หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Who´s who
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ไขยุทธศาสตร์ เปลือยกลยุทธ์ขงเบ้งจิ๋ว Exclusive Interview

สำนักข่าวมุสลิมไทย ไขยุทธศาสตร์ เปลือยกลยุทธ์ขงเบ้งจิ๋ว นครปัตตานีและนูซันตารามีที่มาและที่ไปอย่างไร

ขอขอบคุณท่านพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ที่เปิดห้องทำงาน ให้ผู้สื่อข่าวมุสลิมไทยและคณะ ทั้งหมด 5 ท่าน  ได้ Exclusive Interview นานเกือบ 3 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อความกระจ่างชัดในประเด็นปัญหาต่างๆ

สัมภาษณ์โดย.ราญาอี (บิลังโหลด) ธชยางกูร  

มุสลิมไทย : นครปัตตานีตามแนวคิดของท่านรูปแบบการปกครองเป็นอย่างไร

พลเอกชวลิต : พูดถึงมีความเป็นมายังไงก่อน ผมว่า ประการที่ 1 คือ ที่มีความสำคัญและเป็นที่มาก็คือ มันเป็นนโยบายของทุกประเทศ ที่จะต้องนึกถึงความปรารถนาของประชาชน มันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนเป็นใหญ่ การจะทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชน ต้องรู้ว่าเขาต้องการอะไร ซึ่งไม่มีอะไรจะดีไปกว่าให้เขาดูแลตัวเขาเอง ในหลายๆเรื่อง อาจจะเว้นบางเรื่องที่มีความสำคัญและทำไม่ได้ นอกนั้นทั้งหมดต้องให้เขาดูแลตัวเอง นี่คือที่มาการปกครองโดยพี่น้องประชาชน หรือที่เรียกตามกฎหมายว่าเป็นการปกครองท้องถิ่น

ส่วนเรื่องที่ 2 ที่มีความสำคัญมาก เราต้องให้เกียรติพี่น้อง “เกียรติของพี่น้องมลายูปัตตานี” เขามีประวัติที่ยิ่งใหญ่มานาน เราคงจะรู้ในเรื่องสมัยเก่าแต่ครั้งโบราณสมัย “ลังกาสุกะ” หรือ ปตานี คือเมืองที่ยิ่งใหญ่ ที่นี่เคยได้ชื่อว่า “เป็นระเบียงแห่งมักกะห์” ไม่ใช่ยิ่งใหญ่ในเรื่องทางด้านที่ตั้ง  ทางด้านเศรษฐกิจ หรือความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาการเท่านั้น แต่ปัตตานีมีความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม ศาสนา ภาษา ทางด้านอะไรต่างๆอีกมากมายก่ายกอง ถ้าเราจะเอาความยิ่งใหญ่นั้นกลับคืนมาอีกครั้ง ในยุคสมัยของเรามันจะเป็นสิ่งที่งดงามมากเลย ผมเห็นว่าตรงนี้เป็นจุดที่จะรวมหัวใจของพี่น้องให้มาร่วมกันทำงานให้เสร็จสิ้น ด้วยการเริ่มต้นในสมัยเราก็ให้เสร็จสิ้นให้จนได้ ซึ่งทำได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้ ถ้าทุกคนมีความตั้งใจจริง รวมทั้งได้การสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างชัดเจน

การที่จะดำเนินการอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัญหาที่พูดในเรื่องนครปัตตานี ที่มีความขัดแย้ง เรื่องการให้เกียรติกับคู่กรณีเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ผมรังเกียรติมากเลยในการที่กำหนดหรือมีการระบุ การเขียน ให้เห็น ว่าปัญหาที่เป็นศูนย์กลางของพี่น้องใน 3 จังหวัด คือ ปัญหาการแบ่งแยกดินแดน มีการเขียน มีการระบุ ครั้งสุดท้ายมีการเขียนไว้ในเอกสารของการสัมมนาที่สถานบันพระปกเกล้า มีคนไปเรียนกันเยอะ เขาเชิญผมไปบรรยาย ผมไม่ไป ผมปฏิเสธ ผมรังเกียจตรงนี้

ถ้าตรงที่เป็นปัญหาที่เป็นศูนย์กลาง หรือพูดง่ายๆ คือ เป็นเรื่องสุดท้ายที่ต้องแก้ไข และเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด บอกว่าเป็นเรื่องการแบ่งแยกดินแดนทุกเรื่องจะผิดหมด ทุกอย่างจะถอยหลัง ผมจึงพยายามเสนอถึงการก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่ง ที่ก้าวไปสู่สิ่งที่เป็นปัญหาอย่างแท้จริง นั่นก็คือปัญหาทางด้านจิตใจ

ความขัดแย้งในลักษณะนี้ลักษณะนี่ ที่ไหนก็ที่นั่น เขาพูดกันตลอดเวลาว่าให้เอาชนะหัวใจและความคิด Heart and Mind ของพี่น้องประชาชน ต้องข้ามไปถึงตรงจุดนั้น นั่นคือเป้าหมายที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะฉะนั้นตรงนี้เอง ที่เราเรียกว่า การปฏิบัติการทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องการพัฒนา การเอาใจ การแก้ไขความยากจน ไม่ใช่!

อะไรที่ก้าวเข้าไปสู่การเอาชนะ Heart and Mind จิตใจและความสำนึกคิดของประชาชนในพื้นที่ เราเรียกว่าการปฏิบัติการทางด้านการเมือง นี่คือที่มาทั้งสิ้น ส่วนเหตุผลที่ว่า จะมีองค์ประกอบ จะมีการจัด หรือมีการดำเนินการอย่างไร ผมไม่ขอกล่าวถึง และมักปฏิเสธที่จะพูดถึง เพราะผมเห็นว่าสิ่งนี้เป็นความปรารถนาของพี่น้องประชาชน ต้องให้พี่น้องประชาชนเป็นคนกำหนดรายละเอียดเอง

เพราะ ถ้าพี่น้องประชาชนไม่กำหนดรายละเอียด แล้วเราไปกำหนดให้ ไปอธิบายว่าต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ นั่นเป็นการแสดงถึงความไม่ได้สนใจที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ในสิ่งที่พวกเขา ต้องการ

นี่คือหลักง่ายๆ ของผม นี่คือจุดที่เราต้องการให้พี่น้องประชาชนลุกขึ้นมา แล้วก็มาบอกด้วยตนเองว่า ต้องการอย่างนี้ๆ ซึ่งจะส่งผลให้มาเกิดข้อต่อไปที่สำคัญที่สุด นั่นคือจักรกลของการพูดจาเพื่อแก้ไขปัญหาได้เริ่มขึ้นแล้ว

ใครที่เราจะต้องเจรจาด้วย ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า นั่นคือพี่น้องประชาชน เราจะเห็นได้ว่ามีหน่วยงานหลายๆหน่วยที่บอกว่าไม่รู้จะเจรจากับใคร ก็รู้อยู่ว่าพี่น้องประชาชนคือ เป้าหมาย คือหัวใจ ก็เจรจากับพี่น้องประชาชน เพราะว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนขัดข้องหรือไม่สบายหัวใจนั่นคือเงื่อนไขที่ทำให้พี่น้องของเรา ที่อยู่อีกฝ่ายหนึ่งเขาลุกขึ้นมาปฏิบัติงานได้

ถ้ามาถามว่าเราจะเจรจากับใคร เราก็ต้องเจรจากับพี่น้องประชาชน แล้วเจรจากันในเรื่องอะไร ก็เจรจาในเรื่องที่พี่น้องประชาชนต้องการ เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันอยู่ในตัวเองหมดแล้ว และผมหลายทีแล้ว ขอย้ำอีกทีว่า ในการดำเนินการสิ่งนี้ให้สำเร็จ มันอยู่ที่การให้เกียรติระหว่างกัน ท่านจะเห็นได้ว่า เมื่อ 20 กว่าปีก่อนผมทำงานเกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งของผู้คนในแผ่นดิน ฝ่ายหนึ่งจับปืนต่อสู้กับอีกฝ่ายหนึ่งที่อยู่ในป่า เราไม่เคยพูดเลยว่าฝ่ายพี่น้องที่จับปืนอยู่ในป่าหันกลับมาสู้กับพี่น้องของตัวเองที่อยู่ในบ้านนั้นเป็นศัตรู เราไม่เคยพูด เราบอกว่าเขาคือคนไทย และมีความรักชาติเหมือนพวกเราด้วย แต่ว่าเขาคิดอีกอย่างหนึ่ง เขาเชื่ออีกอย่างหนึ่ง นี่คือการให้เกียรติ ถ้าท่านไม่ให้เกียรติกันจุดเริ่มแรกในการพูดจากันยุติลง ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ตอบคำถามท่าน ว่านี่คือสาเหตุ ความคิด

     มีพวกเราบางคน ที่เป็นน้องนุ่ง ผมเองก็เสียใจเตือนไม่ทัน บอกไม่ทัน อย่างเช่นน้องบัง(พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน) ของผม คือมันไปเผลอพูดเรื่องทบวงฯ (ทบวงบริหารกิจการ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) พี่น้องจากภาคใต้โทรมาเองเลย โทรหาผมเองเลย เอาอีกแล้ว! ชอบพูดแต่เรื่องผู้ปกครอง ชอบให้ความสนใจแต่เรื่องผู้ปกครอง ทำไมไม่ให้ความสนใจกับพี่น้องที่อยู่ภายใต้การปกครอง หรือพี่น้องประชาชนบ้าง นี่คือสิ่งที่ประชาชนเขาพูดกัน เราก็พยายามบอกพยายามพูด พยายามแก้ให้

 มุสลิมไทย : รูปแบบการปกครองของ “นครปัตตานี” แตกต่างจากการปกครองของกรุงเทพมหานคร พัทยา หรือ เชียงใหม่ อย่างไร

พลเอกชวลิต : อยู่ที่พี่น้องประชาชนที่พูดเมื่อซักครู่ อยากให้พี่น้องประชาชนเป็นคนลอง อยากได้ยังไงดี เขาก็จะเริ่มศึกษากันว่าจะเอายังไงดี นี่คือจุดที่จะเปลี่ยนความรุนแรง ให้มาเป็นพูดจากัน โดยไม่รู้ตัว โดยพี่น้องเอง เข้ามาอย่างเต็มที่เลยว่าจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้  ไม่ใช่เป็นการหลอกให้เขาเข้ามา ไม่ใช่ยังงั้น นี่คือสิ่งที่เราเปิดทางออกถึงเจตนารมณ์ของเขาอย่างชัดเจน

ทีนี้ถ้าหากว่าเป็นผมนะ รูปแบบไหนก็ได้ที่ต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตและความเป็นไปที่ตัวเองต้องการ แล้วเราก็มาดูกันว่า อันนี้ขัดต่อกฎหมายโน้นไหม กฎหมายนี่ไหม เพราะฉะนั้นมันจึงต้องเริ่มจากพี่น้องประชาชน ว่าต้องการยังไงบ้าง แล้วเราก็มาเสนอรูปแบบ ซึ่งมีอยู่แล้ว อย่างเช่น อบจ. หรือเป็นพัทยา หรือกรุงเทพฯ หรือเป็นอะไรที่เขากำลังคิดกันอยู่สักอย่าง ซึ่งเราคงจะรู้แล้วว่าเราทำยังไงก็ได้ เพราะมันออกพระราชบัญญัติ มันออกกฎหมายคุ้มครองอยู่

 มุสลิมไทย : หากสามารถนำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติจริงสามารถจะเกิดประโยชน์อย่างไรบ้างกับคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้งพี่น้องทั้งประเทศไทย

พลเอกชวลิต : กลายเป็นว่าภาคใต้เป็นผู้นำในเรื่องการแจกจ่ายอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่สำคัญในการนำไปสู่การปกครอง เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง หรือที่เราเรียกว่าการปกครองที่เป็นธรรม การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข

 มุสลิมไทย : แล้วจะเริ่มต้นกันอย่างไร

พลเอกชวลิต : วันนี้พี่น้องเสนอมาแล้วนะ ให้หาชุดทำงาน ใครก็ได้ที่เป็นพี่น้องประชาชนในพื้นที่และมีความเข้าใจ ไม่ใช่ว่าเราต้องเปิดตัวเขา ที่สำคัญคือต้องมีความตรงไปตรงมาและจริงใจ สิ่งนี้คือสิ่งสำคัญ

 มุสลิมไทย : ปัญหาความไม่ยุติธรรมและการไม่เคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ มันเป็นอย่างไรบ้างในปัตตานี

พลเอกชวลิต : ถ้าเราทำมาให้เป็นองค์กรนครปัตตานี อำนาจในการดำเนินงาน การบริหาร การปฏิบัติการทั้งหมด อยู่ในมือพี่น้องประชาชน มันก็ต้องทำผลประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น นั่นจะตอบปัญหาทุกอย่างเลย

 มุสลิมไทย : ท่านคิดว่าขบวนการผู้ก่อความไม่สงบที่กำลังต่อสู้ทางการเมือง เขาจะยอมรับแนวคิดนี้ไหม เพราะในจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาเชื่อมันถึงจุดพลิกผันที่จะสามารถแบ่งแยกดินแดนได้แล้ว เพราะ OIC, UN กำลังจะเข้ามา เพราะว่ารัฐบาลปล่อยให้ “กองกำลังของพี่น้องชาวพุทธ” มีการเข้าไปฆ่าคนในมัสยิด โดยที่ผู้ฆ่าไม่มีความผิด ไม่ถูกจับกุม ยังคงลอยนวล มีความสุขสบายดี เช่น กรณีไอร์ปาแย หรือกรณีตากใบทมิฬ ที่เจ้าหน้าที่ในประเทศนี้ได้ปฏิบัติต่อพี่น้องมลายู ไม่เหมือนกับการปฏิบัติต่อมนุษย์หรือสัตว์ ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำกับพี่น้องมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการปฏิบัติที่เลวร้ายยิ่งกว่ากับสัตว์! กลุ่มขบวนการเชื่อมั่นว่าภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ คงไม่เกิน 5 ปี หากยังสามารถยั่วให้กองกำลังชาวพุทธ หรือทหารออกมาฆ่าคจนมลายูได้อีก พวกเขาก็จะสามารถแยกดินแดนได้ เพราะจะมีกระบวนการและกลไกแห่งสหประชาชาติ มาช่วยแยกให้กับเขาเอง โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องเสีเลือดเนื้ออีกต่อไป

พลเอกชวลิต : ในตอนต้นอาจมีความรู้สึกอย่างนี้ แต่เมื่อกระบวนการเริ่มขึ้น เขาจะเห็นว่าอันไหนมันดี เพราะฉะนั้นถ้าผมเป็นพี่น้องที่กำลังจับอาวุธต่อสู้ ผมจะต้องทดลองดูสิว่า มันน่าจะเป็นกระบวนการที่ดีกว่า ที่จะนำความสันติสุข นำไปสู่ความยิ่งใหญ่ต่อไปก็ได้ สิ่งที่เราเสนอให้นี้ เป็นการเสนอที่ทุกคนต่อว่ามาก แต่เราบอกว่านี่เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ถ้าคุณไม่เข้าไปอยู่ในหัวใจเขาลำบากเหลือเกินในการดำเนินงาน เชื่อผมสิ คุณมีทุกอย่างพร้อม แต่ถ้าไม่มีใจให้เขา ทุกอย่างก็จะจบ!

 มุสลิมไทย : พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรวมทั้งกลุ่มขบวนการ NGOs. ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคใต้ เขาบอกว่าแนวคิดที่ท่านนำเสนอนี่ มันเป็นแค่เพียงเกมการเมือง ซึ่งท่านแค่ต้องการจะช่วงชิงการนำในการเมืองเท่านั้นเอง มันไม่ใช่แนวคิดของท่านที่มีความจริงใจจริงๆ ที่จะปฏิบัติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านแค่เพียงจะหาช่องทางหรือโอกาสเท่านั้น ท่านว่ายังไงกับเรื่องนี้

พลเอกชวลิต : เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กรือเซะ พอรุ่งขึ้นผมไปอยู่ข้างกรือเซะ และพูดกับพี่น้องเพราะช่วงนั้นพี่น้องมากันเยอะ แล้วผมเสนอทันทีเลยเป็นยุทธศาสตร์ 3 ข้อ ท่านคงจำได้ คือ

ประการที่ 1 เป็นยุทธศาสตร์ที่จะรวมชาติไทยให้เป็นหนึ่งเดียว หนึ่งเดียวที่มันเคยมีความสุข ที่มันเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา ที่เราเรียกว่ายุทธศาสตร์ “ดอกไม้หลากสี” ให้ทุกคนในชาติได้เห็น ไม่ใช่เฉพาะพี่น้องที่ต่างเชื้อชาติที่อยู่ในพื้นที่เท่านั้นเอง ให้คนทั้งประเทศ และคนทั้งโลกจะได้เห็นได้รับทราบ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ 2 คือ จะทำอะไรต่อได้นี่ ต้องอโหสิ ต้องมีความเข้าใจกัน ต้องนั่งพูดจากัน นั่นคือ “ถอยคนละสามก้าว” แล้วจึงนำไปสู่ยุทธศาสตร์ข้อที่ 3 เมื่อทุกอย่างสุกงอมพร้อมแล้ว ทุกคนเข้าใจกันหมดแล้ว

ก็มาสู่ยุทธศาสตร์ข้อสุดท้าย(3) คือ “นครปัตตานี” อันนี้ได้เสนอมาตั้ง 4 ปีแล้วนะ ซึ่งสมัยนั้นคนที่เป็นพรรคการเมืองคนละพรรค เราเป็นรัฐบาล คนที่เป็นรัฐบาลในตอนนี้ก็พรรคฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราได้เสนอ อยู่ในเงื่อนไขที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงอยากยืนยันด้วยเหตุด้วยผล ว่านี่คือมาจากใจ นี่คือสิ่งที่ได้เคยพูดจากันมานานแล้ว แล้วนี่คือความเป็นจริงของหลักการในการเรื่องการเมืองการปกครองที่ถูกต้อง

 มุสลิมไทย : ผมได้ฟังคำบรรยายของท่านที่ปัตตานี ผมประทับใจในเรื่องหนึ่ง คือมหาวิทยาลัยนูซันตารา (Nusantara)  และมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ท่านมีวิสัยทัศน์ หรือจิตนาการในเรื่องนี้อย่างไรที่จะให้พี่น้องเข้าใจว่า ถ้าเรามีมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ และมหาวิทยาลัยนูซันตารา (Nusantara) ที่เป็นตักศิลา หรือศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศในสุวรรณภูมิ อะไรจะเกิดขึ้นในภาคใต้

พลเอกชวลิต : ผมได้เรียนให้ทราบแล้วว่าเราต้องเอาความยิ่งใหญ่ของนครปัตตานีในอดีต กลับมาในยุคเราสมัยเรา อาจจะมีคนมาบอกว่า ทำไม่สำเร็จหรอก ก็ไม่เป็นไรให้เขาว่าไป ให้เราตั้งอกตั้งใจร่วมมือกันทำ ผมว่าสำเร็จๆ

วันนี้คนทั้งโลกกำลังมองอยู่ ว่าเราจะสร้างสิ่งนี้ให้เป็นผลสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่ว่า สงบกัน  ต่อสู้กัน ไม่ใช่ หยุดต่อสู้แล้วมาร่วมกันสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับลูกกับหลานของเราในอนาคตได้ภาคภูมิใจ นี่คือหัวใจที่สำคัญที่สุด ท่านพูดถูก นำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดนี่ เป็นเรื่องที่ถูกที่สุด นำหัวใจอยู่ตรงนี้ นูซันตารา(Nusantara)ไม่ใช่เฉพาะมัสยิดอย่างเดียว เราต้องมีมหาวิทยาลัย (University) ที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเรามี University ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์แล้ว ในขณะเดียวกันเราไม่ได้ทิ้งภูมิบุตร(Bumi Putra) เรากำลังจะสร้าง Structure ในพื้นที่ตรงนั้นให้ประกอบด้วยทุกฝ่ายทุกส่วน แต่เพราะเราอยู่ตรงกลางพอดีที่จะสร้างให้นครปัตตานีอยู่ตรงกลางหัวใจของทุกคน นี่คือสิ่งที่ต้องทำกันให้ได้ ผมขอร้องนะพวกเราทุกคนต้องช่วยทำสิ่งนี้ให้สำเร็จให้ได้ ผมไม่ได้ได้อะไร แต่สิ่งที่เราอยากจะเห็น แหมมันถูกละเลยมากันนานแล้ว ผมว่าวันนี้ทุกคนเข้าใจ วันนี้ทุกคนในแผ่นดินนี้เข้าใจ อาจมีผู้คนไม่เข้าใจบ้าง เช่นพรรคบางพรรคมันก็เป็นเรื่องธรรมดา

 มุสลิมไทย : ในฐานะที่ท่านเป็นนักการทหารเป็นสุภาพบุรุษนักประชาธิปไตยจริงๆ ที่ท่านได้แสดงออกหลายๆครั้ง ที่คนอาจจะประณามท่านเรื่องลาออกต่างๆ ท่านมีความรู้สึกเสียใจไหมต่อ 4 ปีที่ท่านทิ้งไป ในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ทบ. และผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่ท่านกลับไม่เอาช่วงเวลาเหล่านั้นมาปฏิรูปการปกครองให้มาเป็นระบอบประชาธิปไตยจริงๆ ก่อนที่จะมาสู่การเมือง เหมือนกับทหารคนอื่นๆ ชอบปฏิวัติ  ในขณะที่ท่านมีอำนาจเต็มท่านไม่ปฏิวัติ ท่านเสียใจไหมครับ

พลเอกชวลิต : ท่านถามนี่...โอ้โห้..! มันดีจังเลย จริงๆนะ เพราะมันอยู่ในใจผมมาตลอดเลย กำลังคิดว่า “เอ๊ะ..! กูทำผิดหรือเปล่าว่ะ!” (หัวเราะ) แต่ว่าทำไม่ได้ เพราะอะไร? เพราะประการที่ 1 ผมพูดตรงๆเลยนะ ข้อที่สำคัญก็คือ ประสบการณ์ทางการเมืองของผมมันน้อยไป นี่ต้องยอมรับกันตรงๆเลยนะ ไม่ต้องอาย เพราะผมคิดว่า เมื่อออกมามันต้องทำได้และสำเร็จ ด้วยเพราะเราคิดว่าถ้าเรามีความจริงใจรักเมืองรักแผ่นดิน แต่ประสบการณ์น้อยไป

เรื่องที่ 2 ที่ทำไม่ได้เพราะตอนอยู่ในราชการเป็นทหารผมปราบการยึดอำนาจมา 2 ครั้ง 2 หน มนูญกฤตน้องรัก ยังไงมันก็เป็นน้อง มันทำไปไม่สำเร็จแล้วก็เรียกมาเตะตูดทีหนึ่ง แล้วจับมันขึ้นเครื่องบินส่งไปนอก เสร็จแล้วก็ต้องไปช่วยมัน ช่วยให้มารับราชการให้เป็นนายพล เราไม่ได้ฆ่าฟัน เรารู้ว่าเขาผิด อย่างว่านะ เค้าคงหวังดี แต่เขาคิดอีกทางหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะตัวเองปฏิเสธเรื่องนี้(ปฏิวัติ)มาตลอดเวลา

เรื่องที่ 3 ที่คิดว่ามันน่าจะดำเนินการได้ ก็เพราะว่าผมลอง ความเป็นจริงถ้าผมมีเวลาครบสี่ปีผมทำได้ ทำสำเร็จแล้ว อะไรที่ผมต้องทำ ผมต้องทำ ท่านเข้าใจไหมฮะ Government of The People นั่นคือ ประชาธิปไตยใช่ไหมครับ แต่ต้อง by The People นะ เพื่อจะ For The People นึกออกไหมครับ! ผมก็คิดว่า ไอ้ Government of The People  ซึ่งแน่นอน  ก็คือ by The People For The People ผมก็คิดว่า คนไทยนะทำ by The People นี่มา 77 ปี สมัยก่อนพอถึง 2540  ที่ผมมาเป็นนายก ก็หมายความว่าต้องลบไปอีก 10 กว่าปีแล้ว ตอนนั้นสมัยนั้นก็ 60  กว่าปี คนไทยทำมาตั้งแต่ 2475 ถึง 2540 ทำมานานแล้ว ทำ by The People ผลิตรัฐธรรมนูญ มาจนถึงวันนี้เราได้รัฐธรรมนูญมา 18 ฉบับ รัฐธรรมนูญที่สร้างมาเพื่อทำ by The People ต้องอย่างโน้นอย่างนี้ ต้องมีกฎเกณฑ์ ต้องมีองค์กรโน้น องค์กรนี่มาคุม ต้องมีรัฐบาลที่ดี ต้องมีองค์กรพิเศษขึ้นมาควบคุม นี่ by The People นะ ผมก็คิด “ไอ้ห่า” ถ้าเรายังไปยุ่งกับไอ้เรื่องรัฐธรรมนูญอีก “อย่างเก่งเราก็มีฉบับที่ 19 เดี๋ยวก็ถูกฉีกอีก” จะ 20 อีกแล้ว

งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าเรามาเป็นนายกฯแล้ว เราข้าม by The People ไปทำ For The People  ซะก่อน ท่านสังเกตไหมครับ ว่าผมทุ่มเทเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนมาตลอดชีวิต ทุ่มเทมากเลย นั่นคือ For The People แล้วหวังว่าจะถอยหลังมาสร้าง by The People ได้ เหมือนกับเมืองจีนเดี๋ยวนี้ เมืองจีนเดี๋ยวนี้ Government of The People แต่ไม่ใช่ by The People , by Communist Party of China โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไม่ใช่ by The People แต่ว่าเขา For The People และเขาก็พยายามให้สิทธิเสรีภาพ ให้อะไรต่างๆ เพื่อทำ by The People ให้ได้

แต่กอบาช็อฟไม่ได้ทำอย่างนั้น กอบาช็อฟ พอก้าวขึ้นมาเปิดประเทศปั๊บ มันทุ่ม by The People เลย ทำโน้น ทำนี้ ทำนั้น เลยพัง นี่คือสิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจผมมาตลอด ว่า “กูทำได้” ตอนนั้นท่านเห็นใช่ไหมคนยากจนมาล้อมผม 90 วัน กลับไปอย่างมีความสุข สร้างอะไรไว้ให้ ถ้าผมอยู่ต่ออีก 3 ปีนะ อะไรจะเกิดขึ้น

เผอิญที่บอกว่าต้องลาออก เผอิญยั่งงี้ ตอนผมเข้ามาอยู่ ก่อนหน้าผมมา 10 ปีนี่ เมืองไทยขาดดุลการค้ามาตลอด ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด คือหมายความว่าจ่ายเงินมากกว่าได้เงิน ขาดดุลเดินสะพัดที จีดีพี 10% จีดีพี 9% จีดีพี 11% ถ้าเป็นคนนี่เจ๊งไปแล้ว เป็นบริษัทก็ล้มละลายไปแล้ว ตอนผมเข้ามานี่ ผมก็บอกกับเจ้าหน้าที่ทุกคนเลยว่า เราไม่รู้หรอกนะว่าเศรษฐกิจจะเกิดอะไร แต่เพื่อนบอกมามีเพื่อนยกหู(โทรศัพท์)บอกมาว่า “ระวังให้ดีนะชวลิต ยูจะถูกโจมตีค่าเงิน” เพราะค่าเงินมันไม่ได้แกว่งหรอก แต่ว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะเราขาดดุลเงินต้องตก แต่นี่ดันเงินแข็งอยู่นั่นแหละ เพราะอะไร ก็เพราะเขาไม่ยอมเปลี่ยนแปลงค่าเงิน เราบอกให้ปรับค่าเงินมันก็ไม่ปรับ เพราะอะไร เพราะมันเอาเงินมาจากเมืองนอก ดอกเบี้ยถูกเอามาปล่อยในเมืองไทย ดอกเบี้ยแพง เห็นไหมว่ามันเอาแต่เงินเข้ามาจนกระทั่งหุ้นขึ้นเป็น 1,700  ปั่นราคาที่ดินจากไร่ละพันเป็นไร่ละแสน พอถึงเวลาก็เจ๊งนะสิ พอเค้าถอนเงินออก หนี้สินก็มี ค่าเงินตก

นี่คือสิ่งที่บอกเขาแล้ว แต่เขาไม่เชื่อผม “หาว่าผมไม่รู้เรื่องอะไร” เอาล่ะ “มึงไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ” เพราะเราต้องเชื่อมันนี่หว่า พออยู่ต่อมาสักพัก เงินมันไหลออกอย่างที่ว่า และแบงค์ชาติเอาไม่อยู่ ใครก็เอาไม่อยู่ ต้องมาหานายกฯ ให้เราออกไปพูดหน่อยเถอะ! ว่าไม่ลดค่าเงิน รับรองเพื่อจะให้เงินไม่ไหลออก ผมก็ถามว่า แล้วเอ็งทำไมไม่ปรับ มันบอกปรับไม่ได้...! ต้องยืนอยู่อย่างนี้ “ว่ะ! มันเป็นเจ้าหน้าที่ มันเป็นผู้ชำนาญการ” ผมถามว่า “ตกลงเอ็งไม่ปรับแน่นะ” มันตอบว่า “ไม่ปรับ” เราก็ออกไปทุบ จำได้ไหมผมออกไปทุบโต๊ะ ว่านี่นายกพูดน่ะไม่มีการลดค่าเงิน ค่าเงินมันก็หยุดไหลออก

พอไม่กี่อาทิตย์ถือมามือสั่นให้เราเซ็น เราไม่เซ็นได้ไง ถ้าไม่เซ็นเป็นหนี้กันตาย เราก็เห็นว่าถ้าลดค่าเงินเดี๋ยวส่งออกก็ได้มามหาศาล แค่ปีเดียวใช้หนี้หมดหมื่นกว่าล้านเหรียญทำไมจะไม่หมด เดือนหนึ่งได้กำไรพันล้านเหรียญ แทนที่จะขาดดุลกลับได้ดุลแล้วใช่ไหม ปีเดียวใช้หมดหมื่นสองพันล้านเหรียญ ใช้ปีเดียวหมด แต่ว่าพอเซ็นและก็ประกาศไปอย่างนี้ เราก็ต้องรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่ผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูด “OK! ผมอาจจะทำแบบที่มันทำกันอยู่ในทุกวันนี้ หรือที่ผ่านมา คือ กูพูดอย่างทำอย่างแม่งตลอดชีวิตก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรเลย” อาจจะดีก็ได้น่ะ (หัวเราะ)

แต่ด้วยความเชื่อในสิ่งที่เราจะต้องสร้างรูปแบบ ของนักการเมืองที่ดี(พูดแบบลากเสียงยาว) นี่คือสิ่งที่หวัง ที่คิด แต่แทนที่มันจะชื่นชม มันกลับมาว่า... “มึงเดี๋ยวออก เดี๋ยวออกๆ มึงบ้าเรอะ! ออกครั้งแรก รู้ไหมว่า ออกเรื่องอะไรรู้ไหม ออกจาก ผบ.ทบ. ออก 4 ปี ก่อนเกษียณอายุราชการ ออกทั้งแทนจะใช้อำนาจทีมีอยู่ในตอนนั้นทำการปฏิวัติ แต่ผมออกมาเพื่อที่จะทำงานให้ประเทศในครรลองที่ถูกที่ควร ออกมาต่อสู้ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

แต่แทนที่มันจะชื่นชม มันกลับไม่ชอบมาว่า “มีมนุษย์คนไหนเขาออกกันบ้าง ออกมาตอนหรือในขณะที่มีอำนาจ แต่นี่เราออกมาให้เห็น เป็นแบบอย่างในการที่จะต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตย” “มันก็ว่าไม่ดีอีกแล้ว” พอออกครั้งที่ 3 ออกตอนที่คุณสมชายได้สัญญาว่าจะให้ดูแลเรื่องความมั่นคง เราก็โอเค เราก็บอกไปตอนที่จะเข้าไปร่วมทำงานว่า ขอแก้ปัญหา 4-5 เรื่อง

1.จะขอแก้เรื่องความแตกแยกของคนในชาติ 
2.เรื่องปักษ์ใต้
3. เรื่องชายแดนทั้งหมด
4.เรื่องความยากจน

        ขอแก้ 4 เรื่อง พอแก้ได้ 4 เรื่อง ผมก็ไม่ขอยุ่งแล้ว จากนั้นคุณสมชายก็ประกาศว่า “เรื่องความมั่นคง นายกดูแลเองไม่ใช่พลเอกชวลิต” จริงๆ แล้ว ผมจะลาออกตั้งแต่วันที่ท่านประกาศอยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1  ตุลา’  ไปแล้ว แต่ก็ยังกัดฟันอยู่เพราะอยากจะช่วย เพราะเห็นว่าบ้านเมืองกำลังแตกแยก พออยู่ปั๊บรับผิดชอบสั่งการ แล้วมันไม่เป็นหยั่งงั้น  เราก็รับผิดชอบ โทรถึงท่านสมชาย “มันรุนแรงน่ะ ผมต้องรับผิดชอบ” ท่านบริหารไป มันต้องมีคนรับผิดชอบ ผมขอรับผิดชอบ ท่านบริหารไป หากว่าต้องตัดแขนตัดขาเพื่อรักษาชีวิต ผมยอมเป็นแขนขาที่ถูกตัดออกไป เพื่อรักษาร่างกาย บ้านเมืองให้ท่านรับผิดชอบไป มันไม่ยักกะชมเรื่องนี้เลย มันกลับด่าผม หาว่าผมลาออก ทั้งๆ ที่ผมลาออกนี่ มันเป็นสปิริตของนักประชาธิปไตย เมื่อเกิดความผิดพลาด ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ เข้าใจยังครับ!

 มุสลิมไทย : คือผมไม่เข้าใจ...อำนาจในประเทศนี้ กว่าจะได้มาต้องทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจ ปล้นประชาธิปไตย แต่ท่านนี่ ขณะที่ท่านมีอำนาจอยู่ ไม่ว่าตอนที่ท่าน เป็น ผบ.ทบ.,ผบ.สส. เป็นนายก เป็นรองนายก ท่านกลับลาออกอย่างง่ายดาย ผมไม่เข้าใจท่านจริงๆ ว่า ทำไมท่านจึงลาออก เป็นนายก มีเสื้อเขียวไม่กี่คนมาประท้วง ท่านก็ลาออก ทั้งๆที่ท่านสามารถใช้อำนาจนั้นดำเนินอย่าง

ที่เขาเคยทำในประเทศนี้ได้ แต่ท่านกลับลาออก

พลเอกชวลิต : ก็อย่างที่บอกมาแล้วว่า ที่ต้องลาออกเพราะผิดคำพูด นายกรัฐมนตรีที่เข้าใจจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตยจะต้องยึดมั่นในคำพูดของตัวเอง ผิดคำพูดไม่ได้ เมื่อผิดคำพูดก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ตอนที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมบอกเขาว่า ผมไม่ลด แต่สุดท้ายเหตุการณ์บีบังคับให้ผมจำเป็นต้องลด เมื่อผมผิดคำพูด ผมก็ต้องแสดงสปิริตแห่งประชาธิปไตย เหมือนกับที่อารยประเทศเขาทำ คือต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก แม้ว่าผมจะโดนเขาหลอกว่าไม่ลดก็ตาม

เมื่อผมลด ผมก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งนี้ แต่ไม่ใช่ว่า พอผิดคำพูดแล้วออกเลยไม่ใช่ ตั้งแต่กรกฎา’ ผมมาออกพฤศจิกา’ เพราะอะไร เพราะต้องประคับประคองสถานการณ์ทุกอย่างให้ดีขึ้น นึกออกไหม ค่าเงินขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ตลาดหุ้นคงที่แล้ว ได้ดุลการค้ามา 3 เดือนติดต่อกันแล้ว ก็คงจะหมดได้ หนี้สินอะไรมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรในการใช้หนี้ ผมถึงได้ลาออก นี่คือความรับผิดชอบ เราต้องแสดงสปิริตทางการเมืองให้ลูกหลานของเราหรือนักการเมืองได้เห็นว่า การเป็นนักการเมืองต้องมีความสัตย์ซื่อ ต้องมีความยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ ในสิ่งตัวเองคิด พูด นี่คือสิ่งที่ควรยกย่อง ไม่ใช่มาว่ากัน ชวลิต เอาอีกแล้ว ออกอีกแล้วอย่างไร้เหตุผล

มุสลิมไทย: ในสมัยที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเด่น โต๊ะมีนา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โรงเรียนถูกเผาไป 36 โรงในปี 2536 ในสมัยที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โรงเรียนก็ถูกเผาไปอีก 42 โรงหรือถ้าจำไม่ผิดก็ไม่น้อยกว่า 20  โรง พอมุสลิมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วโรงเรียนก็โดนเผาทุกครั้ง ผมมีข้อมูลเชิงลึกบอกว่า การเผาโรงเรียนแต่ละครั้ง ได้มีการสุมหัวกันวางแผนที่อำเภอหนึ่งในภาคใต้ตอนกลาง ไม่ทราบว่า...ฝ่ายความมั่นคงได้บอกกับท่านบ้างหรือไม่ว่า...คนที่ทำหรือผู้อยู่เบื้องหลังเป็นพวกเดียวกัน และชื่ออะไร

พลเอกชวลิต : ความจริงเขาบอกมายิ่งกว่านั้นอีก เขาบอกแม้กระทั่งว่าชื่ออะไรต่างๆ แต่เราจะเชื่อไม่ได้นะลูก...นึกออกไหมฮะ...เราต้องอดทนอย่าไปหวั่นไหว ต้องเชื่อและพยายามสร้างในสิ่งที่ถูกต้อง มันต้องปรามในสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องสอบว่าเรื่องอะไรเป็นอะไรต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าเราหวั่นไหวไปนี่ มันไม่ดีมันเป็นเรื่องใหญ่

แต่ผมอยากจะเรียนว่า ทั้งหมดนี่ สถานการณ์ในทางภาคใต้ “ต้องแก้ด้วยพี่น้องในทางภาคใต้เองเป็นหลัก” นี่คือหัวใจของการแก้ปัญหา อย่าคิดไปแก้ด้วยทางอื่น เช่นไปแก้ด้วยทหาร ตำรวจ หรืออะไรก็แล้วแต่  ไม่ใช่ว่าจะต้องไม่มีตำรวจทหารในพื้นที่ ต้องมี! มากน้อยแค่ไหน ต้องมี แต่หลักในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องให้พี่น้องในพื้นที่เป็นคนแก้ปัญหาเอง นี่คือหัวใจที่ผมพยายามมาเปลี่ยนแนวทาง อธิบายให้ผู้คนได้เข้าใจ แต่คนบางคนไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องพวกนี้ และนี่ก็ยังเป็นข้อขัดแย้งอยู่ ก็ต้องค่อยๆ ทำกันไป ก็ดีใจว่าพี่น้องว่าพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่มีความเข้าใจในสิ่งนี้

 มุสลิมไทย : ในตอนที่มีการฆ่าปิดปากในมัสยิดกรือเซะนี่ กลุ่มขบวนการที่ไปก่อเหตุโดนฆ่าปิดปากในกรณีมัสยิดกรือเซะนี่ และการจับคนผูกเชือกมัดมือแล้วโยนขึ้นไปในลักษณะนอนคว่ำอยู่บนรถจีเอ็มซี 4-5 ชั้น ที่หน้า สภ.ตากใบนี่ ท่านทราบไหมว่า แผนการเหล่านี้เป็นการเจาะยางกลุ่มของท่าน

                ไม่ทราบเลย ไม่ทราบจริงๆ ผมไม่เชื่อน่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้น เอาชีวิตของพี่น้องของพวกเราไปทำอย่างนั้น โอ้โห้...! บาปกรรมมาก บาปกรรม ! ในกรือเซะนั่นนะ ผม...! คิดว่ามันมีความเข้าผิดอะไร บางอย่าง เพราะว่าพี่น้องเอ๋ย...เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น...! พี่น้องถือมีดถือไม้วิ่งเข้าไป ให้ตำรวจทหารที่อยู่ในบังเกอร์ยิงเอายิงเอา ซึ่งมันไม่น่าที่จะเป็นอย่างนั้น  มันต้องมีอะไรสักอย่างที่พี่น้องสามารถที่จะลุกขึ้นมาทำอย่างนั้นได้ นั่นเป็นสาเหตุที่ผมบอกว่า ให้ช่วยทำความเข้าใจ เอาน้ำเอาท่าไปให้ ให้อะไรต่างๆ ประเดี๋ยวคงแก้ปัญหากันได้ แล้วก็ถามพี่น้องไปว่า...ทำไมถึงทำอย่างนี้  ถ้าพวกเขาไม่ถูกยิงเสียชีวิตกันหมด เราก็คงจะรู้ว่า มีเหตุอะไรที่พี่น้องต้องทำอย่างนี้ หากพี่น้องเหล่านั้นมีชีวิตรอดมาได้สักคน เราก็คงจะรู้เหตุผล มีแรงดลใจอะไร มีความคับแค้นใจอะไร ที่ต้องเอามีดไปสู้กับอาก้า เอ็ม. 16

                ส่วนเรื่องตากใบนี่ ผมมีความรู้สึกว่า เจ้าหน้าที่ที่ดำเนินงานนี่ ขาดความระมัดระวัง ไม่เข้าใจในการขนส่งคนจำนวนมาก แล้วก็กองทับกันอย่างพิลึกกึกกือ นั่นคือสิ่งที่น่าเสียใจอย่างเป็นที่สุด เพราะว่าความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ นี่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาล 86 ศพใช่ไหม น่าเสียใจมาก เป็นสิ่งที่ไม่น่าที่จะให้เกิดขึ้น เราน่าจะรู้ และนี่คือสิ่งที่น่าผิดพลาดไปแล้วทั้งนั้น

 มุสลิมไทย : แต่เรื่องนี้ผมคิดต่างจากท่านนะครับ ที่ท่านบอกว่าทหารเหล่านั้นที่ขนส่งคนขาดความระมัดระวังเพราะโดยปกติการขนส่งคน เขาไม่เอาคนมัดมือแล้วจับโยนจับโยนซ้อนกัน 4-5 ชั้นแล้วเอาผ้าใบคลุมทับนะครับ

          พลเอกชวลิต :ใช่...เขาต้องเอาแบบยืนกันไป

 มุสลิมไทย :ใช่ครับ! โยนคว่ำหน้าซ้อนกันหลายชั้น จากนั้นก็เอาผ้าใบคลุมทับอีกที ผมคิดว่า...เขาไม่น่าที่จะไม่ตั้งใจ เพราะว่าคนเหล่านั้น แม้จะเป็นผู้หลงผิดไปบ้าง แต่เขาก็เป็นคน ไม่ใช่สัตว์! สุนัข หมา แมว

พลเอกชวลิต :ใช่...!

 มุสลิมไทย : คนพวกนี้มันเป็นคน แม้แต่หมู เวลาเขาขนย้ายหรือจะเอาไปชำแหละ แหมจะจับซ้อนกันไป เขาก็ใส่ลูกกรงเป็นตัวๆไป หมาที่พ่อค้าหมาที่ อ.ท่าแร่ จ.สกลนคร จะจับไปเชือดที่แผงเนื้อหมาเพื่อขายเนื้อ เขายังมีกระดานรองเป็นสองชั้นบนรถสิบล้อ มันยังมีเสรีภาพที่จะเห่าหอน กระโดดไปมาก่อนที่จะโดนชำแหละ แต่คนนราธิวาสที่โดนหลอกมาให้โดนฆ่า ไม่มีโอกาสนี้ ท่านคิดว่ายังไงบ้างครับเรื่องนี้?

พลเอกชวลิต : ผมไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ มันต้องอยู่ที่กระบวนการ การที่ไต่สวน กระบวนการยุติธรรม ว่าจะทำยังไง ใช่ไหมฮะ ไอ้ตรงนี้  ทั้งหมดมันรื้อได้นี่ มันรื้อขึ้นมาใหม่ได้ เราอย่าเพิ่งไปยอมแพ้ กระบวนการยุติธรรมก็ต้องยุติธรรม มันรื้อกันได้

 มุสลิมไทย :มันยุติธรรมกันยังไงครับ  ในประเทศนี้มันยังมีความยุติธรรมเหลืออยู่หรือครับท่าน

                พลเอกชวลิต : (หัวเราะ) ก็นี่แหละเป็นสาเหตุ ผมเป็นคนพูดเอง ว่าการปกครองที่ไม่เป็นธรรม บ้านเมืองที่มันเป็นปัญหามา 77  ปี ผมพูดมาตลอด และการปกครองที่ไม่เป็นธรรม จึงก่อให้เกิดอะไรๆ ที่ไม่เป็นธรรมได้ตั้งมากมาย น้องก็รู้ดีอยู่แล้วจริงๆ เรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นเรามาช่วยกัน

                แล้วเราก็มาช่วยกันให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวอย่าง ของการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้ได้ พี่น้องต้องช่วยกันให้ได้ และแนวคิดเรื่อง “นครปัตตานี” จะสามารถช่วยให้พี่น้องทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นและเป็นจริงได้ ด้วยตัวของพวกท่านเอง พี่น้องต้องช่วยกันนะครับ*

 *การสัมภาษณ์พิเศษพลเอกชวลิต ไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ เพราะพลเอกชวลิต ได้เปิดโอกาสให้สำนักข่าวมุสลิมไทยได้สัมภาษณ์ท่านเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น จึงมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากมายที่ สำนักข่าวมุสลิมไทย ได้ไขความกระจ่างเกี่ยวกับแนวคิดของท่านและตัวท่านเอง โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคต...ว่าพลเอกชวลิตยอมรับหรือปฏิเสธ หากว่ามีความจำเป็นที่ท่านจะต้องหวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งภายหลังจาการเลือกตั้งที่จะเกิดอีกไม่เกิน 6   เดือนนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.... - สำนักข่าวมุสลิมไทย


ส่วนที่ 1/4


ส่วนที่ 2/4


ส่วนที่ 3/4


ส่วนที่ 4/4

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194