หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> ฮาลาลและธุรกิจ
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ตาบงฮาญี โครงการสำหรับคนอยากไปทำฮัจย์

มนุษย์ทุกคนต่างมีความหวัง หรือความตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างในชีวิตและอยากจะทำสิ่งที่ตัวเองหวัง หรือตั้งใจไว้ให้เป็นผลสำเร็จด้วยกันทั้งสิ้น

สำหรับมุสลิมแล้ว ไม่ว่าจะชนชาติใดในโลก หนึ่งในความหวังหรือความตั้งใจของทุกคนคือ การได้ทำไปทำฮัจญ์ที่นครมักก๊ะฮฺ ประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ทั้งนี้เพื่อตอบสนองคำบัญชาของพระเจ้า

ดังนั้น ในทุกปีเราจึงได้เห็นมุสลิมจากส่วนต่างๆของโลกเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้อย่างไม่ขาดสายมานานนับพันปีแล้ว

การทำพิธีฮัจญ์ได้ถูกกำหนดให้เป็นหน้าที่ทางศาสนาสำหรับมุสลิมถ้าหากมีความพร้อมทางด้านร่างกาย การเงิน และหนทางที่จะไปมีความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้มุสลิมทุกคนจึงพยายามเก็บออมทรัพย์สินตลอดทั้งชีวิตเพื่อที่จะทำหน้าที่สำคัญดังกล่าว

เนื่องจากการเดินทางไปทำฮัจญ์ต้องใช้เงินจำนวนมาก สำหรับปีนี้ใครที่จะเดินทางไปทำฮัจญ์ต้องมีเงินอย่างน้อย 130,000 บาท ดังนั้น มุสลิมในชนบทบางคนจึงใช้วิธีการเก็บเล็กผสมน้อยด้วยการหยอดเงินไว้ในกระปุก หรือกระบอกไม้ไผ่ บางคนเก็บไว้ในไหหรือซุกซ่อนไว้ในที่ต่างๆ โดยไม่นำไปฝากธนาคาร เพราะไม่ต้องการให้เงินของตัวเองเปรอะเปื้อนกับดอกเบี้ยที่เป็นสิ่งต้องห้ามทางศาสนา บางคนใช้วิธีการขายทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน หรือสวน เพื่อไปทำฮัจญ์ เมื่อเดินทางกลับมา ที่ดินซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตเพื่อยังชีพจึงเหลือน้อยลง ก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจติดตามมา

ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในสังคมเกษตรทางตอนใต้ของประเทศไทยและในมาเลเซีย เพราะคนส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ชาวนา แต่มาเลเซียโชคดีกว่าไทยตรงที่ทรัพยากรมนุษย์ของมาเลเซียมีคุณภาพดีกว่า มาเลเซียจึงแก้ปัญหาการขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินไปใช้ในการทำพีธีฮัจญ์ได้อย่างสร้างสรรค์ โดยการตั้งวิสาหกิจที่เรียกว่า “ตาบงฮาญี” (กองทุนของผู้ไปทำฮัจญ์) ขึ้นมา

ตาบงฮาญีคือ หน่วยงานที่รัฐบาลมาเลเซียจัดตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2506 เพื่อส่งเสริมให้ชาวมุสลิมในมาเลเซียหันมาออมเงิน เพื่อไปทำพิธีฮัจญ์แทนการขายทรัพย์สินและเป็นหน่วยงานที่ให้บริการแก่ผู้ที่จะเดินทางไปทำพิธีฮัจญ์อย่างครบวงจร

หน่วยงานนี้เป็นสถาบันการเงินที่มีกลไกการทำงานเหมือนกับธนาคารปรกติทั่วไป แต่แตกต่างกับธนาคารทั่วไปตรงที่ตาบงฮาญีรับฝากเงินจากผู้ต้องการออมเงินเพื่อไปทำฮัจญ์เท่านั้น และตาบงฮาญีจะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เกี่ยวกับดอกเบี้ยและอบายมุข นอกจากนี้แล้วรัฐบาลมาเลเซียยังเป็นผู้ค้ำประกันเงินฝากในตาบงฮาญี

ด้วยการมีประชากรมุสลิมเป็นจำนวนมากและได้รับการจัดสรรโควตาจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียให้ส่งผู้เดินทางไปทำพิธีฮัจญ์ได้ปีละประมาณ 26,000 คน ประกอบกับผู้คนให้ความเชื่อถือ ตาบงฮาญีจึงมีเงินฝากจากมุสลิมผู้วางแผนจะเดินทางไปทำพิธีฮัจญ์เป็นจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาและเป็นเงินฝากที่ไม่กดดันตาบงฮาญี นั่นคือ ผู้ฝากไม่ต้องการดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอิสลามไม่อนุญาตให้มุสลิมเก็บเงินไว้เฉยๆ ดังนั้น ตาบงฮาญีจึงนำเงินฝากไปลงทุนหรือถือหุ้นในกิจการต่างๆที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนาและให้ผลตอบแทนดี เช่น ธุรกิจปาล์มน้ำมัน อุตสาหกรรมผลิตน้ำมันและรัฐวิสาหกิจต่างๆ ซึ่งทำกำไรดี เมื่อตาบงฮาญีได้รับเงินปันผลตอบแทนจากวิสาหกิจเหล่านี้ก็จะนำมาแบ่งสมทบให้ผู้ฝากอีกทอดหนึ่งตามสัดส่วนที่ตาบงฮาญีได้รับมา

เมื่อเงินฝากของผู้ใดครบจำนวนที่จะเดินทางไปทำพิธีฮัจญ์และพร้อมที่จะเดินทาง ตาบงฮาญีก็จะดำเนินการให้ตั้งแต่การขอวีซ่า การจัดหาตั๋วโดยสารเครื่องบินไปและกลับ ที่พักและพาหนะในการเดินทางในสถานที่ต่างๆรวมทั้งอาหารตลอดช่วงเวลาระหว่างการทำพิธีฮัจญ์ ไม่เพียงเท่านั้น ตาบงฮาญียังจัดการอบรมให้ความรู้เรื่องการทำพิธีฮัจญ์ที่ถูกต้องให้แก่ผู้เดินทางด้วย แม้กระทั่งการใช้ห้องน้ำบนเครื่องบิน ตาบงฮาญีก็สั่งห้องน้ำบนเครื่องบินมาสาธิตวิธีการใช้ให้แก่ผู้จะเดินทางเป็นการเฉพาะ

หากจะพูดไปตาบงฮาญีนอกจากจะเป็นสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่รับฝากและบริหารเงินของผู้ที่วางแผนจะไปทำพิธีฮัจญ์แล้ว ยังทำหน้าที่เหมือนกับบริษัททัวร์หรือบริษัทท่องเที่ยวที่มีลูกค้าประจำปีละ 25,000 คนเป็นอย่างน้อย โดยแต่ละคนต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณ 250,000 บาท และมีลูกค้าอีกจำนวนมากมายที่รอคอยจะเดินทางในปีต่อไปโดยนำเงินมาฝากไว้ก่อนเป็นจำนวนมาก

สถานการณ์เอื้ออำนวยอย่างนี้ ไม่กำไร ไม่เติบโต ไม่ก้าวหน้า ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ทุกวันนี้ชาวมาเลเซียที่เดินทางไปทำฮัจญ์ได้รับการปฏิบัติเหมือน “แขกของพระเจ้า” มีที่พักเป็นหลักเป็นแหล่งอย่างดีในทุกสถานที่ที่เดินทางไปในระหว่างการทำพิธีฮัจญ์ทั้งในนครมักก๊ะฮฺและมะดีนะฮฺ

ผิดกับประเทศไทยที่มุสลิมส่วนใหญ่แม้จะมีเชื้อสายและวัฒนธรรมมลายูเหมือนกัน แต่เพราะคุณสมบัติของทรัพยากรมนุษย์ต่างกัน มุสลิมไทยที่เดินทางไปทำพิธีฮัจญ์จึงได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน


ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 282 วันที่ 23-29 ตุลาคม พ.ศ. 2553 หน้า 26 คอลัมน์ สันติธรรม โดย บรรจง บินกาซัน

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194