หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> M Muslimah
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ผู้หญิงดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ และวัวหัวขาด สายตรงจากกัวลาลัมเปอร์
สายตรงจากกัวลาลัมเปอร์... "ผู้หญิงดื่มเบียร์ และวัวหัวขาด"

โดย มุสตาฟา อาลี


  เดือนรอมฎอน  หรือเดือนแห่งการถือศีลอดของชาวมุสลิมทั่วโลกเพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่วัน ชาวมลายูผู้นับถือศาสนาอิสลามในประเทศมาเลเซียเพิ่งเฉลิมฉลองการสิ้นสุดวาระของการถือศีลอดที่เรียกกันว่า “ฮารี รายา อีดิลฟีดรี”


เป็นโอกาสกลับภูมิลำเนาเพื่อเยี่ยมเยือนพ่อแม่พี่น้อง เป็นวันอันสดชื่นน่ายินดีที่ผู้คนกล่าวคำขอโทษและให้อภัยซี่งกันและกันตามประเพณีอันดีงาม


แต่เดือนรอมฎอนปีนี้  สายตาของชาวโลกพากันหันขวับมาที่ประเทศมาเลเซียซึ่งประกาศตัวว่า เป็นประเทศมุสลิมสายกลางสมัยใหม่เป็นจุดเดียวกัน  อันเนื่องมาจากเหตุการณ์  2เหตุการณ์อันเกี่ยวเนื่องกับศาสนาทั้งคู่  โดยมีผู้รับเคราะห์อย่างจังๆเป็นสุภาพสตรีหนึ่งคนและวัวอีกหนึ่ง(ดูภาพ)


สุภาพสตรีผู้เคราะห์ร้ายผู้นี้มีชื่อว่า การ์ติกา สารี เดหวี ชูการ์โน อายุ 32 ปี มีอาชีพเป็นพยาบาลและนางแบบสมัครเล่น เธอแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาและมีบุตรสองคน


 มาวันหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว  มีคนพบเธอนั่งจิบเบียร์หนึ่งแก้วที่ล็อบบี้ของโรงแรมแห่งหนึ่ง  เรื่องจึงถึงโรงถึงศาลตามกฎหมายอิสลาม 


กระบวนการศาลศาสนายืดยาวจนเมื่อปลายเดือนกรกฎาที่ผ่านมา  ศาลศาสนาแห่งเมืองกวนตันของรัฐปาหัง  ได้พิพากษาว่า เธอมีความผิดตามกฎหมายอิสลาม ต้องรับโทษปรับ 5,000 ริงกิตมาเลเซียหรือประมาณ 50,000 บาท และโบยอีกหกที


คำพิพากษาดังกล่าวได้รับเสียงปรบมือจากบรรดาครูสอนศาสนาทั้งหลายที่เชื่อว่า ช่วยป้องกันไม่ให้ชาวมุสลิมหันเข้าเสพแอลกอฮอลล์


ครูสอนศาสนาชื่อดังคนหนึ่งบอกว่า  คำตัดสินนี้เหมาะสมแล้วเพราะเป็นการประจานและ "ให้การศึกษา" การ์ติกาไปพร้อมๆกัน  ทั้งยังว่า อันที่จริงเฆี่ยนแค่หกครั้งนี้ถือว่า ศาลปราณี  เพราะโทษตามที่เขียนไว้ในกฎหมายอิสลามทั้งสมารถเฆี่ยนกันได้ถึง 40 ทีนะจ้ะ..


แต่ทันทีที่เรื่องนี้เป็นข่าว  เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็อื้ออึงขึ้นมาทันทีทั้งในและนอกประเทศ  ทางฝ่ายสภาทนายความของมาเลเซียรีบออกแถลงการณ์เร่งด่วนเรียกร้องให้ยุติการลงโทษด้วยการโบยเสีย  โดยระบุว่า ตามกฎหมายแพ่งและอาญาอันเป็นกฎหมายสมัยใหม่ที่มาเลเซียใช้ควบคู่ไปกับกฎหมายอิสลามนั้น  การลงโทษสตรีด้วยการโบยเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ 


องค์กร Amnesty International ของฝรั่งที่มีชื่อเสียงด้านสิทธิมนุษยชนก็ออกโรงคัดค้านโดยการชี้ว่า ตามหลักสากลการลงโทษด้วยการโบยเข้าข่ายการทรมาน  จึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

 

นักการเมืองสตรีมุสลิมบางรายของพรรคฝ่านค้านและฝ่ายรัฐบาล  รวมทั้งองค์กรสตรีมุสลิมบางองค์กรภายในประเทศ  ต่างพากันประสานเสียงคัดค้านวิธีการลงโทษในลักษณะนี้


สำหรับคุณการ์ติกาเองที่ให้การรับสารภาพ  ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเธอจะไม่ขออุธรณ์  แล้วยังขอให้ลงโทษเธอต่อหน้าสาธารณะ  ให้อนุญาตให้พ่อแม่ของเธอได้มาร่วมรับรู้  รวมทั้งขอให้เชิญสื่อต่างๆมาเป็นสักขีพยาน


จะว่าไปแล้วเธอผู้นี้ไม่ใช่สตรีไร้สมอง  ตรงกันข้าม  เธอกลับพูดกับสื่ออย่างคมคายว่า “ดิฉันขอยอมรับการลงโทษทางโลกในครั้งนี้  ส่วนเมื่อดิฉันได้ละจากโลกนี้ไปแล้ว  อัลเลาะห์จะเป็นผู้พิพากษาโทษดิฉันเอง..”


ตีความกันว่าอย่างไรก็สุดแล้วแต่..


เรื่องนี้เล่นเอารัฐบาลถึงขั้นกระโดดโหยง  เพราะภาพการโบยสตรีในที่สาธารณะนั้นรู้ๆกันว่า จะปรากฏเพียงในประเทศหรือพื้นที่มุสลิมสุดโต่งแนวตาลิบัน  ที่บางแห่งยังใช้การลงโทษด้วยการเอาก้อนหินข้างให้ตาย ที่นานาอารยะประเทศถือว่าเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน  มาเลเซียซึ่งพยายามขอแจมเป็นหนึ่งในนานาอารยะประเทศมานานแล้ว  เห็นทีจะถูกลดระดับเป็นอาฟกานิสถานเป็นแน่แท้


แต่ด้วยความจำเป็นที่จะต้องถ่วงดุลความรู้สึกทั่วไปของชาวมุสลิมผู้เป็นฐานการเมืองภายประเทศ รัฐบาลจึงทำได้แค่ซื้อเวลา  โดยขอให้เลื่อนการลงโทษการ์ติกาออกไปเป็นหลังเดือนรอมฎอนที่เป็นเดือนสำคัญทางศาสนา


มาบัดนี้เดือนรอมฎอนก็สิ้นสุดลงแล้ว  นาฬิกาก็เดินติ๊กต็อกๆ.. จะทำอย่างไรดีหว่า.. 


อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่า  เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเดียวในเดือนรอมฎอนปีนี้  เหยื่อรายที่สองที่รับเคราะห์ในเดือนนี้เป็นวัวสีขาวไม่ทราบชื่อที่ถูกทำทารุณกรรมตัดคออย่างโหดร้ายเพื่อนำมาเป็นลูกฟุตบอลจำเป็นให้คนเตะไปเตะมาในการประท้วงที่เมืองชาห์ อาลาม เมืองหลวงของรัฐสลังงอร์ ใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา


การประท้วงนี้ทำโดยกลุ่มคนประมาณ 50 คน ที่ออกเดินหิ้วศีรษะน้องวัวไปทั่วเมือง นัยว่า เพื่อคัดค้านการสร้างโบสถ์ฮินดูในเมืองของตนที่มีประชากรมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ 

 

ประท้วงเฉยๆคงไม่สร้างกระแสฮือฮามาก  แต่การตัดหัววัวซึ่งเป็นสัตว์อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูนั้น  ใครๆก็รู้ว่าเป็นการลบหลู่ศาสนาอื่นอย่างรุนแรง  ถึงขั้นมีคนบอกว่าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นในประเทศอย่างอินเดียคงไม่แคล้วนองเลือด


โชคดีที่ชาวฮินดูในมาเลเซียที่เป็นประชากรส่วนน้อย  ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ยังมีสติยั้งคิดไม่บรรลุโทษะออกมาตอบโต้ ไม่เช่นนั้นคงไม่เฉพาะวัวอย่างเดียวที่เคราะห์ร้ายถึงชีวิต  แต่อาจรวมถึงคนด้วย 


ไม่มีใครกล้าพูดอย่างเปิดเผยว่าคนกลุ่มนี้เป็นใคร  แต่ก็ลือกันให้แซดว่า มือสังหารวัวกลุ่มนี้เป็นเด็กของนักการเมืองพรรคอัมโนของนายกฯ นาจิบ ราซัค โดยนักการเมืองผู้นี้อกหักพลาดตำแหน่งสำคัญในการเลือกตั้งครั้งใหญ่ของพรรค


 การส่งคนออกมาป่วนเมืองในครั้งนี้อาจหวังผลทั้งการสร้างเรตติ้งในหมู่ชาวมุสลิมไปพร้อมๆกับทดสอบกำลังภายในของผู้นำพรรคตัวเอง


เป็นอีกครั้งที่พรรคอัมโนเจอเหตุการณ์ลูบหน้าปะจมูก  สุดท้ายจึงจัดการยื่นฟ้องผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งในข้อหาก่อความไม่สงบ  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีการประนีประนอมในกระบวนการศาลหรือไม่


แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญ  เพราะที่สำคัญกว่าคือภาพพจน์ของประเทศมาเลเซียที่ชักส่อแววทะแม่งขึ้นทุกกที ว่


าแล้วก็พาลสงสารไปถึงอดีตนายกฯมหาเธร์  โมฮัมหมัด ที่อุตส่าห์สร้างตึก ทวินทาวเวอร์ และเมืองปุตราจายาเสียใหญ่โต  หลอกให้ผู้คนรวมทั้งคนในบ้านเราแซ่ซร้องสรรเสริญมาเลเซียว่าเป็นประเทศศิวิลัย จะยับเยินเพราะวัวตัวเดียวเท่านั้นหรือ..


จะอย่างไรก็แล้วแต่  ถ้าจะให้สรุปเรื่องยาวๆทั้งสองเรื่องด้วยคำสั้นๆ  ก็คงต้องบอกว่า


ป่าเถื่อนชะมัด!

------------------------------------------------------------

แม้นว่าคนทั้งโลกจะรับไม่ได้กับกฏหมายอิสลามที่ดูเหมือนรุนแรง ป่าเถื่อน แต่หารู้ไม่ บทลงโทษที่กำหนดโดยผู้สร้างแน่นอนย่อมได้ผลกว่าบทลงโทษที่มนุษย์กำหนดมา โลกนี้เต็มไปด้วยคนชั่วช้ามากมายเดินลอยนวล เกิดอาชญากรเต็มบ้านเต็มเมืองประตูสู่ความชั่วช้าได้เปิดทันทีที่ดื่มกินของมึนเมา มีสติอยู่ดีๆแท้ๆไม่ชอบ อยากเป็นคนไม่มีสติไม่สามารถยับยั้งชั่งคิด คนไม่มีสติ สติไม่สมประกอบคือคนบ้า แต่คนส่วนใหญ่ก็อยากจะเป็นกัน หากประเทสใดนำกฏหมายอิสลาม100% แน่นอนบ้านเมืองนั้นจะสงบสุขไร้โจรผู้ร้าย

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194