หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ข้าวเหลือตันละ4พัน พณ.เล็งปรับสูตรคำนวณราคาอ้างอิงใหม่

ข้าวเหลือตันละ4พัน พณ.เล็งปรับสูตรคำนวณราคาอ้างอิงใหม่

พณ.เล็งปรับสูตรคำนวณราคาอ้างอิงข้าวใหม่ “ฟลอร์ ไพร้ซ์” แก้ปัญหาราคาตก เตรียมชง กขช.วันนี้ นายกสมาคมชาวนาโวย ราคาข้าวเหลือแค่ตันละ 4 พันบาท ชี้ ราคาที่เหมาะสมควรอยู่ที่ตันละ 1 หมื่นบาท ขณะที่ชาวไร่อ้อยเดือดร้อนหนัก น้ำเพาะปลูกไม่เพียงพอ ฉุดผลผลิตร่วง กนอ.เร่งรับมือภัยแล้ง เตรียมปล่อยสินเชื่อ 2,000 ล้าน
       
       นายพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์gเตรียมจะเสนอสูตรคำนวณเกณฑ์ราคากลางอ้างอิงข้าวเปลือก เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายข้าว (กขช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันนี้ หลังจากการประชุมของคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์ราคากลางอ้างอิงโครงการการประกันรายได้เกษตรข้าวเปลือกซึ่งมีการประชุมในวานนี้ ได้ข้อสรุปว่าราคาอ้างอิงที่จะเสนอเป็นสูตรใหม่จะเป็นราคาเฉลี่ย ระหว่างราคาอ้างอิงย้อนหลัง 3 เดือน ณ วันใดวันหนึ่ง และราคาส่งมอบของตลาดสินค้าซื้อขายล่วงหน้า หรือ “ฟลอร์ ไพร้ซ์” อย่างไรก็ตามในการนำเสนอให้ กขช.พิจารณานั้น กระทรวงพาณิชย์ ก็จะเสนอราคาที่เป็นข้อเรียกของสมาคมชาวนาไทยให้ กขช.พิจารณาประกอบด้วย
       
       ด้านนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า ชาวนายังไม่พอใจกับเกณฑ์กำหนดราคาดังกล่าว เพื่อนำออกมาแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เนื่องจากมองว่าแนวทางที่รักษาประโยชน์ทางการค้า มากกว่าแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนา และหวังว่า กขช.จะใช้เกรณฑ์ตามอ้างอิงตามราคาตลาดตามที่สมาคมชาวนาไทยเสนอ
       
       ขณะนี้ราคาข้าวตกต่ำอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่า บางพื้นที่เหลือประมาณตันละ 4,000 – 5,000 บาทเท่านั้น ในขณะนี้ราคาอ้างอิงที่ประกาศโดยกระทรวงพาณิชย์เป็นราคาที่สูงเกินจริง ทำให้ไปชาวนาที่ขึ้นทะเบียนการประกันราคาข้าวได้ส่วนต่างราคาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น จึงควรจะประกาศราคาให้ใกล้เคียงกับตลาดประมาณกว่า 7,000 บาท ชาวนาก็จะได้เงินประกันที่สูงขึ้น โดยรวมกับเงินประกันแล้วชาวนาไม่ควรได้ต่ำกว่า 10,000 บาท ในขณะเดียวกันราคาตั้งโต๊ะรับซ้อก็ควรสูงกว่าราคาอ้างอิง เพื่อดึงราคาตลาดให้เพิ่มขึ้น โดยควรจะสูงกว่า 9,000 บาท
       
       “ราคาข้าวที่ชาวนาอยู่ได้ โดยรวมไม่ควรจะต่ำกว่า 10,000 บาท ดังนั้น ไม่ว่ารัฐจะเข้ามาช่วยเหลือแนวทางใด ก็ควรจะรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท หากไม่เข้ามาช่วยเหลือ ชาวนาอาจะไม่สามารถอดทนได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้พูดคุยกันว่าภาวะบ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ก็ไม่อยากชุมนุมกันอีก ดังนั้น รัฐควรจะหาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว”
       
       นายกสมาคมชาวนาไทย ยังระบุด้วยว่า กระบวนการตั้งโต๊ะรับซื้อยังมีน้อยมาก ชาวนาไม่ค่อยรับรู้และโรงสีก็ไม่กล้าให้ความร่วมมือ เพราะหากรับซื้อไปแล้วรัฐจะจัดการกับการสตอกข้าวอย่างไร ดังนั้น รัฐบาลควรกำหนดให้โรงสีนำข้าวใหม่ที่รับซื้อมาแลกกับข้าวเก่า เพื่อเป็นการระบายข้าวของรัฐออกไปด้วย พร้อมไปกับแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ในขณะเดียวกันเมื่อรัฐบาลจะแก้ปัญหาทั้งหมดแล้วก็ควรจะไปแก้ปัญหาที่เกษตรกรขายข้าวได้ราคาต่ำในช่วงก่อนที่ กขช.จะเข้ามาแก้ปัญหาด้วย เพราะไม่ใช่ความผิดของชาวนาที่ขายข้าวออกไปก่อน
       
       มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับราคาฟลอร์ไพรซ์ ที่กระทรวงพาณิชย์ จะใช้กำหนดเป็นราคากลางในการรับประกันราคา และแก้ไชปัญหาราคาข้าวตกต่ำนั้น จะใช้เป็นราคาอ้างอิง ข้าวเปลือกเจ้า 5% ความชื้นไม่เกิน 15 % ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 8,918 บาทต่อตัน สูงกว่าราคาตลาด แต่เกษตรกรส่วนใหญ่มองว่าแม้ราคาประกันจะสูงกว่าราคาตลาดเมื่อขายข้าวแล้วเกษตรกรจะขายได้ต่ำกว่า 7,000 บาทต่อตัน ดังนั้นจะให้ กขช.พิจารณาราคาข้าวให้เหมาะสม ซึ่งมี 2 แนวทางคือ เกณฑ์อ้างอิง 8,918 บาท รัฐบาลชดเชย 1,082 บาท อีกแนวทางประกาศราคาข้าวอ้างอิงอัตราตลาดประมาณ 7,200 บาทต่อตัน รัฐบาลชดเชย 2,800 บาท ซึ่งรัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง จึงขึ้นอยู่กับ กขช.ตัดสินใจว่าจะใช้อัตราอ้างอิงแบบใด
       
       **ไร่อ้อยอ่วมภัยแล้ง รอสินเชื่อ2พันล.
       
       นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) กล่าวว่า ในวันที่ 27 เมษายน 2553 นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย(กท.) เพื่อรับรองร่างระเบียบเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยในการจัดหาแหล่งน้ำวงเงิน 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำ 2% เป็นการเร่งด่วน เพราะหากไม่เร่งดำเนินการอาจกระทบต่อผลผลิตอ้อยในฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 ให้ลดต่ำกว่าผลผลิตอ้อยฤดูกาลผลิตปี 2552/2553 ที่อยู่ระดับ 68 ล้านตัน ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีความผิดปกติมาก จากสภาพอากาศที่แล้งทำให้อ้อยในหลายพื้นที่มีอาการใบห่อแล้ว ถ้าปล่อยไว้สุดท้ายก็จะตาย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานได้รับผลกระทบหนักที่สุด จึงต้องเร่งแก้ไขด่วนก่อนที่จะได้รับความเสียหายมากกว่านี้
       
       นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ ประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ชาวไร่อ้อยกำลังประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้ไร่อ้อยที่อยู่ในพื้นที่แห้งแล้งเกิดปัญหาหนอนกินยอดอ้อยแล้ว ถ้าไม่มีฝนตกลงมาในช่วงนี้ก็จะสร้างความเสียหายให้กับชาวไร่อ้อยมาก และอาจเห็นปริมาณผลผลิตอ้อยปี 2553/2554 อยู่ที่ระดับ 50 ล้านตัน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับที่มีการขยายพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เห็นด้วยกับแนวทางแก้ไขระเบียบกองทุนฯเพื่อดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งเร่งด่วน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างร่างรายละเอียดของโครงการ คาดว่าไม่เกินเดือนเมษายนนี้จะได้ข้อสรุป และสามารถดำเนินการได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2553 นี้
       
       ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า ชาวไร่อ้อยใน จ.สุพรรณบุรี ได้ทำเรื่องไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยทำฝนเทียมให้ แต่เบื้องต้นพบว่ามีปัญหาความชื้นในอากาศไม่เพียงพอ โดยหวังว่ากองทุนฯน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในการแก้ปัญหา

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194