หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> M Southern
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ตัวตนและงานของ ...โซรยา จามจุรี

ตัวตนและงานของ ...โซรยา จามจุรี

เล ลิกอร์

     โซรยา จามจุรี เป็นตัวแทนของผู้หญิงมุสลิมในโลกยุคใหม่ ชาวสายบุรี เลือดปัตตานีโดยแท้ เธอเป็นคนเรียนเก่ง ร่ำเรียนคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทด้านนิเทศศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอเลือกกลับบ้านเกิดมาเป็นนักวิชาการศึกษา  สำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี / ผู้ประสานงานในโครงการเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียชีวิตและบาดเจ็บจากกรณีความรุนแรงใน   3   จังหวัดชายแดนภาคใต้  ศูนย์การศึกษาและพัฒนาสันติวิธี  มหาวิทยาลัยมหิดล / ผู้ประสานงานกลุ่มเพื่อนครอบครัวผู้สูญเสีย ด้วยหวังพัฒนามาตุภูมิให้มีความสันติ

     แรงกระตุ้นที่ทำให้โซรยาเข้ามาทำงานเช่นนี้มาจากความรู้สึกของเธอที่เห็นความไม่เป็นธรรมของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพ้นที่เมื่อปี 2548 จึงคิดกับนักศึกษากลุ่มหนึ่งในม.อ.ปัตตานีถึงการมีส่วนร่วมในการลงพื้นที่เก็บข้อมูลผู้สูญหาย เยี่ยมเยียน พัฒนามาเป็นการประสานงานช่วยเหลือเงินทุนจากมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว เธอบอกว่า เป็นความท้ายทายที่ได้ทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีความเข้มแข็ง จนมาถึงการจัดตั้งกลุ่มเพื่อนครอบครัวผู้สูญเสียที่สถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทยให้การสนับสนุนช่วยเหลือเยียวยาในเคสต่างๆ มาหลายปีจนถึงปัจจุบัน

     เธอพยายามใช้สื่อวิทยุเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลายทางเชื้อชาติ  ศาสนา  ภาษา  และวัฒนธรรมของคนในพื้นที่  โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตรายการวิทยุ จัดโครงการ “Buddy Family” เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวผู้สูญเสียทุกศาสนาได้พบปะแลกเปลี่ยนและให้กำลังใจกันและกัน

     โซรยา ให้ความเห็นว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้หญิงทั้งทางตรงและ ทางอ้อมเป็นอย่างมาก ผู้หญิงอาจไม่ใช่เหยื่อของความรุนแรงโดยตรง แต่คนที่เป็นเหยื่อ คือผู้ชายที่เป็นสามี ญาติพี่น้อง เมื่อคนเหล่านี้ตายไป ชีวิตที่เหลืออยู่ก็เป็นหญิงหม้าย แม่ ของลูกที่ต้องสูญเสียลูกชายไป  ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะผู้หญิงมุสลิมจะเป็นแม่บ้าน ต้องดูแลลูกๆ หลายคน และมีฐานะยากจน ลำพังตอนสามีหรือลูกชายยังอยู่ก็ลำบากอยู่แล้ว เมื่อต้องสูญเสียผู้นำครอบครัวก็ยิ่งลำบาก
"ผู้หญิงต้องปรับตัวจากการเป็นแม่บ้าน เพราะบทบาทของผู้หญิงมุสลิมที่ดีจะต้องอยู่ในบ้านดูแลลูกๆ เมื่อสามีตายไปก็ต้องปรับตัวทำงานหนักขึ้น ด้านจิตใจก็มีความเศร้าโศกแต่ไม่รุนแรงเพราะมีศาสนาคอยเยียวยา ยังไม่เคยมีผู้หญิง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ฆ่าตัวตายเมื่อสามีตายไปในขณะที่ต้องรับภาระดูแลลูกๆ หลายคน เพราะศาสนาห้ามและมีการประกอบศาสนกิจ เป็นสิ่งที่คอยเยียวยาจิตใจ ผู้หญิงในครอบครัวที่เหลืออยู่จึงเป็นครอบครัวที่มีชีวิตอยู่ด้วยความอดทน หรือขันติธรรม"

     โซรยากล่าวด้วยความหวังว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะมีชีวิตปกติสุข ได้รับความ คุ้มครอง มิให้เกิดการล่วงละเมิดทางชีวิต ทรัพย์สิน และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต สูญหายและพิการ หลายพันคน ผลกระทบเหล่านี้ มีสิทธิได้รับการเยียวยา ชดเชยจากรัฐในฐานะที่รัฐไม่สามารถปกป้องคุ้มครองประชาชนได้ ที่ผ่านมาการเยียวยาจากภาครัฐมีจำกัดมาก ไม่ทั่วถึง และมีลักษณะการเลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้จำเป็นต้องระดมความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากองค์กรอื่น ของสังคม เพื่อช่วยกันเยียวยาฟื้นฟูให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข

     “องค์กรที่ทำงานด้านนี้ควรเป็นตัวกลางประสานให้ผู้สูญเสียสามารถเข้าถึงการเยียวยาและได้รับสิทธิ์ที่พึงได้จากภาครัฐ ส่วนภาคประชาสังคมเป็นตัวช่วยเสริมว่ารายไหนที่ตกหล่นจากการช่วยเหลือเพื่อแนะนำให้ภาครัฐได้ช่วยต่อไป ส่วนการช่วยของคนในชุมชนและพื้นที่ยังน้อยมากเพราะอาจคิดว่าเมื่อมีผู้สูญเสียจะเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องช่วยเหลือ หรืออาจด้วยความยากจนกว่าแต่ไม่ได้รับการเยียวยา ต้องเผชิญกับชะตากรรมทุกข์ยากมากกว่าผู้สูญเสียซึ่งเป็นภาวะไม่ปกติ การเยี่ยมเยียนเป็นวัฒนธรรมของมุสลิมและคนไทยในชนบทอยู่แล้วเมื่อมีคนเจ็บหรือตาย ในแง่จิตใจจะช่วยเหลือได้มากให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ห่วงใยกัน มีที่ปรึกษา โดยเฉพาะในช่วงเกิดเหตุใหม่ๆ กำลังใจและการเยี่ยมเยียนจะทำให้เขาก้าวข้ามทุกข์ไปได้ ชุมชนจึงต้องช่วยพยุงผู้สูญเสียในระยะแรก เมื่อผ่านไประยะหนึ่งเขาจะสามารถลุกฟื้นยืนได้ด้วยตัวเอง”

     โซรยามองว่าจุดแข็งของการเป็น “ผู้หญิง” ที่ทำงานด้านการเยียวยามาจากการปฏิบัติการภาคสนามที่ออกมาจากความรู้สึกของความเป็นเพศแม่ที่จะเข้าถึงความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบมากกว่า ประกอบกับสถานการณ์ในพื้นที่ยังมีความรุนแรง ขณะเดียวกันการทำงานของผู้หญิงใน พื้นที่ยังพอมีช่องว่างที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเทียบกับผู้ชาย เพราะงานเยียวยาที่เป็นการเยี่ยมเยียนครอบครัว แม้จะเสี่ยงอันตรายแต่ก็ต้องเข้าไป ถึงบ้านและเห็นผลว่า

     “ผลที่เห็นได้ชัดจากการทำงานกับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบคือได้ช่วยผู้หญิงที่อ่อนแอมากที่สุดในวันนั้น สูญเสียสามี ลูกชาย เอาแต่ร้องไห้คิดไม่ออกว่าจะจัดการกับชีวิตข้างหน้าอย่างไร แต่วันนี้เขาเข้มแข็ง มีชีวิตที่สดใส รู้ว่าจะจัดการกับตัวเอง ลูกและครอบครัวได้ มีความหวังในชีวิต มากกว่านั้นเขาได้นำประสบการณ์ความสูญเสียถ่ายทอดให้กับผู้สูญเสียรายอื่น แบ่งปันประสบการณ์เพื่อจะให้คนอื่นได้ก้าวข้ามและมีความเข้มแข็ง เป็นบทเรียนที่มีค่า มีความสุขกับการได้แบ่งประสบการณ์ รู้สึกมีคุณค่าในตัวเองมากขึ้น กับการมีชีวิตเพื่อการอยู่รอด คิดว่านี่คือการเยียวยาที่แท้จริง”

     “ยังทำงานกับกลุ่มเดิมจากเหตุการณ์ 28 เมษายน ตากใบและเคสรายวันบ้าง ไม่ขยายพื้นที่ไปมากเพื่อทำงานให้มีคุณภาพและเชิงลึก พัฒนาไปเรื่อยๆ อีกอย่างคือมีกำลังไม่พอ ทำกับคนเดิมและแกนนำ เมื่อพัฒนาแกนนำได้เชื่อว่าเขาจะกลับไปทำงานต่อกับคนอื่นในชุมชนแทนและช่วยเหลือกันได้ ให้เขาเรียนรู้การวิจัย การสื่อสารสาธารณะเพื่อจะได้บอกเล่าเรื่องราวของผู้บริสุทธิ์ได้”
ขณะนี้เธอกำลังมีหลายโครงการที่ทำกับหลายองค์กรด้วยความหลากหลายเพื่อขยายโอกาสให้กับผู้หญิงในพื้นที่ได้มีโอกาสในชีวิตกับการเปิดโลกทัศน์และเรียนรู้สิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อชีวิตตนเองและผู้อื่น

     “กำลังทำโครงการกับมูลนิธิฟริดิค เอแบรท์ กับโครงการ “หน้าต่างชีวิต”  โดยให้ผู้หญิงในพื้นที่ที่ไม่ใช่มืออาชีพในการถ่ายภาพได้เล่าเรื่องราวที่เขาอยากเล่าผ่านภาพถ่ายเพื่อเป็นช่องทางได้สื่อสารกับสังคมภายนอก ที่มีความงดงามมากกว่าการฆ่าฟัน โดยนำภาพไปจัดนิทรรศการและจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ส่วนอีกโครงการเป็นการให้ผู้หญิงตัวเล็กตัวน้อย การศึกษาน้อย สูญเสีย ไร้ปากเสียง ไร้อำนาจ มีพื้นที่ในการสื่อสารกับสาธารณะ เป็น “เสียงจากผู้หญิง” ที่สกว.สนับสนุน มีผู้ช่วยวิจัยเป็นหญิงชาวบ้านและแกนนำชุมชน 6 คนที่ก้าวข้ามวิกฤตความสูญเสียในชีวิตมาได้ ให้สื่อสารเรื่องราวและทัศนะของตัวเอง ครอบครัวและชุมชนในเรื่องของความมั่นคงในชีวิตและสันติภาพผ่านรายการวิทยุแบบมีส่วนร่วมในการผลิตและจัดรายการ เป็นการเรียนรู้ทักษะการทำวิจัยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะออกอากาศประมาณเดือนกรกฎาคมนี้”

     เมื่อให้กำลังใจแล้ว เรื่องปากท้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าปากท้องอิ่มเรื่องอื่นก็เบาลง ความเครียดและความหวาดกลัวของพวกเธอยังคงมีอยู่ งานที่โซรยาทำจึงพัฒนาการเรียนรู้จากปัญหา

“ชายแดนใต้ไม่ได้มีหญิงหม้ายและเด็กกำพร้าจากสถานการณ์เท่านั้น ยังมีกรณีทั่วไปอีกมากที่ต้องการให้สังคมดูแลเป็นพิเศษที่อัลกุรอ่านบัญญัติไว้ เงินซะกาตหรือซาดาเกาะฮฺในชุมชนหากจัดสรรให้ดีจะสามารถช่วยเหลือเรื่องนี้ได้ ส่วนที่กำลังทำเพื่อเสริมรายได้ให้แก่พวกเขาคือการทำกระเป๋าผ้าปาเต๊ะจากฝีมือของกลุ่มผู้หญิงที่สูญเสียและผู้หญิงที่ยากจน โดยจัดตั้งกองทุนจักรไปเป็นจักรกลางประมาณ 10 ตัว ให้ได้ทำงานที่บ้านและดูแลครอบครัวได้ เราจัดหาวัตุดิบ ด้ายและหาตลาดจำหน่ายให้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตลาดนอกพื้นที่และติดป้ายเป็นฝีมือของผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ กำลังจัดหาคนที่ช่วยพัฒนาฝีมือและออกแบบเพื่อให้สินค้ามีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งให้เขารู้จักการออมเพื่ออนาคต เน้นเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงให้สามารถยืนได้ด้วยตัวเองในระยะยาวและได้ช่วยเหลือคนอื่นและชุมชนด้วย”

     “อยากเห็นผู้หญิงมีส่วนร่วมในการพัฒนา การสื่อสาร การผลักดันเชิงนโยบายซึ่งยังเป็นจุดอ่อนที่ไม่สามารถบอกกล่าวข้อมูลในพื้นที่สะท้อนไปยังผู้กำหนดนโยบายได้ ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายและต้องอาศัยความกล้าหาญ ในสังคมมุสลิมได้ให้โอกาสมุสลิมมะฮฺในการทำงานเพื่อสังคม อยู่ที่ตัวบุคคลว่าจะสามารถทำได้ในบทบาทไหน และผู้ชายต้องเห็นใจผู้หญิงในสถานการณ์บ้านเมืองและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงในปัจจุบันแบกรับภาระต่างๆ ทั้งในและนอกบ้านมากกว่าผู้ชาย” เป็นสิ่งที่เธอฝากไว้ให้สังคมได้คิด

     โซรยาสะท้อนการทำงานของรัฐบาลในการคลี่คลายปัญหาชายแดนใต้ว่า ยังเน้นการใช้กำลังปราบปราม ใช้ทหาร ตำรวจ นำการเมือง แม้จะพยายามบอกว่าใช้สันติวิธี แต่ยังไม่เห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ถ้ารัฐบาลใช้แนวทางสันติวิธีจริงๆ ข้อเสนอของ กอส.ทั้งหมดรัฐบาลต้องรับ เพราะเป็นข้อเสนอแนวทางสันติวิธีและสมานฉันท์ รอดูนโยบายและการปฏิบัติจริงของรัฐบาลชุดปัจจุบันว่าจะทำได้แค่ไหน

     ความตั้งใจและการทำงานเพื่อเพื่อนมนุษย์ของเธอทำให้ได้รับรางวัล “ผู้หญิงปกป้องสิทธิมนุษยชน” ปี 2549 จากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

     เราคอยหนุนคอยเสริมเขา แล้วก็ไปเก็บข้อมูลการสูญหายของคนในสามจังหวัดมาได้จำนวนหนึ่ง ต่อจากนั้นก็มาเจอกับกรรมการสิทธิฯ คุณวสันต์ พานิช ตอนหลังเหตุการณ์ 28 เมษายน 2547 ที่มีการปะทะกันระหว่างฝ่ายต่อต้านรัฐกับฝ่ายรัฐ วันนั้นชาวบ้านผู้ก่อเหตุต่อต้านรัฐเสียชีวิตทั้งหมด 106 คน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 คน ในวันเดียวกันเฉพาะที่มัสยิดกรือเซะมีคนตายไป 32 คน ก็เลยเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากการไปตามคนสูญหาย มาเป็นการตามเก็บข้อมูลของคนตายในมัสยิดกรือเซะ 32 คน

     ข้อมูลผู้ตายจากกรือเซะที่ได้มาก็เป็นข้อมูลพื้นฐาน ว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน อาชีพอะไร ทั้งเกี่ยวกับผู้ตาย และครอบครัว ลูกเมียเขา งานของเราจะไม่เตะ ไม่ลงลึกในลักษณะที่เป็นการหาข่าวว่าเขาเป็นใคร ความคิดความอ่านทำไมลุกขึ้นมาก่อเหตุ เขาถูกจ้างวานโดยใครหรือเปล่า หรือทำไมจึงไปก่อเหตุวันนั้น เราพยายามหลีกเลี่ยงคำถามเหล่านี้กลับครอบครัวเขา เพราะคิดว่าการตายของคนในครอบครัว สามีที่ลุกขึ้นมาก่อเหตุ เราถือว่าเขาคงจะมีเหตุผลของเขาอยู่ ยกเว้นเจ้าตัวที่เป็นภรรยายินดีที่จะพูดหรือระบายให้ฟัง แต่เราหลีกเลี่ยงที่จะถาม เพราะงานของเราเป็นงานที่ต้องสร้างความไว้วางใจ กับสภาพที่ตอนนี้มีวิกฤตของความไว้วางใจ ผู้คนไม่ไว้วางใจต่อกันเลย ดูเหมือนทุกคนหวาดระแวงกันไปหมด เห็นทุกคนเป็นศัตรู

     เนื่องในวันสตรีสากล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมกับแนวร่วมเพื่อ ความก้าวหน้าผู้หญิง ได้จัดกิจกรรมคัดเลือกผู้หญิงนักต่อสู่เพื่อสิทธิมนุษยชน โดยมอบ รางวัลดีเด่นผู้หญิงปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อให้สังคมตระหนักถึงสตรีผู้มีบทบาทด้าน สิทธิมนุษยชน

     แม้ว่าผู้หญิงและผู้ชายซึ่งทำหน้าที่ปกป้องสิทธิมนุษยชน ต้องเผชิญอันตรายไม่ แตกต่างกัน แต่ลักษณะงานของผู้หญิงนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่ตนดำเนินงานอยู่นั้น ท้าทายขอบเขตทางวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา รวมทั้งยังมีการเลือกปฏิบัติ ไม่เปิด โอกาสให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะ ต้องรณรงค์เผยแพร่ให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงบทบาทผู้หญิง และส่งเสริมสนับสนุนผู้ หญิงนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้น

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194