หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> ข่าวประชาสัมพันธ์
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ความในใจจากนักโทษมุสลิมในเรือนจำบุรีรัมย์

ความในใจจากนักโทษมุสลิมในเรือนจำบุรีรัมย์
บทความโดย...คุณมนตรี (อาลี)  นวมมี

 อัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ ขอชุโกรต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ที่พระองค์ทรงให้เราและท่านทั้งหลายเกิดมาบนศาสนาของพระองค์ โดยมีอิสลามเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เป็นธรรมนูญแห่งอิสลาม

         ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน ผมได้รับหนังสือเชิญเป็นวิทยากรไปให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังมุสลิมในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีผู้ต้องขังมุสลิมต้องโทษอยู่ในนั้นจำนวน 39 คน ผู้ต้องขังมุสลิมเหล่านี้ถูกย้ายมาจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี เนื่องจากเรือนจำพิเศษมีนบุรีมีผู้ต้องขังมาก จึงได้ทำการถ่ายเทผู้ต้องขังไปยังเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งบรรยากาศการเข้าไปให้ความรู้ในเรือนจำบุรีรัมย์เป็นครั้งแรกของผมรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เมื่อรู้ถึงหน้าที่ ที่จะเข้าไปทำในนั้นแล้วรู้สึกว่า พวกเค้าเหล่านั้นก็สมควรที่จะได้รับการเรียนการสอนเรื่องราวของศาสนาเสมือนคนที่เป็นอิสระชนคนที่อยู่ข้างนอกทั่วไป

     พอเสร็จสิ้นกำหนดการที่เรือนจำได้เชิญผมเข้าไปเป็นวิทยากรในนั้น รวม 3 ครั้งหลังจากนั้นผมได้นำเรื่องราวของพี่น้องมุสลิมในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ไปปรึกษาหารือกับ คณะกรรมการกลุ่มมุสลิมอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าจะจัดทำโครงการอะไรสักอย่างที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ต้องขังมุสลิมนั้น จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกัน และได้มีมติที่จะทำโครงการอบรมคุณธรรมและจริยธรรมแก่ผู้ต้องขังมุสลิมเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ขึ้น และได้รับการอนุมัติให้ดำเนินโครงการในครั้งนี้ จากท่านผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ดร.สุรสิทธิ์  จิตรชอบใจ ที่อำนวยความสะดวกแก่โครงการในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

มุสลิม

     ท่านเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังมุสลิมได้ปฏิบัติศาสนกิจอย่างอิสระ ได้ละหมาดตามเวลา ได้ถือศีลอด ได้จัดให้มีห้องสำหรับการละหมาดวันศุกร์ ทางกลุ่มมุสลิมอำเภอบ้านกรวด ต้องขอขอบพระคุณท่าน ผบ.สุรสิทธิ์ เป็นอย่างมากครับ

 หลังจากที่โครงการดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง ผมก็ได้รับจดหมายจำนวน 5 ฉบับจากผู้ต้องขังมุสลิมในนั้นในจดหมายมีใจความว่า...
 ....ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา กรุณา ผู้ทรงสิทธิ์แห่งการตอบแทน และผู้ทรงรู้ในทุกๆ สิ่งทั้งในที่ลับ และที่แจ้ง “สวมใส่ความเป็นมุสลิม กับความอาย”

           ด้วยวัย 33 ปีของผม ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ละเลยต่อการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นวาญิบเหนือมุสลิมทุกคนแต่ก็เพิกเฉยเรื่อยมา จนวันหนึ่ง อัลลอฮฺได้ลง “บาลอ” กับผม แม้รู้สึกว่าถูกอธรรมโดย ไม่สามารถแก้ต่างได้สำเร็จ สุดท้ายต้องมารับโทษในเรือนจำเป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน

       ช่วงแรกที่เข้ามาก็ยังละเลยอยู่ เรื่อยๆทำบ้างไม่ทำบ้าง ความจำในเรื่องของ กุรอ่าน ซูเราะห์ ที่เคยจำได้ก็เริ่มลืมเลือน บางครั้งก็แปลกใจว่าทำไมเคยจำได้ แต่เดี๋ยวนี้กลับลืม ไม่ได้ฉุกคิดว่านั่นคือสัญญาณที่อัลลอฮฺไดเรียกคืนตัวอักษรเหล่านั้นไปแล้ว มัวแต่ไปจมอยู่กับความอาย ความท้อแท้ สิ้นหวัง คิดว่าอนาคตจะทำยังไงต่อไป เพราะคนข้างนอกก็คิดว่าเราคือ คนคุกคนหนึ่ง เราอยากจะให้เขาถามเราถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากกว่าจะตัดสินว่า เราติดคุกเพราะทำผิด ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม หรือเพื่อนต่างศาสนิก

     ก็มีบางส่วนที่ไม่ได้ทำผิดแต่ก้อต้องยอมรับโทษ เพื่อเวลาที่สั้นลง คือ รับสารภาพจะลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง แต่ครึ่งก็ยังไม่อยากรับอยู่ดี แต่เมื่อกระบวนการทุกอย่างสิ้นสุดลง แม้แต่จะยอมรับในการตัดสินแต่ก็จำต้องปฏิบัติตาม เดินทางจากบ้านมาเรือนจำ พร้อมแม่และภรรยาที่มาส่ง ทุกคนน้ำตานองหน้าแต่ก็ยังมีกำลังใจให้เราตลอดเวลา น้ำตาไหลเปื้อนหน้าแต่ก็ยังมีรอยยิ้มให้กับเรา

     ตลอดเวลา เข้าเรือนจำที่มีนบุรี อยู่ได้ 9 เดือนก็ถูกย้ายมาที่เรือนจำบุรีรัมย์ ดินแดนทางภาคอีสานที่ไม่เคยคิดว่าจะมา แต่ก็โชคดีที่มีพี่น้องมุสลิมถูกย้ายมาด้วยกันหลายสิบคน ที่นี่ไม่มีใครรู้จักอิสลาม พวกเราอยู่รวมกันในห้องเดียวกัน มีการนะซีฮัต ให้ร่วมทำละหมาดขอดุอาอฺ แล้วฮิดายัตจากอัลลอฮฺก็เกิดกับผมที่นี่ ที่ๆ ไม่มีใครรู้จักอิสลาม

     แต่เรากลับรู้จักอิสลาม ดีมากขึ้น ได้ทำละหมาดฟัรดูครบทุกเวลา มีเวลามากมายในการทบทวนเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา หาความรู้เพิ่มเติม แล้วสิ่งที่ดียิ่งขึ้นก็มาถึง โครงการของกลุ่มมุสลิมอำเภอบ้านกรวด ที่มี อาจารย์อาลี  นวมมี และบังมูฮัมหมัด ก็มาถึงพวกเรา ทั้งสองเข้ามา นาซีฮัต อบรม บอกกล่าวถึงสิ่งที่ควรกระทำ (ซุนนะฮ์) และสิ่งที่เราควรละทิ้งเสีย ด้วยสิ่งที่ทำตามกันมานั้น

     ในความคิดความรู้สึกอาจจะดูเหมือนไม่ได้ผิดอะไร แต่เป็นสิ่งที่ท่านนบี มูฮัมหมัดไม่เคยกระทำ จำได้ว่าครั้งแรกที่พบกับทั้งสองคน (อ.อาลี กับ บังมูฮัมหมัด)นั้น ทำเอาคิดหนักเหมือนกัน ว่าสิ่งที่เราปฏิบัติมาตลอดนั้น มันผิดเหรอ แต่ในเมื่อหลักฐานมันชี้ชัดว่าไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนในเรื่องการปฏิบัติ และความเข้าใจ จึงได้ปฏิบัติในสิ่งที่ทั้งสองเสียสละเวลา มาพบปะพูดคุยกับพวกเรา น่าซีฮัตพวกเรา

    สิ่งหนึ่งที่ผมถามทั้งสองคน คือเรื่องการเดินทางมาเรือนจำแห่งนี้ ไม่ได้สะดวกสบายเลย ไม่ว่าจะเป็นระยะทาง พาหนะ และเวลาที่ใช้ ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการที่จะมาพบพวกเรา ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลเลยที่ ทั้งสองจะนำเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์มาบอกกับพวกเรา

มุสลิม

    ยิ่งเดือนนี้เดือนรอมดอนยิ่งต้องใช้ความอดทน และพยายามเพิ่มขึ้นไปอีก แต่สิ่งที่ทั้งสองทำนั้นเห็นผลแล้วครับ เพราะตอนนี้หลายคนจากพวกเรา ลุกขึ้นมาละหมาดพร้อมกับพวกเรา หลายคนจากพวกเราหยิบกุรอ่าน หยิบหนังสือที่ทั้งสองนำมาให้อ่านเพื่อหาความรู้เพิ่ม อัลฮำดุลิ้ลลาฮฺ ตัวผมเองก็กลับมาจำกุรอ่าน ซูเราะฮ์ ที่เคยจำได้อีกครั้งหนึ่ง และจะไม่ยอมลืมมันอีกเป็นอันขาด   

     ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนท่านทั้งสอง และบรรดาพี่น้องมุสลิมทุกๆท่าน องค์กร ต่างๆ ที่บริจากสิ่งของให้พวกเรา ญะซากั้ลลอฮุค็อยร็อน และหลายถ้อยคำในหนังสือหลายๆ เล่มที่ อ.มุรีด  ทิมะเสน เขียนและผมได้มีโอกาสได้อ่าน อักษรเหล่านั้นมันกระชากความเป็นมุสลิมของผมขึ้นมาสวมใส่อีกครั้งหนึ่ง คิดว่ามีโอกาสจะอ่านให้หมดทุกเล่ม อินชาอัลลอฮฺ ต่อไปนี้ผมไม่อายอีกแล้ว ที่จะบอกใครๆ ว่า ผมเคยติดคุก ผมจะอายแต่เพียง อัลลอฮฺเท่านั้น หากผมไม่รำลึกถึงพระองค์........อับดุลลอฮฺ  บิน ยาซีน


 จดหมายอีกฉบับหนึ่งที่น่าสนใจที่ผมจะหยิบยกบางช่วงบางตอนที่จะนำเสนอให้พี่น้องได้รู้จัก ความเป็นมุสลิมในเรือนจำว่าเป็นอย่างไร .....

 “ในความรู้สึกของผม ผมดีใจเป็นที่สุดครับ ตั้งแต่วันแรกที่เห็นวิทยากรทั้งสองท่าน เข้ามา และก็ดีใจเป็น สอง เท่าเมื่อรู้ว่า วิทยากรทั้งสองท่าน มาจากสาย ซุนนะฮ์ อัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ เมื่อก่อนตอนที่ผมย้ายมาใหม่ มาเจอสภาพแวดล้อมแบบต่างศาสนา ซึ่งทำให้มุสลิมบางคนในนี้หันเหออกจากแนวทางของ อิสลาม ทางด้านความเชื่อ และการปฏิบัติ ที่ทำตาม ปู่ ย่า ตา ยาย กันมา ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักการศาสนาอิสลาม ซึ่งผมเองเคย ตักเตือน แนะนำ และชักชวน ให้ทำให้ถูกต้องตามหลักการของอิสลาม แต่ไม่ค่อยเป็นผล ก็ไม่เป็นไรครับ 

    เอาล่ะครับ....ปัจจุบันนี้ ผมดีใจมากครับที่ ที่มีโครงการนี้ ของกลุ่มมุสลิมอำเภอบ้านกรวด ที่จัดให้มีการเรียนการสอนทำให้บางคนในกลุ่มของพวกเรามีการเปลี่ยนแปลง และกลับมาอยู่ในแนวทางที่ถูกต้องของอัลอิสลาม ตามพื้นฐานของแต่ละคน ความเปลี่ยนแปลงตรงนี้ทำให้ผมภูมิใจ ในโครงการครั้งนี้มากครับ ซึ่งการเรียนการสอนนั้นเป็นกันเองมากครับ ทำให้เราบางคนกล้าที่จะถาม ซึ่งเป็นความรู้ที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน  ตรงนี้คือจุดเปลี่ยน

 อีกสิ่งหนึ่งที่ผมซาบซึ้ง มากก็คือ อาจารย์ทั้งสองท่านได้ติดต่อประสานงาน องค์กรการกุศลต่างๆ ในการที่จะนำสิ่งของต่างๆ มามอบให้แก่พวกเรา ไม่ว่าจะเป็น หนังสือศาสนา โสร่ง เสื้อผ้า อุปกรณ์ต่างๆ ในการเรียนการสอน ตลอดจนอาหารแห้ง และอีกหลายๆ อย่าง

    ซึ่งผมเองมีความรู้สึกว่าบุคคลภายนอกยังไม่ลืมพวกเรา ตอนนี้ผม และทุกคนดีขึ้นตามลำดับ จากที่ละหมาดไม่ถึง 10 คน กลายเป็น 10 กว่าคน ก็อัลฮัมดุลิ้ลลาฮ์  ในความรู้สึกของผม ผมอยากให้ โครงการครั้งนี้ดำเนินต่อไป คู่กับพวกเราที่อยู่ข้างในนี้ และทั้งหมดนี้ก็คือ ความรู้สึกจากใจของผม วัสสลาม.....ซิฮามุดดีน  ฮาหวัง”


 สิ่งที่ผมนำเสนอจดหมาย 2 ฉบับนี้ ให้กับพี่น้องได้รับทราบก็เพื่อว่า ให้ท่านพี่น้องได้รับรู้ถึง ความเคลื่อนไหวของโครงการ ซึ่งจัดโดยกลุ่มมุสลิมอำเภอบ้านกรวด นำโดยคุณมิมโมรา  นวมมี ประธานกลุ่ม ได้ให้ความสำคัญเรื่องศาสนาอิสลามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างกลุ่มคนที่เขาขาดโอกาส และสมควรที่จะใช้โอกาสนี้ ไปในเรื่องราวของศาสนาเป็นอย่างมาก

     ผมในฐานะผู้ที่ทำหน้าที่ผมรู้สึกดีใจที่ โครงการครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำหรับพวกเขา สุดท้ายขอบคุณต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) กับการอนุมัติของพระองค์ ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนโครงการ ขอบคุณ ดร.สุรสิทธิ์  จิตรชอบใจ ผบ.เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เปิดโอกาสให้วิทยากรศาสนาอิสลามได้เข้าไปให้ความรู้ในนั้น

     ขอบคุณอาจารย์สมบัติ (มูฮัมหมัด)  ฮีมมานะ   ที่เข้าไปเป็นวิทยากรเสริมทำให้การเรียนการสอนเข้าถึงแก่ผู้ต้องทุกคน รวมไปถึงสื่อต่างๆ ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องของเราได้ทราบข่าวคราวโครงการในครั้งนี้  ญะซากั้ลลอฮุค็อยร็อน


ท่านพี่น้องท่านต้องการสมทบทุนโครงการดังกล่าวสามารถโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร
ชื่อบัญชี นายมนตรี นวมมี
ธนาคารกรุงเทพ  สาขาบ้านกรวด  เลขที่บัญชี 640-0-22438-9
 
หรือจะจัดส่งสิ่งของเพื่อบริจาค
ส่งมาที่ กลุ่มมุสลิมอำเภอบ้านกรวด (โครงการเรือนจำ)
เลขที่ 178/1 หมู่ 12 ตำบลปราสาท
อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ 31180

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194