หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ธุรกิจย่านราชประสงค์เฮ ม็อบเสื้อแดงยุติปุ๊บ-ล้างซวย2วันเปิดบริการทันที
ธุรกิจย่านราชประสงค์เฮ รัฐบาลส่งสัญญาณม็อบแดงยุติสัปดาห์นี้ ดีเดย์ 2 วัน เปิดให้บริการ จี้ “อภิสิทธิ์” เร่งผุดพรบ.การชุมนุมฯ สร้างความมั่นใจนักลงทุนและนักท่องเที่ยวระยะยาว จ่อของบภาครัฐปลุกราชประสงค์ฟื้น อัดการตลาด 6 เดือน ชู 2 แผนเร่งด่วน มั่นใจขาชอปคนไทยฟื้นเร็ว ส่วนนักท่องเที่ยวลากยาว 6 เดือน ระบุชุมนุมยืดเยื้อพนักงานตกงาน 1,000ราย ด้านเซ็นทรัลเวิลด์เล็งอัดโปรโมชัน 80% นาน 3 เดือน
       
       นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) กล่าวว่า จากการเข้ายึดพื้นที่ในบริเวณย่านราชประสงค์ของกลุ่มนปช.ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน กระทั่งปัจจุบัน ล่าสุดมีแนวโน้มว่าการชุมยุมจะยุติในสัปดาห์นี้ จากการที่รัฐบาลไม่ได้ใช้วิธีการสลายการชุมนุม ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับจากรัฐบาลหลังจากวานนี้( 6 พฤษภาคม 53) ทางสมาคมฯได้รับเชิญจากรัฐบาล นำโดยนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อประชุมหารือ และหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ลูกจ้าง และการฟื้นฟูธุรกิจย่านราชประสงค์หลังจากการชุมนุมยุติ
       
       ทั้งนี้กรณีการชุมนุมจบสิ้นในสัปดาห์นี้ หรือภายในวันที่ 9 พฤษภาคม กลุ่มธุรกิจในย่านนี้เตรียมเปิดให้บริการในอีก 2 วัน ขณะที่สมาคมฯ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจค้าปลีก 4 ราย คือ ศูนย์การค้าเกษร,อัมรินทร์,เอราวัณ แบงค็อก และเซ็นทรัลเวิลด์ รวมทั้งหมด 1,000 ร้านค้า กลุ่มโรงแรม 5 ราย ได้แก่ แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ,อินเตอร์คอนติเนนตัล ,ฮอลิเดย์ อินน์ ,โฟร์ซีซั่นส์ และเรเนซองส์ จำนวน 2,500 ห้อง และอาคารสำนักงาน 2 ราย คือ มณียาเซ็นเตอร์ เพรสิเด้นท์ ทาวเวอร์ ได้เตรียมสรุปผลกระทบตัวเลขความเสียหาย และของบประมาณช่วยเหลือจากทางภาครัฐบาลอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าการอนุมัติงบประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อยนั้นไม่เพียงพอ
       
       ทั้งนี้หากเหตุการณ์ชุมนุมยืดเยื้อไปถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม จะสร้างผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมไปทั่วกรุงเทพฯ เพราะได้รับผลกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง ทั้งนี้จากสถานการณ์การชุมนุม 1 เดือน พบว่ามีพนักงานถูกปลด 45 คน และหากยืดเยื้ออีก 1 เดือน พนักงานตกงานเพิ่มเป็น 1,000 คน และมีประมาณการณ์ว่าธุรกิจค้าปลีกและร้านค้าสูญเสียรายได้ 5,244ล้านบาทต่อเดือน แบ่งเป็น ธุรกิจค้าปลีกและร้านค้า 174 ล้านบาทต่อวัน ธุรกิจโรงแรม 600 ล้านบาทต่อเดือน จากจำนวน 3,646 ห้อง พนักงาน 4,300 คน ส่วนพนักงานธุรกิจค้าปลีก 2 หมื่นราย และกลุ่มผู้ประกอบการทั้งหมด 1,700 ราย
       
       สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อน หลังจากสมาคมฯ ได้นำเสนอมาตรการเยียวยาไปทั้งสิ้น 6 มาตรการ โดยเมื่อวันที่ 26 เมษายน คณะรัฐมนตรีมีมติครม.เห็นชอบให้ความช่วยเหลือ 3 มาตรการ ได้แก่ 1.มาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่อง โดยผู้ประกอบการรายย่อยกู้ได้ในวงเงิน 3 ล้านบาทต่อรายในสัปดาห์หน้านี้ 2.มาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือพนักงานและลูกจ้าง ซึ่งในส่วนดังกล่าวทางสมาคมฯ มองว่าการให้วงเงิน 3,000 บาทถือว่าน้อยและอาจทำให้ผู้ประกอบการเลิกจ้างพนักงานได้ 3.มาตรการช่วยเหลือผลกระทบจากการสูญเสียรายได้กิจการในด้านภาษี
       
       ***ชงรัฐบาลเร่งคลอดพรบ.การชุมนุมฯ***
       นายชาย กล่าวว่า สำหรับ 3 มาตรการที่ภาครัฐบาลยังไม่ตอบรับนั้น ตนเองมองว่า การออกพรบ.การชุมนุมสาธารณะ เป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อออกกฎหมายบังคับใช้ควบคุมการชุมนุมไม่ให้เกิดความรุนแรง และจะเป็นมาตรการที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวในระยะยาว ส่วนอีก 2 มาตรการ คือ การประกันวินาศภัย และมาตรการฟื้นฟูธุรกิจย่านราชประสงค์ ซึ่งได้หารือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างวางแผนการตลาดในระยะ 6 เดือน และของบประมาณสนับสนุนจากทางภาครัฐ เพื่อกระตุ้นธุรกิจย่านราชประสงค์ให้กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยคนไทยที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้เร็ว ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศคาดว่าต้องใช้เวลา 6 เดือน จากปัจจุบันธุรกิจราชประสงค์มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 50%
       
       สำหรับมาตรการฟื้นฟูของภาคเอกชนวางไว้ 2 แนวทาง คือ 1.แผนการปรับปรุงพื้นที่และสิ่งแวดล้อมในย่านราชประสงค์ 2. แผนกิจกรรมการตลาด แคมเปญการตลาด ช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และที่พัก ที่ผู้ประกอบการจะรวมตัวกันจัดอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ ในเบื้องต้นเตรียมจัดงานแกรนด์ เซลล์ ครั้งใหญ่ เดือนมิถุนายน นี้
       
       ล่าสุดภาคเอกชนได้จัดตั้ง “RSTA Call Center” ขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการในการประสานงานและรวบรวมข้อมูลความเดือดร้อนส่งต่อให้ภาครัฐ โดยเป็นศูนย์กลางรับขึ้นทะเบียนขอรับการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการในย่านราชประสงค์ และบริเวณใกล้เคียง ติดต่อได้ที่ 085-4846471-3 ในเวลา 09.00-17.00 น.ทุกวัน
       
       “ทุกวันนี้ผู้ดำเนินธุรกิจในราชประสงค์ เหมือนตัวประกันอยู่แล้ว ภาคเอกชนไม่มีแผนสำรองรองรับหากเหตุการณ์ชุมนุมยืดเยื้ออีก และก็ไม่ได้มีอะไรที่สร้างความมั่นใจว่าจะยุติในสัปดาห์นี้จริงหรือไม่ แต่รู้สึกว่าสบายใจขึ้นที่ทุกอย่างกำลังคลี่คลาย”
       
       ***ม็อบยุติเซ็นทรัลลดราคา80%นาน3เดือน***
       นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนช่วยเหลือร้านค้าเช่าในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่มีอยู่กว่า 500ร้านค้า ได้มีการจัดแคมเปญ ป๊อป อัพ รีเทล หรือการจำหน่ายสินค้าลดสูงสุด90% เพื่อให้ผู้เช่าที่อยู่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้นำสินค้าเข้าไปจำหน่ายยังศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.-30พ.ค. โดยมีผู้เช่านำสินค้าเข้าไปจำหน่าย 20% ของจำนวนร้านค้าเช่าที่มีอยู่ทั้งหมด
       
       นอกจากนี้ในวันที่ 7 พ.ค.นี้บริษัทยังมีแผนที่จะเรียกผู้เช่าทั้งหมดเข้ามาร่วมหารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลที่ได้เข้าไปเสนอต่อภาครัฐขอความช่วยเหลือ เบื้องต้นอยากให้ภาครัฐเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยด้านภาษี และการให้เงินกู้ แต่ทั้งนี้การเข้าไปเสนอมาตรการดังกล่าวต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นด้วย
       
       การเลื่อนระยะเวลาการปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าวเป็นวันที่ 30 พ.ค.นี้ จากเดิมจะเปิดให้บริการถึงวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งเลื่อนมาจากกำหนดการเดิมที่จะปิดให้บริการในวันที่ 24 เม.ย.นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งแผนการดำเนินงานในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เบื้องต้น
       และชดเชยการสูญเสียโอกาสทางการขายที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ต้องปิดให้บริการไปตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีแผนใช้สถานที่ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล สาขาพระราม 3, ปิ่นเกล้า และแจ้งวัฒนะ เป็นที่พื้นขายเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
       
       สำหรับการปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 1,200 ล้านบาทต่อเดือน โดยบริษัทมีแผนจัดกิจกรรมการตลาดในรูปแบบแคมเปญใหญ่ในระยะ 3 เดือน ภายหลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมยุติและศูนย์การค้าเปิดให้บริการตามปกติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับศูนย์การค้าและย่านราชประสงค์ คาดว่าใช้งบไม่ต่ำกว่า 300ล้านบาท โดย 100 ล้านบาท จะมาจากงบการตลาดของบริษัท และอีก 200ล้านบาทจะมาจากพันธมิตรทางธุรกิจในด้านต่างๆ
       
       “ภายหลังจากศูนย์เปิดให้บริการเราจะมีการทำโปรโมชั่นภายในศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบส่วนลดสูงสุด 80% ทั้งศูนย์การค้าตลอดระยะเวลา 3 เดือน นอกจากนี้เรายังอยากร่วมมือกับภาครัฐจัดงานใหญ่แบบปิดถนนขายของ และยกการจัดงานไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์มาจัดที่นี่จากเดิมจะจัดที่อิมแพค เมืองทองธานี” นายณัฐกิติ์กล่าว
       
       แม้ว่าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จะสูญเสียรายได้จากการปิดศูนย์การค้า แต่ในส่วนของศูนย์การค้ารอบนอกเช่น ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า และแจ้งวัฒนะ มีรายได้เติบโตจากปกติไม่ต่ำกว่า 15-30% ทั้งนี้แม้ว่ามีการเลื่อนระยะเวลาในการปิดให้บริการสาขาลาดพร้าวช้าลง แต่แผนการปรับปรุงและเปิดให้บริการยังคงเป็นไปตามแผนการดำเนินงานเดิมคือ แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ พ.ย. นี้ เนื่องจากติดสัญญาในเรื่องของการเช่าพื้นที่กับการรถไฟแห่งประเทศไทย
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194