หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
นักรบ Powerpoint ในรถนี้มีผู้พกพาอาวุธปืนมาด้วยครับ ผมขออนุญาตตรวจสอบหน่อย

นักรบ Powerpoint !!

ครั้ง หนึ่งระหว่างเดินทางด้วยรถตู้โดยสารประจำทางจาก อ.หาดใหญ่ เพื่อจะไป จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจก่อนทางผ่านเข้าสู่พื้นที่ จ.ปัตตานี เรียกหยุดรถเพื่อตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยเป็นปกติ ผู้เขียนถึงได้พานพบเจ้าหน้าที่คนหนึ่งใช้เครื่องมืออะไรบางอย่างที่มีเสา เส้นยาวๆ เหมือนเสาอากาศวิทยุ ชูอยู่ในมือระหว่างอก เดินตรงลิ่วจากด้านหน้ารถตู้จนมาถึงท้ายรถ และพลันย้อนกลับชะโงกหน้าเข้ามาในด้านที่นั่งผู้โดยสาร พร้อมกับตะโกนถามว่า

“ในรถนี้มีผู้พกพาอาวุธปืนมาด้วยครับ ผมขออนุญาตตรวจสอบหน่อย”

นั่น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้เขียนประสบประสบการณ์ตรงจากการใช้เครื่องสแกน ประเภทหนึ่ง ซึ่งสามารถตรวจค้นจนเจออาวุธได้จริงจากเจ้าหน้าที่ สร้างความแปลกใจอย่างมากว่า เจ้าเครื่องเล็กๆ ขนาดกระชับมือนี่หรือสามารถมี ‘ประสิทธิภาพ’ ในการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยได้ตรงเป้าขนาดนั้น กระทั่งต่อมาในท่วงทำนองเดียวกัน, เป็นอีกนับครั้งไม่ถ้วนที่ปรากฏข่าวการใช้เครื่องมือเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘จีที 200’ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในการสกัดกั้นหรือตรวจจับผู้ไม่หวังดีที่มุ่งก่อเหตุร้ายในพื้นที่ชายแดนภาค ใต้ ผู้เขียนเลยไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งจะมีคนลุกขึ้นมาตั้งคำถามถึงการทำงานของ เครื่อง จีที 200 ว่า ได้ผลจริง? หรือเป็นเพียงเครื่อง ‘ลวงโลก’ เท่านั้น

 “อยากให้นักวิชาการมองในภาพรวม และต้องถามความเห็นของผู้ปฏิบัติงานมากกว่า แม้ทางด้านวิชาการจะมีความแน่นอน 100% แต่เครื่องมือที่จะทำงานเพียงแค่ 90% ผม ก็พอใจแล้ว ดังนั้นการทำงานต้องเอาหัวใจเข้ามาทำงาน นักวิชาการที่โจมตีก็นั่งแต่ห้องแอร์ ดังนั้นให้ลงมาทำงานในพื้นที่หรือจะมาทำงานแทนผมก็ได้ ไม่ใช่เพียงแต่ลุกขึ้นมาด่ากันแบบนี้ นักวิชาการคิดเพียงมิติเดียว แต่พวกผมทำงานต้องคิดหลายมิติ และต้องมองไปข้างหน้าว่าจะแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่อย่างไร ถ้ามัวแต่มองไปทางด้านเดียวแก้ไขปัญหาไม่ได้หรอก”

คำอธิบายความของ พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า สะท้อนถึงกรณีข้อปัญหาการออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ของนักวิชาการบางคน ซึ่งเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดผลสะเทือนเป็นยิ่ง

พล.ท.พิเชษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบถึงกรณีการพิสูจน์เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ว่า จะมีการผ่าพิสูจน์อย่างไร แต่เบื้องต้น แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ทำการพิสูจน์ให้สื่อมวลชนได้เห็นแล้วว่าสามารถตรวจหาวัตถุระเบิดได้อย่าง แม่นยำ จึงอยากให้หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว เพราะเจ้าหน้าที่ต้องทำงานแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจากสถานการณ์ หากไม่มี จีที 200 ผู้ปฏิบัติก็ไม่กล้าเข้าไปทำงาน เพราะไม่รู้คนร้ายนำระเบิดไปซุกซ่อนไว้ที่ใดบ้าง

“แต่เมื่อมี จีที 200 แล้ว ผู้ปฏิบัติมีความอุ่นใจทุกครั้งเมื่อลงปฏิบัติงาน ดังนั้นนักวิชาการอย่ามัวแต่พูดเรื่องวิชาการอย่างเดียว แต่จะต้องผสมผสานเอาความจริงใส่เข้าไปด้วย วันนี้พวกคุณไม่ได้ทำงานอยู่ในพื้นที่ คุณไม่รู้กันหรอก อยากบอกว่าผมไม่ได้โง่ และไม่อยากตาย อยากมีชีวิตรอดเหมือนกับคนอื่นๆ ดังนั้นต้องเข้าใจกันในการทำงานว่าเป็นอย่างไร”

ขณะที่ พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) กล่าวว่า เครื่องตรวจจับสารระเบิด หรือ จีที 200 ที่ใช้ในภารกิจแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จัดเป็นหนึ่งในเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ที่นำมาใช้งานแล้วได้ผลดี และให้ประโยชน์มากกว่าผลทางด้านลบ เมื่อเปรียบเทียบสถิติการนำเครื่องมาใช้ สามารถสกัดกั้นการเกิดเหตุการณ์รุนแรงตลอดนับครั้งไม่ถ้วน ขณะที่ความผิดพลาดอาจมีบ้าง 1-2 ครั้ง ซึ่งเป็นความผิดพลาดจากตัวบุคคลส่วนหนึ่งด้วย

“หาก มองเพียงด้านเดียวว่าเครื่องถูกระงับใช้เพราะไม่มีประสิทธิภาพนั้น อาจไม่เพียงพอที่จะตัดสิน เนื่องจากรูปแบบการใช้งานแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน อีกทั้งสถานที่และเหตุการณ์ที่แตกต่าง ย่อมมีผลต่อระบบการทำงานของเครื่องด้วย ต้องขอเวลาตรวจสอบและพิจารณาถึงความเหมาะสมต่อไป เพราะหากระงับการใช้เครื่องจีที 200 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง เชื่อว่าน่าจะกระทบต่อระบบและประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน เนื่องจากเครื่องจีที 200 ถูกจัดเป็นเครื่องมือระดับต้นๆ ที่ได้รับการยอมรับสูงจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ว่าตรวจหาสารตั้งต้นวัตถุระเบิดได้ผลดีที่สุด”

ด้วย 2 เสียงประสานของระดับ ‘คีย์แมน’ กองทัพ ที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง ย่อมสะท้อนถึงนัยอะไรบางอย่างต่อกรณีที่ ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอีกบางผู้คน ที่ออกมาเคลื่อนไหวให้มีการตรวจสอบเครื่องจีที 200 ในเวลานี้

ว่า ไปแล้ว หากย้อนกลับมาพิจารณาเชิงความไม่ชอบมาพากล หรือความไม่โปร่งใส ในการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ คงเป็นเรื่องดีที่จะมีการตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะหลายครั้งที่มีการ ‘ปูดข่าว’ เรื่องราวทำนองนี้ เช่นที่เห็นได้ชัดคือกรณี ‘กล้องวงจรปิด’ ในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งเคยมีปัญหาเป็นข่าวโด่งดังเกี่ยวกับสัญญาติดตั้งกล้องวงจรปิดรวม 3,500 จุด ด้วยงบประมาณ 960 ล้านบาท และปัจจุบันก็ยังไม่แน่นักว่าจะได้รับการแก้ไขไปมากน้อยเพียงใด ในเมื่อสื่อเหมือนแทบไม่ได้ตามติด นักวิชาการก็ดูเหมือนจะหลงลืมประเด็นนี้ไปเสียแล้ว

“ต่อเมื่อเกิดเหตุใหญ่นั่นแหล่ะ ถึงจะมีการหยิบยกเรื่องเหล่านี้มาชำระสะสางกันอีกครั้ง” ชาวบ้านในพื้นที่รำพึงรำพันเช่นว่านี้ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตบทบาทของ ‘นักวิชาการ’ เป็นพิเศษว่า มักจะนำเสนอประเด็นปัญหาหรือเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจด้วย PowerPoint ที่ทำให้ผู้เสนอมีภาพนักวิชาการน่าเชื่อถือดูมีความมาดมั่น แต่ปัญหาคือชุดข้อมูลที่นำเสนอเป็นข้อมูลที่ล้าหลัง ตกยุค และเวียนวนอยู่ในโลกแห่งความฝันและจินตนาการเท่านั้น

“แม้กระทั่งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายคนยังไม่กล้าลงมาสัมผัสด้วยซ้ำ จะจัดประชุมกันทีก็ไปประชุมที่หาดใหญ่ สงขลา หรือประชุมกันในพื้นที่ส่วนกลาง บางคนนำเสนอข้อมูลวิจัยชายแดนใต้ ทั้งที่ตัวเองก็เป็นคนมุสลิมมีพี่น้องอยู่ในพื้นที่มากมาย บอกว่าสนิทกับทั้งไทยพุทธและมุสลิม แต่กลับออกตัวก่อนว่าเป็นชุดข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนนักเพราะไม่กล้าลงพื้นที่ มากด้วยกลัวได้รับอันตราย คนชายแดนใต้ถึงได้เรียกพวกเหล่านี้ว่า นักรบ PowerPoint คือได้แต่ทำการรบในโลกไซเบอร์ ในห้องประชุมเท่านั้น กรณีจีที 200 จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าติดตาม”

ดังนี้แล้ว ไม่เพียงแต่เครื่องตรวจสารระเบิดหรือ ‘จีที 200’ กว่า 500 เครื่องที่หน่วยงานความมั่นคงใช้กันอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ หรือประมาณ 700-800 เครื่องที่ถูกใช้งานอยู่ทั่วประเทศเท่านั้น ที่สมควรถูกตรวจสอบเรื่อง ‘ประสิทธิภาพ’ และ ‘ราคา’ ว่าสมเหตุผลหรือไม่ แต่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ‘นักวิชาการ’ ที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องเหล่านี้ก็สมควรได้รับการตรวจสอบเช่นกัน ว่ามีวาระอะไรอื่นแอบแฝงซ่อนเร้นหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนในการปฏิบัติงานของทุกฝ่ายต่อไป เพราะการใช้ ‘คำพูด’ ในการเคลื่อนไหวนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การใช้ ‘ความเป็น-ความตาย’ ของผู้คนเป็นเครื่องทดสอบ, อันนี้น่าจะทารุณเกินไปสำหรับใครก็ตามที่คิดใช้ !!

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194