคใต้ 80 ราย ผู้นำศาสนา ร่วมถึงผู้สังเกตการณ์ ณ ห้องประชุมใหญ่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา ในประเด็น ดังนี้


1. การลงทะเบียนผู้แสวงบุญประจำปี 2554 พร้อมกับเงินคนละ 50,000 บาท อยู่ในบัญชีของกรมการศาสนา จริงหรือชื่อจะอยู่ในโควตาฮัจย์  ?
2. ใคร คือ ตัวการสำคัญปัญหากิจการฮัจย์ไทย  ?
3. ขณะนี้ยอดของผู้ที่ลงทะเบียน ไม่เกิน 2,000 คน  ( เวลานี้ทางกรมการศาสนา ปิดยอดแสดงหน้าจอ จำนวนที่แท้จริงของผู้ที่ลงทะเบียน เพราะกลัวชาวบ้านรู้ว่า มีคนลงทะเบียนน้อยมาก กำลังคิดไม่ซื่อกับผู้ประกอบการฯ )

     ในขณะที่ยอดผู้ที่ไม่ลงทะเบียน 15,863 คน พร้อมมอบภารกิจฮัจย์ให้ผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลาม ท่านจุฬาราชมนตรี เพราะเป็นรูก่นอิสลามและบทบัญญัติทางศาสนาอิสลาม

4. ทำไมกรมการศาสนา พยายามจะเอาเงินของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด ซึ่งยอดจะมีมากกว่าจำนวนโควต้าผู้แสวงบุญ เก็บเงินไว้ในบัญชีของกรมการศาสนา ไว้นานๆเพื่อผลประโยชน์ ใช่หรือไม่ ?
5. ผู้ที่คิดแบบนี้มีการตกลงกันหลายฝ่ายเพื่ออยากจะได้ประโยชน์จากเงินจำนวนมหาศาล  รัฐบาลรู้ปัญหา แต่ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องมุสลิม  ปล่อยให้ใช้มติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เล่นงานผู้ประกอบกิจการฮัจย์ทั้งประเทศ

6. ตัวเลขจัดสรรสรุปให้กับผู้ประกอบกิจการฮัจย์แต่ละรายยังไม่มีความชัดเจน เพราะการหมดเขตชำระเงินงวดที่ 2 ในเดือนพฤษภาคม 2554  ถ้าชำระเงินไม่ครบ 50,000 บาท ไม่มีรหัสผู้แสวงบุญ  ในขณะนี้ค่าของเงิน 50,000 บาท ของผู้ที่จะลงทะเบียนทุกรายมีค่าเท่ากัน

- แซะห์ปวดหัววุ้นไม่รู้จะตอบให้ชาวบ้านอย่างไร? 
- ทำไมเก็บเงินของฉัน ?
- รายชื่อของฉันไม่ได้อยู่ในโควต้าผู้แสวงบุญ ?

        กรมการศาสนา และสถาบันการเงินได้ประโยชน์จากจำนวนเงินของพี่น้องมุสลิมที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิต แต่รายชื่อไม่ได้อยู่ในโควต้าฮัจย์ ใครรับผิดชอบ  ใครเป็นผู้ตอบ ถ้าเก็บเงินมาแล้ว ไม่สามารถตอบได้ แล้วเก็บเงินมาทำไม ? กรมการศาสนา คิดได้อย่างไร หรือ ไม่อยากจะคิดแบบอื่น คิดอย่างเดียวต้องการเงินเยอะๆ

7.  อธิบดีกรมการศาสนา ให้ผู้ประกอบกิจการฮัจย์ เซ็นหนังสือยินยอมให้อธิบดีกรมการศาสนา นำเงินจำนวนประมาณ 38,000 บาท ไปชำระค่ามัดจำค่าตั๋วเครื่องบิน หมายความว่า อย่างไร ? ไม่เชื่อใจผู้ประกอบการฯทั้งประเทศ หรือจะแย่งงานของเขาตามระเบียบฯมาทำเอง คิดได้อย่างไร ?

8. ดังนั้นการเก็บเงินจากผู้ที่จะไปประกอบพิธีฮัจย์ ตามที่กรมการศาสนากำหนดท่านละ 50,000 บาท ยังไม่พอ เพราะเงินทั้งหมดจะต้องมอบให้กรมการศาสนา แล้วจะไปเช่าบ้านต่อไปในเร็ววันนี้ จะเอาเงินจากที่ไหน ? สรุปแล้วจะต้องเก็บเพิ่มอีกประมาณ 20,000-30,000 บาท  แบบนี้คิดได้อย่างไร ? แล้วผู้ประกอบการฯทั่วประเทศ ได้คิดเผื่อหรือยัง เดือดร้อนจริงหรือไม่ ?

9. การทำสัญญาเช่าบ้าน ยังไม่มีความชัดเจน มีการอธิบายว่า  สัญญาเบื้องต้นสามารถทำกับท่านกงสุลใหญ่ หรือ กงสุลฝ่ายกิจการฮัจย์  แต่สัญญาที่แท้จริงจะต้องทำกับคณะอนุกรรมการพิจารณาบ้านเช่าฯ  และผู้ประกอบกิจการฮัจย์ จะต้องนำสัญญาไปรับรองกับกระทรวงฮัจย์ ประเทศซาอุดีอาราเบีย ให้เสร็จสิ้นทุกราย  ทุกฉบับ เพื่อนำกลับมาเป็นหลักฐานในการยื่นขอวีซ่าฮัจย์

        ถามว่า คิดแบบนี้ได้อย่างไร  สับสน ไม่ชัดเจนในการทำงาน
        ถามว่า สรุปแล้ว ผู้ประกอบกิจการฮัจย์จะต้องเดินทางไปเช่าบ้านกี่ครั้งกันแน่ ถึงจะเสร็จสิ้น สมบูรณ์  ทั้งๆ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้ดำเนินการในการเช่าที่พักสำหรับผู้แสวงบุญชาวไทย ให้เกิดความสะดวก  ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ประหยัดค่าใช้จ่ายผู้ประกอบกิกจการฮัจย์  ได้รับการคุ้มครองจากทุกฝ่ายที่ได้ทำนิติกรรมเช่าที่พัก 

       แต่กรมการศาสนา ไม่ยอมคายอำนาจ  ทั้งๆที่การทำสัญญาเช่าบ้านโดยผ่านคณะอนุกรรมการฯเซ็นสัญญา ในระยะเวลา 4 ปี  ที่ผ่านมามีปัญหาทุกปี และผู้ประกอบกิจการฮัจย์กำลังที่จะเปิดโป่งข้อมูลให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการสวบสวน เนื่องจากเหตุการณ์ที่มีปัญหาทำให้ผู้แสวงบุญเป็นผู้รับเคราะห์กรรม  ลำบาก  ผู้ผิดลอยนวล

 

ในช่วงสุดท้ายของกิจกรรม เวลา 15.00-16.20 น. มีการเสวนา อภิปรายจากอาจารย์ผู้มีความรู้และประสบการณ์ในกิจการฮัจย์  ในหัวข้อเรื่อง “ ใครคือ ตัวการในการสร้างปัญหาฮัจย์ไทย “ และปัญหาฮัจย์เกิดขึ้นได้อย่างไร ? ประกอบด้วยผู้ร่วมอภิปรายดังนี้.-


 1. หะยีเฉม  เหมมัน กรรมการกลางอิสลาม ตัวแทนจังหวัดสงขลา ในฐานะแซะห์อาวุโส พูดว่า “ แซะห์เป็นผู้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับทุกฝ่าย และรู้ปัญหาฮุจญาตทุกเรื่อง  เป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือนำคนไทยไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ประเทศซาอุดีอาราเบีย โดยรัฐไม่ต้องลงทุน มองประเทศเพื่อนบ้านมีตาบงฮายี รัฐจะต้องใช้เจ้าหน้าที่ภาคสนามจำนวนมหาศาล ..............

2. อาจารย์ฮัจยีสมาน  ก้อพิทักษ์  ผู้มีประสบการณ์การดำเนินงานกิจการฮัจย์ในประเทศไทย ตั้งแต่ท่านจุฬาราชมนตรีในอดีต เล่าว่า......  10 ปี ของความเจ็บปวดในกิจการฮัจย์ไทย โดยกำหนดให้ใช้จำนวนโควต้าในประเทศที่มีพี่น้องมุสลิมอาศัยเป็นจำนวน้อย  ซึ่งไม่ใช่ประเทศมุสลิม ซึ่งจะต้องใช้ข้อมูลของสำนักจุฬาราชมนตรี สนับสนุนมาโดยตลอด ทั้งๆหลักเกณฑ์นี้ใช้กับประเทศมุสลิมเท่านั้น สังเกตในอดีตพี่น้องมุสลิมในประเทศไทย สามารถเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เป็นจำนวนมากกว่า 20,000 คน  แต่ปัจจุบันมีปัญหาในเรื่องนี้มาตลอด...........................................เพราะ................................

3. อาจารย์ฮัจยีอับดุลฮาลิม  ละตีฟ  ในฐานะคณะทำงานของท่านจุฬาราชมนตรี คนปัจจุบันเพื่อศึกษาปัญหาและการแก้ไขปัญหาฮัจยืของไทย   ในกล่าวถึง ความไม่ประสานงารนของหน่วยงานที่ไปอำนายความสะดวกแก่ผู้แสวงบุญชาวไทย ในประเทศซาอุดีอาราเบีย ระหว่างหน่วยงานของรัฐหลายกระทรวงที่ทำงานไม่สอดคล้อง ไม่ประสานงาน และไม่ให้เกียรติผู้ใหญ่ในฐานะผู้นำสูงสุดของศาสนาอิสลาม..................................อาทิ ในเรื่อง...................ที่ผมประสบกับตัวเอง.

        โดยมี อาจารย์ฮัจยี ดร.อับดุลเราะห์มาน  กาเหย็ม  อุปนายกสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ภาคใต้ ฝ่ายกิจการต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย ในครั้งนี้
หลังจากบนเวที ได้เรียนเชิญ นายกสมาคมฯ มากล่าวปิดการพบปะชุมนุมในครั้งนี้ และให้น้องๆนักศึกษาร้องอานาเซดให้กำลังใจกับทุกๆท่าน และพิธีการได้ปิดการพบปะเวลา 16.40 น. ทุกท่านได้แยกย้ายเดินทางกลับบ้านด้วยความเข้าใจและจะบอกให้ญาติพี่น้องเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเช่นกัน และให้วิทยุชุมชนในพื้นที่กระจายข่าวประชาสัมพันธ์จากข้อมูลที่เป็นจริง ไม่บิดเบือนเหมือนกับกรมการศาสนาและพวก  - www.muslimtha.com

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194