หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ครบรอบ6ปีมัสยิดกรือเซะ...กับความหวังใหม่

ครบรอบ6ปีมัสยิดกรือเซะ...กับความหวังใหม่

วอนรัฐเหลียวแลพัฒนาฟื้นฟูชีวิต-การท่องเที่ยว

ตำนานถล่มมัสยิดกรือเซะ เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความจริงและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลายาวนาน ในประวัติศาสตร์ จากสายตาของคนนอก.. เหมือนพวกเขายังคงใช้ชีวิตได้ตามควร แต่คงไม่สามารถบอกเรื่องราวในใจได้แม้แต่น้อยว่า พวกเขาเป็นอย่างไร การรำลึกถึงอดีตที่เลวร้ายที่เกิดขึ้น และการแก้ปัญหาของรัฐ โดยนำกำลัง ประกอบกับทุก ๆ ปี มักมีการแจ้งข่าวการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 28 เมษายน ที่ผ่านมา “มัสยิดกรือเซะ” นับว่าเป็นการจุดประกายความรู้สึก การให้ความสำคัญกับเหตุการณ์มากเกินไป ซึ่งไม่ได้มีผลดีต่อพื้นที่ หรือความรู้สึกของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สิ่งที่พวกเขารอคอยในปัจจุบันคือความจริงใจจากรัฐที่จะทำอย่างไรให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่างหาก สะท้อนความฝันและหวังว่า เมื่อไหร่สันติสุขที่ทุกคนเคยสัมผัสจะหวนคืนกลับมาสู่พวกเขาอีกครั้ง
   
แม้ว่าหน่วยข่าวกรองหลายภาคส่วน  ต่างให้ความสำคัญกับ วันครบรอบ 6 ปี ถล่มมัสยิดกรือเซะ ด้านประชาชนเองต่างใช้ชีวิตอย่างปกติ ไม่มีการจัดกิจกรรมรำลึกแต่อย่างใด คงเหลือเพียงความเงียบเหงาจากนักท่องเที่ยวที่เคยคึกคักก่อนเกิดเหตุการณ์ ส่งผลต่อการล่มสลายของกลุ่มโอทอปต่าง ๆ การจำหน่ายสินค้าที่ระลึกที่นับวันก็ไม่มีเหลือให้เห็น สิ่งพบเห็นคือเจ้าหน้าที่ถืออาวุธเพื่อป้องกันการก่อการร้าย โดยลืมนึกไปว่าความเป็นประวัติศาสตร์ของมัสยิดแห่งนี้กำลัง    จะถูกลบเลือนไป ความสวยงามภายในที่ถูกตกแต่งหลังจากเหตุการณ์ก็เริ่มจืดจาง มีเพียง นายเปาะจิรง ผู้ดูแลมัสยิดที่นอนเฝ้าดูแลมัสยิดเป็นประจำ มีเพียงคำถามเดียวจากผู้ดูแลมัสยิดว่า “มันเกิดอะไรขึ้นเมื่อ 28 เมษายน 2547 คำตอบที่ทางภาครัฐให้กับประชาชน ยังไม่สามารถตอบได้” 
   
ครบรอบ 6 ปีคือการล่มสลายของวิถีชาวบ้านของกรือเซะ ความคึกคักจากนักท่อง  เที่ยวทั้งชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ไม่หลงเหลือ ซ้ำแล้วย่อมหมายถึงการล่มสลายของร้านค้าขายของที่ระลึกที่รัฐพยายามส่ง เสริมให้เป็นโอทอป กลับไม่ได้รับการดูแล การ  เยียวยาที่รัฐพยายามมอบให้นั้น เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งที่ให้กับผู้สูญเสียชีวิตทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ แต่การเยียวยาที่จะคงไว้ ซึ่งคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้นกลับไม่มี ซึ่งส่งผลให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องไปทำงานยัง  ประเทศเพื่อนบ้าน บางคนลืมไปแล้วว่า 28 เมษายน เป็นวันครบรอบการถล่มมัสยิด   กรือเซะ เพราะตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา  แม้สักวันเดียวพวกเขาไม่เคยลืมภาพที่เจ้าหน้าที่ใช้วิธีการรุนแรงในการปราบปรามผู้ก่อการร้าย แล้วพวกเหล่านั้นคิดจะจัดการกับความทรงจำ เขาเลือกที่จะลืม หรือเลือกที่จะจำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการให้ความหมายต่อเหตุการณ์ พวกเขาคิดเสมอว่าสถานการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้นับจากปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความถี่ของการเกิดเหตุการณ์น้อยลง แต่ความรุนแรงของแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน  ยิ่งทำให้พวกเขาไม่อาจนำเสนอ หรือกล้าที่จะให้คำตอบอะไรได้ ประกอบกับอำนาจมืดยังมีอยู่ในพื้นที่ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินรัฐก็ให้ความคุ้มครองไม่ได้ ความจริงใจของรัฐที่มีต่อประชาชนก็ยังให้ความเชื่อมั่นไม่ได้ ดังนั้นประชาชนก็ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้า คายไม่ออก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังไม่มี หน่วยงานหรือองค์กรใดเข้าไปฟื้นฟูบูรณะเมืองโบราณแห่งนี้ ทั้งนี้อาจจะมีเหตุผลว่า ไม่อยากไปรื้อฟื้นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มากด้วยปัญหาความขัดแย้งกับสยามหรืออยุธยาในยุคนั้น รวมทั้งคำบอกเล่าที่ระบุถึงมัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดแห่งประวัติศาสตร์ มีตำนานที่เล่าขานกันมาว่า มัสยิดกรือเซะ เป็นมัสยิดที่ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันออกกลาง ความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ของปัตตานี มีมัสยิดกรือเซะเป็นส่วนหนึ่งเสมอมา จนกระทั่งเกิด  ความขัดแย้งในเมืองปัตตานี และเกิดสงครามระหว่างสยามกับหัวเมืองมลายูอื่น ๆ และเรื่องราวต่าง ๆ จนกระทั่งถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2375 เป็นต้นมา
    นายแวอุมาร์ แวดอเลาะ กำนันตำบลตันหยงลูโล๊ะ เปิดเผยว่า ครบรอบ 6 ปีจาก    อดีตถึงปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของกรือเซะ ต.ตันหยงลูโล๊ะ ไม่มีเลย เมื่อก่อนร้านค้าต่าง ๆ        เปิดขายกันสร้างรายได้ แต่ปัจจุบันต้องปิดหลายสิบร้าน เพราะการท่องเที่ยวไม่มีใครมา  ขาดการดูแลพัฒนาทำให้ไม่มีแรงจูงใจที่จะดึงนักท่องเที่ยว ส่วนรัฐเองก็ไม่ได้สนใจ ถ้ารัฐพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญหลายสิบแห่งที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องราว เจ้าแม่ โบราณสถานมากมาย ล้วนเป็นประวัติ   ศาสตร์ที่ควรศึกษา รวมทั้งถนนหนทาง ขณะที่ทางชาวบ้านได้เตรียมรองรับอยู่แล้ว ชาวบ้านเรียกร้องอยากให้ท่องเที่ยวเกิดเหมือนเดิม ขณะที่รัฐเยียวยาผู้ที่มีผลกระทบกับสถานการณ์ใต้ แล้วคนกรือเซะทั้งหมดที่ยังมีชีวิตอยู่รัฐยังไม่ได้เยียวยา ทั้งด้านส่งเสริมอาชีพ การท่องเที่ยว การประมง สำคัญมาก  เพราะล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในการดำรงชีวิต ควรให้กำลังใจคนกรือเซะให้เพิ่มขึ้นอาชีพหลักอยากให้ช่วยท่องเที่ยวมีรายได้ เหมือนเดิม ส่วนความปลอดภัยไม่กังวลเพราะประชาชนช่วยกันดูแลอยู่แล้ว เพราะเรื่องนี้ประชาชนต้องแก้ปัญหาด้วยตนเอง
   
ส่วน นางอายีซ๊ะ ยามา แม่ค้าขายอาหารหน้ามัสยิดกรือเซะ เผยว่า ครบรอบ 6 ปีแล้วหรือ แต่ปัจจุบัน ค้าขายไม่เหมือนเมื่อก่อน ขายไม่ได้เลย ร้านค้าปิดหมด คน  มาเที่ยวก็ไม่มีก็เพราะความกลัว เมื่อก่อนขายดีมีลูกน้อง 4-5 คน แต่ก็พออยู่ได้อยากให้นักท่องเที่ยวมาบ่อยเพื่อให้การค้า ขายดีขึ้น ชาวบ้านจะได้อยู่ดีกินดี
   
เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับมัสยิดกรือเซะ สะท้อนให้เห็นถึงความจริงและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลายาวนานในประวัติศาสตร์ จากสายตาของคนนอก... เหมือนพวกเขายังคงใช้ชีวิตได้ตามควร แต่….คงไม่สามารถบอกเรื่องราวในใจได้แม้แต่น้อยว่า เขาเป็นอย่างไร สิ่งที่เขารอคอยในปัจจุบันคือความจริงใจจากรัฐที่จะให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นต่างหาก...สะท้อนความฝันและหวังว่า เมื่อไหร่สันติสุขที่ทุกคนเคยสัมผัสจะหวนคืนกลับมาสู่พวกเขาอีกครั้ง!.

ปาเรช โลหะสัณห์
เดลินิวส์

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194