หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
แดงหันรบกันเอง/ตะเพิด3เกลอพ้นเวที/"ทักษิณอ้อน"ชุมนุมต่อ/บุกเทเลือดบ้านนายกฯ

แดงหันรบกันเอง/ตะเพิด3เกลอพ้นเวที/"ทักษิณอ้อน"ชุมนุมต่อ/บุกเทเลือดบ้านนายกฯ 
                  การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) เพื่อขับไล่รัฐบาลดำเนินเข้าสู่วันที่สามแล้ว ล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมและส.ส.พรรคเพื่อไทยได้พร้อมใจกันบริจาคเลือดคนละ 10 ซีซี โดยตั้งเป้าให้ได้จำนวน 1 ล้านซีซี แต่กลับได้เลือดบริจาคเพียง3.4 แสนซีซีเพื่อนำไปทำมนต์ดำ พิธีไสยศาสตร์เทเลือดที่บริเวณประตูทำเนียบรัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับสาปแช่งรัฐบาลอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน       

                เมื่อวันที่ 16 มี.ค.53 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ แกนนำฯได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้าตรู่ โดยเชิญชวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันบริจาคเลือดคนละ 10 ซีซี เพื่อให้ถึงเป้าที่ตั้งไว้จำนวน 1 ล้านซีซี

                โดยมีนายวีระ มุสิกพงศ์ เป็นผู้นำเจาะเลือด ก่อนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ และแกนนำเสื้อแดงคนอื่นๆ ได้ทยอยร่วมบริจาคเลือดท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือของผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นระยะ

                นายวีระ กล่าวว่า การสละเลือดครั้งนี้ไม่ใช่การช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ หากแต่เป็นการหลั่งเลือดทาแผ่นดิน เพื่อประกาศการต่อสู้ต่อพระแม่ธรณี ซึ่งเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ถือว่าการหลั่งเลือดเป็นไปตามวิถีทางบรรพบุรุษที่หลั่งเลือดทาแผ่นดินในครั้งโบราณ ซึ่งแนวทางนี้เป็นเรื่องของอหิงสา ต้องการให้เลือดที่หลั่งออกมานำไปทาที่ธรณีประตูทำเนียบรัฐบาลทุกบาน เพื่อสื่อให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสียสละอำนาจบริหารให้ประชาชน และทวงคืนประชาธิปไตย แต่ถ้าการสละเลือดยังไม่ได้ผล แกนนำก็ต้องทบทวนหาวิธีการที่เหลืออยู่สำหรับการต่อสู้แนวทางสันติ อหิงสา ต่อไป

                -ส.ส.เพื่อไทยร่วมหลั่งเลือด

                ส่วนที่รัฐสภา ส.ส.พรรคเพื่อไทยประมาณ 60 คน นำโดยนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ร่วมกันจุดธูปสักการะอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าห้องประชุมรัฐสภา พร้อมทั้งยืนยันว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะขอสละเลือดเช่นเดียวกับประชาชนที่สละเลือดเพื่อต่อสู้ให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย

                จากนั้นนายวิทยาได้นำ ส.ส.ออกจากรั้วประตูรัฐสภา เพื่อไปเจาะเลือดด้านหน้ารัฐสภาซึ่งมีกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่ ทั้งนี้ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ปราศรัยกับคนเสื้อแดงระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากรพ.นวนคร จ.ปทุมธานีมาทำการเจาะเลือด โดยระบุช่วงหนึ่งว่า จะนำเลือดที่ส.ส.เจาะมาบางส่วนไปทาเก้าอี้นาย อภิสิทธิ์ ในห้องประชุมสภา เพื่อให้นายอภิสิทธิ์นั่งทับเลือด

                จากนั้นนายวิทยา และ ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย เป็น 2 คนแรกที่เจาะเลือด ตามด้วย ส.ส.หญิง อาทิ นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย นาง บุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์ และ ส.ส.คนอื่นๆ ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชน และผู้ชุมนุมจำนวนมาก                           กระทั่งในช่วงบ่าย นายสุนัย ได้นำรูปของนายอภิสิทธิ์มายังบริเวณที่มีการเจาะเลือดและนำไปผูกติดกับเสาหน้าประตูทางเข้าสภาฯ ก่อนที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.

เชียงใหม่ ได้นำเลือดของตนเองที่เจาะออกมาแล้วไปฉีดใส่ที่รูปบริเวณตาของนายอภิสิทธิ์

                -รีดเลือดได้แค่3.4แสนซีซี

                ด้านนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง ระบุว่า เลือดที่ได้รับบริจาคมีประมาณ 3.4 แสนซีซี จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงได้นำเลือดทั้งหมดแบ่งใส่ถังน้ำขนาด 5 ลิตรจำนวน 37 ถัง ถังน้ำขนาด 20 ลิตร จำนวน 3 ถัง

                กระทั่งเวลาประมาณ 16.20 น.ผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงได้เดินทางมายังบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยนายจตุพร พร้อมด้วยชายแต่งกายคล้ายพราหมณ์ ได้เดินเข้ามาบริเวณประตู 2 ของทำเนียบ เพื่อทำพิธีการทางไสยศาสตร์ โดยทำการท่องมนต์คาถา ก่อนเทเลือดบริเวณหน้าประตู 2 และนำเลือดไปเขียนบริเวณเสาของประตู ก่อนที่จะนำเลือดไปเทที่ประตูอื่นๆ รอบทำเนียบ โดยมีพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เข้ามาดูแลสถานการณ์พร้อมเจรจากับคนเสื้อแดงบริเวณสะพานชมัยมะรุเชษฐ์ เพื่อไม่ให้รุกเข้ามาภายใน

                -แช่งประเทศชาติฉิบหาย

                ด้านนายสักระพี พรหมชาติ พราหมณ์เสื้อแดงที่มาทำพิธี กล่าวว่า เป็นการทำพิธีอัปมงคลให้ครม.ชุดนี้ และประเทศชาติฉิบหาย รวมทั้งทุกๆ คนในประเทศด้วย ไม่เว้นแม้แต่ตัวพราหมณ์เองด้วย แต่ทางแก้ผู้กระทำจะต้องมาแก้พิธีเอง โดยใช้นางรำและเท้ามหาพรหม ซึ่งการทำพิธีครั้งนี้ทำในประตูหลัก 2 ประตูคือประตูทางเข้าและทางออก ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อใคร แต่ใช้คำว่าคณะผู้บริหารบ้านเมืองและอำมาตย์ อย่างไรก็ตาม ถ้ารัฐบาลยุบสภาในวันนี้ พรุ่งนี้ ก็จะมาทำพิธีแก้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ ก่อนจะมาทำพิธีได้ปรึกษาพ่อซึ่งเคยเป็นพราหมณ์ในพระราชวัง แต่พ่อบอกว่าการทำพิธีดังกล่าว ไม่ได้เป็นผลดีกับใครเลยในประเทศชาติ และการทำพิธีด้วยธูปดอกเดียวก็เหมือนเป็นการไหว้คนตาย

                -ลุยสาดพรรคประชาธิปัตย์      

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่กลุ่มเสื้อแดงทำพิธีเสร็จได้เคลื่อนขบวนไปยังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเทเลือดเช่นเดียวกับที่ในทำเนียบรัฐบาล โดยมีขบวนรถจักรยานยนต์จำนวน 400-500 คน นำหน้า

                กระทั่งเวลาใกล้ 18.00 น. กลุ่มเสื้อแดงได้เดินทางมาพร้อมกันหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะพยายามดันประตูสิ่งกีดขวางเข้าไปในพรรค จึงเกิดการดันกับเจ้าหน้าที่อยู่พักหนึ่ง กระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องยอมให้ทำพิธีเทเลือดหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะสลายตัวกลับไปชุมนุมต่อที่สะพานผ่านฟ้าฯ

                ขณะที่นายจตุพรระบุว่า ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ จะนำเลือดที่เหลือไปสาดที่บ้านพักนายก

ฯ หากยังไม่ยอมยุบสภา

                -พราหมณ์ชี้เทเลือดเป็นมนต์ดำ

                พระราชครูวามเทพมุนี แห่งเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ผู้นำคณะพราหมณ์ประจำสำนักพระราชวัง กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงได้ประกอบพิธีด้วยการนำเลือดป้ายบริเวณเสาและประตูทางเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาล ในระหว่างการเทเลือดที่รวบรวมจากผู้ชุมนุม ว่า เชื่อว่าการกระทำดังกล่าว อาจจะทำให้คนเข้าใจว่าเป็นพิธีทางพราหมณ์ ด้วยผู้ประกอบพิธีสวมใส่ชุดมีลักษณะคล้ายชุดพราหมณ์

                ข้อเท็จจริงในการประกอบพิธีทางพราหมณ์ในปัจจุบัน นิยมประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลเท่านั้น แต่การกระทำพิธีที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่จัดว่าเป็นพิธีมงคล เพราะใช้เลือดเป็นสื่อในการทำพิธี ดังนั้น อาจเชื่อได้ว่าพิธีที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้กระทำนั้น ไม่ใช่พิธีพราหมณ์ที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในอดีตเคยมีการประกอบพิธีพราหมณ์เพื่อหวังผลในทางไสยศาสตร์หรือเป็นมนต์ดำ แต่ยุคปัจจุบันไม่ได้รับการยอมรับแล้ว

                -ผู้ชุมนุมลดเหลือแค่หมื่น

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ศูนย์การข่าว ศอ.รส.ได้รายงานสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่สะพานผ่านฟ้า เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาให้รับทราบ โดยบรรยากาศของการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศและพื้นที่ใกล้เคียง เวลา 10.00 น.มียอดประมาณ 11,000 คน โดยแยกได้ดังนี้ สนามหลวง 500 สำนักงานสลากกินแบ่งแยกคอกวัว 500 คน แบ่งแยกคอกวัวถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย500 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงผ่านฟ้า 500 หน้าเวที 500 คน สะพานผ่านฟ้าถึงสะพานมัฆวาน 2,000 คน แยกสะพานมัฆวานถึงลานพระบรมรูปทรงม้า 2,500 คน ลานพระบรมรูปถึงรัฐสภา 4,000 คน     

-เสธ.แดงแขวะ “ตู่”เผาตัวเอง

                ด้านพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ให้ผู้ชุมุนมเจาะเลือด ขอให้ประชาชนอย่าเข้าใจผิด เพราะท่านไม่เคยสั่งให้ประชาชนเสียเลือดเนื้อ แต่เป็นแนวความคิดของแกนนำนปช.เอง หากกรีดเลือดแล้วรัฐบาลไม่ยุบสภาจะทำอย่างไร นายจตุพรไม่ต้องเผาตัวเองเลยหรือ

                “ขนาดกลุ่มยังเติร์กที่เคยสู้กับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มา 30 ปี สู้ตั้งแต่หัวดำยันหัวขาวยังไม่ชนะ แล้ววันนี้มีแค่ชุมนุมแล้วร้องเพลงหวังจะให้เขาอกแตกตาย ไม่มีทางเป็นไปได้ การสู้ของแกนนำนปช.กับป๋าเปรมวันนี้เหมือนหมาเยี่ยวลดภูผา วันนี้นปช.สู้ไม่ได้ ก็ควรยอมรับ นำประชาชนถอยทัพกลับไป แล้วควรจะมีการจัดทัพใหม่ โดยที่กลุ่มนปช.จะมารวมกับกองกำลังประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (กปช.) เพื่อร่วมรบใหม่ ที่จะใช้เวลาเพียง 3 วันในการทำการรบคือ วันที่หนึ่ง ปิดล้อมรัฐสภาวันที่สอง เรียกประชุมสภานำรัฐธรรมนูญฉบับ 40 กลับมาใช้ และวันที่สาม จัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อนำพ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศ และล้างไพ่ใหม่ให้หมด ซึ่งยุทธวิธีของเสธ.แดงไม่เคยแพ้ใคร”

                -แย้มชื่อแกนนำรุ่นใหม่

                นอกจากนี้ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า หากกลุ่มแกนนำนปช.ยอมรับว่า หมดความชอบธรรมในการนำคนเสื้อแดงต่อสู้ เพราะนำคนเสื้อแดงรบแพ้มาถึง 2 ครั้งแล้ว ดังนั้นแกนนำควรจะถอย เพื่อมอบอำนาจให้กับแกนนำกลุ่มใหม่ จึงขอมติจากกลุ่มคนเสื้อแดงทั่วทุกจังหวัดว่า จะให้อำนาจกับนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และนายสุพร อัตถาวงศ์ เป็นแกนนำชุดใหม่ ในการนำทัพคนเสื้อแดงกลับมารบใหม่หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี แกนนำพรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับตน และให้ตนเป็นฝ่ายเสนาธิการในการคุมทัพ

                “โดยจะมีการนำทัพจัดมารบใหม่ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ จะมีการรวมพลในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 30 เม.ย.นี้ เพราะวันนั้นเป็นวันที่ทหารเกณฑ์ผลัด 1/51 จะถูกปลดประจำการทำให้ในหน่วยทหารเหลือเพียงพลทหาร 3 ผลัดคือ ผลัด 2/51 ผลัด 1/52 และผลัด 2/52 ดังนั้นถ้าหากอยากจะชนะ ครอบครัวคนเสื้อแดงต้องให้ความร่วมมือ อย่าส่งลูกหลาน เข้ากรมกอง และเมื่อไม่มีทหารออกมาปราบ กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะเป็นฝ่ายชนะ และหากรัฐบาลคิดจะสู้ คงจะมีการนองเลือดแน่นอน ดังนั้นรัฐบาลควรยุบสภาตั้งแต่มีการจัดทัพรบใหม่ ซึ่งการต่อสู้ครั้งต่อไป ทั้งพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย และพล.อ.พัลลภ ก็เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว”

                - “แดงสยาม”จี้ยุติการชุมนุม

                ขณะที่นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม กล่าวว่า แนวทางการต่อสู้ของสามเกลอมีแต่จะทำให้แพ้ ไม่สามารถโค่นล้มอำมาตย์ได้แต่ควรใช้แนวทางการปฏิวัติตามที่นายจักรภพ เพ็ญแข เคยเสนอต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะต้องเปลี่ยนทั้งโครงสร้าง ซึ่งล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีความเชื่อว่าแนวทางปฏิรูปที่จะให้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาเป็นแนวทางที่จะทำให้ชนะได้ แต่ถึงวันนี้แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ คงรู้แล้วว่า ต่อให้กลุ่มคนเสื้อแดงสามเกลอ สามารถทำให้รัฐบาลยุบสภาได้ ก็เป็นเพียงการชนะด้วยข้อเรียกร้อง แต่แพ้ยุทธศาสตร์ ต่อให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลได้ ก็จะแพ้พวกอำมาตย์อยู่ดี ทั้งนี้เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ คงคิดได้ และคงเปลี่ยนแนวทางเป็นการต่อสู้แบบปฏิวัติเหมือนสมัย พ.ศ. 2475 เหมือนที่กลุ่มแดงสยามเสนอ

                “แกนนำสามเกลอแดงทั้งแผ่นดินจะต้องยุติเวทีทันที เพราะหากยื้อไปต่อเป็นวันที่ 4 วัน เอาเลือดไปราด ก็จะเหลือแต่เต็นท์ เพราะเวลานี้มวลชนเหลือไม่ถึงสองหมื่น และเชื่อว่าจะลดลงเรื่อยๆ หลังจากนี้คนที่น่าสงสารคือแกนนำสามเกลอเพราะจะถูกตั้งคำถามกันเองจากคนเสื้อแดง และยังถูกรุมจากรัฐบาล ดังนั้นแกนนำสามเกลอควรฟังคนอื่นบ้าง ต้องยุติเวทีภายในวันนี้ทันที อย่าดื้อ อย่าสู้แบบสะเปะสะปะ ถ้านายวีระ นายจตุพร นายณัฐวุฒิ อยากหาทางลงนำเสื้อแดงโค่นล้มอำมาตย์ไม่ได้ ก็ให้หยุดแล้วเปลี่ยนแกนนำใหม่เดินผิดก็หาแนวทางเดินใหม่ก่อนที่จะสาย”

                ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจักรภพ ได้หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ที่จะเสนอเปลี่ยนแกนนำ แล้วนำมวลชนแดงทั้งแผ่นดินมาเป็นส่วนหนึ่งของแดงสยาม นายสุรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ตนคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ รู้แล้ว เพราะเคยบอกมาหลายครั้ง แต่ พ.ต.ท.ทักษิณคงอยากเห็นการต่อสู้ของกลุ่มนปช.แดงทั้งแผ่นดินก่อน แต่วันนี้น่าจะเห็นแล้วว่าไม่ชนะ วันนี้กลุ่มแดงสยามไม่ได้ตั้งมวลชนมาแข่งกับนปช. แต่จะรอมวลชนของนปช.ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางเปลี่ยนมาเป็นแดงสยามทั้งหมด เพราะวันนี้มวลชนเริ่มไม่พอใจ เนื่องจากต้องการมาชนะ ซึ่งขณะนี้นายจักรภพเอง ได้ร่างยุทธศาสตร์แนวทางการต่อสู้ ต่อไปคงขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะเอาอย่างไร

                - “หลั่งเลือด”ไม่ได้เกิดจากฝ่ายรัฐ

                ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่างถึงการที่กลุ่มคนเสื้อแดงเจาะเลือดและนำไปราดที่บริเวณทำเนียบฯและที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวทำให้รัฐบาลเปลี่ยนใจยุบสภาหรือไม่ว่า เห็นว่าเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเลือดเนื้อที่ออกมาจากผู้ชุมนุมไม่ได้เกิดขึ้นจากฝ่ายรัฐแน่นอน อยากย้ำว่ามันมีความพยายามมาโดยตลอดที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งรัฐบาลได้พิสูจน์แล้วว่าเราจะไม่ใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม ดังนั้นสัญลักษณ์ที่พูดถึงเลือดหรือกองเลือดนั้นคงไม่ใช่ มันไม่เหมือนกรณีที่ภาครัฐเป็นฝ่ายก่อความรุนแรง เป็นประชาชนเสียเลือดเนื้อ นั่นมันคนละเรื่องกัน

                เมื่อถามว่า ตอนนี้สภาพการชุมนุมเหมือนว่าจำนวนคนจะเริ่มลดลง นายกฯห่วงหรือไม่ว่าจะเริ่มใช้ความรุนแรงเข้ามาแทนที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าก็เฝ้าระวัง การมีจุดตรวจการข่าวยังทำเข้มข้นเหมือนเดิม ศอ.รส.ก็ประชุมตามห้วงเวลาทุกครั้งไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะปล่อยให้หละหลวม

            - “ทักษิณ”ปลุกสู้ต่อจนกว่าชนะ

               เวลา 21.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ วิดีโอลิงก์มายังเวทีคนเสื้อแดง สะพานผ่านฟ้าฯ โดยกล่าวว่า ได้ข่าวว่ามีคนมาชวนกลับบ้าน ทั้งโฆษณาและใช้วิชามาร ทำไมยังไม่กลับ รอผมกลับก่อนใช่ไหมครับ จะให้ผมเตรียมกระเป๋าหรือยังครับผมเตรียมกระเป๋าแล้วนะ ขอบคุณในความอดทนอีกครั้ง อดทนจริง ได้ข่าวว่ามีคนเอาน้ำผสมยาพิษมาแจกจ่ายให้พวกเรา ถ้าจับตัวได้ไม่ต้องไปทำอะไร แค่เขกกะโหลกคนละทีก็พอ ทนหน่อยครับ ต้องใช้เวลาอีกนิดเพราะรัฐบาลหูตึง ไม่ค่อยได้ยิน แถมมีไม้ค้ำพิเศษอีกก็เลยสบายไป รัฐบาลเหมือต้นไม้ที่ผุ ผลก็หล่นแล้ว แต่บังเอิญมีไม้ค้ำพิเศษ เป็นรัฐบาลอื่นอยู่ไม่ได้หรอก

                พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า รู้ว่าบางคนอยากลุย ทำให้โกรธเลยกลับบ้านเพราะลุยไม่ได้ เราต้องรักษาความเป็นสันติวิธีขอให้คนโกรธและงอนกลับมาใหม่ ต้องชนะด้วยสันติวิธี ความจริงเปิดเผยออกมาแล้ว วันนี้คนกรุงตอบรับดีมาก ไม่ว่าไปที่ไหนมีคนโบกมือ ถ้าเราชนะ ไม่ใช่เพื่อพวกเรา แต่เพื่อประเทศไทยและลูกหลานของเราในอนาคต

                “ถ้าอภิสิทธิ์ยอม ก็ไม่ได้บอกว่าอภิสิทธิ์แพ้ เพราะลูกหลานของอภิสิทธิ์ก็ชนะด้วยถ้าพ่อยอมวันนี้”

                อดีตนายกฯ กล่าวว่า ขอมามาดใหม่เป็นนักวิเคราะห์ขอวิเคราะห์ให้ฟังว่าบ้านเมืองวุ่นวาย ผู้มีอำนาจที่ทำให้วุ่นวายต้องเป็นผู้มีปัญหาทางจิตแน่นอน สมัยฮิตเลอร์ก่อนฆ่าคนครั้งใหญ่ ฮิตเลอร์ก็มีปัญหาทางจิต กินข้าวคนเดียว อยู่คนเดียว ไม่พูดกับใคร เริ่มป่วย

                “มานั่งวิเคราะห์ อภิสิทธิ์เกิดเมืองนอก พ่อเป็นหมอ เป็นคนเรียนหนังสือดี แต่ไม่เก่งเท่าพ่อ พ่ออยากให้ลูกโตเป็นนายกฯจึงดูแลเป็นอย่างดีดี อยู่อังกฤษเลยติดนิสัยมา เจอผู้ใหญ่ก็ไม่ไหว้ วิเคราะห์จากคลิปสั่งการสลายม็อบ คงป่วยอีกคน นิสัยไม่เหมือนคนพุทธ อิสลามและได้อำมาตย์เป็นไม้ค้ำยัน”

               -ผุดแผนไยแมงมุมคุม38จุดเสี่ยง

                นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จากนี้ไปทางศอ.รส.จะมีการปรับแนวทางดูแลรักษาความเรียบร้อยให้มากขึ้นในจุดที่ล่อแหลมและในจุดที่ต้องเฝ้าระวัง จะมีการตั้งด่านตรวจดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะกับการอาวุธในการยิงจรวด จะมีมาตรการพิเศษป้องกันเจ้าหน้าที่จะปรับระบบการตั้งจุดตรวจ และปรับการลานตระเวน ดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ต่างๆ ให้เหมาะสมขึ้น จะเป็นมาตรการเครือข่ายใยแมงมุม โดยเป็นการจัดระบบ ซึ่งที่ประชุมมีการหามาตรการป้องกันการยิงระยะใกล้ จึงต้องมีการมาตรการ “เครือข่ายใยแมงมุม” เพื่อป้องกันการยิงระยะไกล ในพื้นที่ 38 จุดกรุงเทพฯและปริมณฑล
 
 

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194