หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> M Southern
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ฝันหรือจริง…นครปัตตานี

สำนักข่าวมุสลิมไทย - ฝันหรือจริง…นครปัตตานี

ประเด็นร้อนของ “นครปัตตานี” ยังระอุ คนนับพันร่วมเวที “นครปัตตานีภายใต้รัฐธรรมนูญไทย: ความจริงหรือความฝัน” เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2552 ที่ผ่านมานักวิชาการ-ภาคประชาสังคมร่วมถกหาทางออก “เขตปกครองพิเศษภายใต้รัฐธรรมนูญไทย” พร้อมลงพื้นที่ฟังเสียงคนชายแดนใต้ครบ 37 อำเภอในพื้นที่

จากประเด็นข้างต้นส่งผลให้กลุ่มภาคประชาสังคม 23 องค์กร เครือข่ายการเมืองภาคพลเมืองเพื่อท้องถิ่นร่วมกับ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) ร่วมกันจัดเวทีสัมมนา “นครปัตตานีภายใต้รัฐธรรมนูญไทย: ความฝันหรือความจริง” ที่หอประชุมสำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ภาคประชาสังคมขับเคลื่อนในเวทีสาธารณะที่ใหญ่และเปิดเผยในกระแสและตั้งประเด็นเรื่องการออกแบบรูปแบบการปกครองเขตพิเศษโดยคนในพื้นที่

ในงานนี้มีนักวิชาการและภาคประชาสังคมร่วมกันนำเสนอและถกในเรื่องของเขตปกครองพิเศษหลายคน เริ่มด้วย รศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้กล่าวนำในหัวข้อ “การเมืองการปกครองบนความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรม” กล่าวว่า “ถ้าเราพูดเรื่องนี้เร็วกว่านี้ อาจรักษาชีวิตคนไว้ได้จำนวนมากกว่าที่มาประหัตประหารกัน” พร้อมย้ำว่า การพูดถึงเรื่องเขตปกครองพิเศษในตอนนี้ยังไม่สายเกินไป  เพราะรัฐไม่สามารถอยู่ได้ภายใต้ความไม่มั่นคงของประชาชน  ถึงเวลาที่ต้องคลี่คลายมายาคติทางการเมืองการปกครองที่เชื่อว่าเสถียรภาพรัฐคือการรวมศูนย์อำนาจ

“ถึงเวลาพูดเรื่องต้องห้ามที่เคยเชื่อว่ากระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐในเรื่องเขตปกครองพิเศษและต้องคลี่คลายมายาคติต่างๆ เมื่อความรุนแรงเป็นอาการของปัญหา พิสูจน์แล้วว่าการใช้กำลังไม่ใช่คำตอบและแก้ปัญหาความขัดแย้งกับปัญหาชาติพันธุ์ ศาสนา และประวัติศาสตร์ สันติวิธีคือทางแก้ การเมืองเป็นเรื่องของการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มต่างๆ เป็นการกำหนดกติกาของการอยู่ร่วมกัน คนในพื้นที่ต้องการพื้นที่ทางการเมืองที่ได้รับการรับรอง การยอมรับความแตกต่างและหาทางอยู่ร่วมกันเป็นทางออกที่ยั่งยืน ต้องมองเห็นภาพอนาคตได้อย่างเป็นระบบ มีกระบวนการ มีแผนที่นำทาง อาจเป็นโจทย์ที่ยากแต่ต้องฝ่าข้ามไปให้ได้”รศ.ดร.ฉันทนากล่าว

อรอนงค์ ทิพย์พิมล จากคณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอบทเรียน “เขตปกครองพิเศษอาเจะห์:ความสำเร็จที่ต้องรอคอย” ว่า ขณะนี้อาเจะห์ยังมีบางพื้นที่ต้องการแยกตัวออกไปอีก เป็นบทเรียนและความล้มเหลวที่ไทยสามารถดูเป็นตัวอย่าง แม้สนธิสัญญาเฮลซิงกิระหว่างรัฐบาลกลางและกลุ่มขบวนการอาเจะห์เอกราชหรือ GAM (Gerakan Aceh Merdeka) เป็นความสำเร็จทางกายภาพแต่ไม่สำเร็จในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แม้จะมีการส่งมอบอาวุธจำนวนมากแต่หากรัฐบาลกลางมีปฏิกิริยากลุ่ม GAM  ก็จะเคลื่อนไหวทันที การมีรัฐบาล พรรคการเมืองและกฎหมายท้องถิ่นกลับสร้างปัญหาความมั่นคงต่อรัฐบาลกลางมากขึ้น

“มีปัญหามากมายที่เกิดขึ้นทั้งการว่างงาน การพัฒนาเศรษฐกิจ ธุรกิจไม้เถื่อน ภาษีที่กลุ่ม GAM เคยเก็บจากชาวบ้านยังมีอยู่แต่กลุ่ม GAM บอกว่าไม่ได้เก็บ การถอนตัวของทุนจากองค์กรพัมนาเอกชนที่เข้ามายังชายแดนใต้และศรีลังกาเพราะเห็นว่ามีความรุนแรงมากกว่า ภายใน 5 ปีคงไม่มีความขัดแย้งกับรัฐบาลกลางแต่จะเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในของคนอาเจะห์มากกว่า”

ส่วนการนำเสนอรูปแบบ “โมเดล” การปกครองในรูปแบบต่างๆ ของนักวิชาการ และภาคประชาชน รศ.ดร.โคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า สนับสนุนการกระจายอำนาจให้นครปัตตานีภายใต้รัฐธรรมนูญ เช่นกรอบรัฐธรรมนูญบอกว่า 1 รัฐ 1 ชาติ แต่สิ่งที่นำเสนออาจเป็น 1 รัฐแต่หลายชาติพันธุ์ กลายเป็น “รัฐพหุสังคมสยาม” พร้อมกับกล่าวว่า ต้องเป็นโจทย์ที่คนสามจังหวัดต้องร่วมคิดว่าจะเอาอย่างไรกับการออกแบบการปกครองพื้นที่ของตนเอง

“เราเป็นประเทศที่กระจายอำนาจน้อยมาก รูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มียังไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น ผมอยากเสนอค่อนข้างเป็นแนวคิดเบื้องต้นว่า  ไม่ควรให้มีรูปแบบเดียว ควรกระจายอำนาจให้ทุกจังหวัดหรือบางจังหวัดบางพื้นที่ โอนงาน เงินและคนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)บริหาร และรัฐบาลต้องจริงจังว่าจะเอารูปแบบไหนเช่นกัน” รศ.ดร.โคทมกล่าว

นายอัคคชา พรหมสูตร สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง เสนอให้นำโมเดลเขตปกครองพิเศษของกรุงเทพมหานครมาใช้ โดยรวมพื้นที่ชายแดนภาคใต้ให้เป็น “ปัตตานีมหานคร”

ส่วนเครือข่ายประชาสังคม 23 องค์กรนำข้อเสนอรูปแบบการปกครองพิเศษ โดย นายอุดม ปัตนวงศ์ จากมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ ให้ยกเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) และเทศบาล เพราะระบบการทำงานที่ซ้ำซ้อนและลงไม่ถึงประชาชน แต่ยังให้ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)เป็นตัวเชื่อมระหว่างเขตปกครองพิเศษภายใต้รัฐธรรมนูญกับรัฐ แบ่งเป็นนครปัตตานี นครยะลา และนครนราธิวาส โดยประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งผู้บริหารสูงสุดเพียงคนเดียว

เสียงของคนกลุ่มน้อยในพื้นที่คือคนไทยพุทธ นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ ที่ปรึกษาสมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ต้องมองสองประเด็นคือจะขยายประชาธิปไตยไปสู่สังคมสามจังหวัดจริงหรือไม่หรือต้องการแก้ปัญหาความไม่สงบให้ยุติลง

“ผมมั่นใจว่าถ้าถามกลุ่มก่อความไม่สงบ สิ่งที่เขาต้องการคือ เอกราช ไม่ใช่ เขตปกครองพิเศษ ต้องเอาแกนนำผู้ก่อความไม่สงบมาคุย ไม่ใช่เอาประชาชนผู้บริสุทธิ์มาถามว่าเห็นด้วยหรือไม่เพราะไม่ใช่เสียงที่แท้จริง” นายประสิทธิ์กล่าวพร้อมบอกต่อว่า กลไกของรัฐไม่ได้พิทักษ์สิทธิ์ของประชาชนอย่างแท้จริง ทรัพยากรและงบประมาณที่ส่งมาแก้ปัญหาไม่ตรงประเด็น คนในพื้นที่ต้องกล้าคัดค้าน

ประเด็นคนไทยพุทธกลัวมุสลิม เขาอธิบายว่า ความกลัวของคนไทยพุทธเป็นไปตามข่าวสารและสิ่งที่สื่อนำเสนอ กลัวบางพฤติกรรม กลัวกฎหมายอิสลามที่เด็ดขาด กลัวการปกครองระบอบอิสลามและสุลต่าน ซึ่งมุมมองของเขาเปลี่ยนไปเมื่อได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศอิหร่านและได้รับคำชี้แจงในเรื่องราวของอิสลามจนกระจ่างและเข้าใจ จึงอยากให้คนไทยพุทธเปิดใจกว้างศึกษาและยอมรับในหลักการที่ถูกต้องของอิสลาม

เรื่องราวของ “นครปัตตานี” จะเป็นไปในทิศทางใด จะเป็นจริงหรือแค่ฝันต้องติดตามกันต่อไปในเร็วๆ นี้ที่ทางองค์กรที่จัดงานครั้งนี้จะลงพื้นที่ครบ 37 อำเภอของจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของสงขลาเพื่อฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่อีกครั้งว่า ต้องการหรืออยากให้เป็นไปอย่างไรกับ “นครปัตตานี” - muslimthai.com

เลขา เกลี้ยงเกลา

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194