หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
สายตรงจากกัวลาลัมเปอร์...โอ้... พระเจ้า
โดย มุสตาฟา อาลี

เวลานี้ถ้าใครได้มาเดินเล่นแถวมาเลเซียแล้วเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ตกอกตกใจแล้วไซร้  ก่อนจะเผลอตัวอุทานออกมาก็ขอให้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน  เพราะคำบางคำหากออกจากปากของคนผิดกลุ่ม  ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติตามมาตรฐานของกระทรวงมหาดไทยมาเลเซีย


คำเจ้าปัญหาที่ทิ่มแทงใจใครต่อใครอยู่ในตอนนี้คือคำว่า “อัลเลาะห์” หรือ ”พระเจ้า” ในภาษาอาหรับนั่นเอง


คำคำเดียวที่ปรารถนาของหลายฝ่ายนี้  เป็นที่มาเหตุการณ์อันน่าหวั่นวิตก  สร้างความสงสัยในหมู่ผู้มองโลกในแง่ร้ายว่ามาเลเซียกำลังจะเดินหน้าเข้าสู่ยุคตาลิบันนิยมอยู่หรือเปล่า


ที่สงสัยกันอย่างนี้ก็เพราะจู่ๆเมื่อเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา มือมืดกลุ่มหนึ่งได้ขว้างระเบิดขวดใส่โบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งในใจกลางเมืองกัวลาลัมเปอร์ เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ร้ายแรงบริเวณชั้นล่าง  ประมาณความสูญเสียได้ถึงหนึ่งล้านริงกิตมาเลเซีย  หรือ 10 ล้านบาท


นี่เป็นครั้งแรกที่ศาสนสถานของชาวคริสต์ถูกโจมตีเช่นนี้  ท่ามกลางบรรยากาศของข้อพิพาทเกี่ยวกับศาสนาที่เป็นอยู่  การใช้ความรุนแรงดังกล่าวนับว่าได้สร้างความกลัวขึ้นในหมู่ประชาชนคนธรรมดาอยู่ไม่น้อย


ข่าวลือและข่าวจริงเรื่องการโจมตีโบสถ์คริสต์ทยอยเข้ามาตลอดทั้งวัน  ในวันเดียวกันนั้นเองโบสถ์คริสต์อีกสามแห่งในกัวลาลัมเปอร์และย่านใกล้เคียงก็ถูกโจมตีด้วยระเบิดขวดแต่ไม่ได้รับความเสียหายร้ายแรง ในขณะที่อีกสองโบสถ์ถูกโทรศัพท์ลึกลับข่มขู่ทำร้าย


สองวันต่อมากลับกระจายไปในรัฐบางรัฐของมาเลเซีย  เช่นที่เกาะเนกรีเซมบิลัน และเปรัก  ไม่ใช่เฉพาะโบสถ์คริสต์อย่างเดียว  แต่โบสถ์ของชาวซิกข์อายุร่วมร้อยปีในกัวลาลัมเปอร์ก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย  เมื่อมีมือลึกลับระดมขว้างก้อนหินขนาดเท่าลูกกอล์ฟนับสิบลูกทำลายประตูทางเข้าเสียยับเยิน


แม้ว่าจะไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต  แต่บรรยากาศของความกลัวก็คืบคลานเข้ามาทุกที  เพราะนี่อาจเป็นสัญญานของความรุนแรงทางศาสนาที่ทำเอาคนฆ่ากันตายมานักต่อนักแล้วในอดีต


ยุทธการถล่มโบสถ์เป็นผลพวงมาจากข้อพิพาทระหว่างกระทรวงมหาดไทยมาเลเซียกับคริสตจักรมาเลเซีย  เรื่องสิทธิของชาวคริสต์ในการใช้คำว่า “อัลเลาะห์”


เมื่อปลายปีที่แล้ว  กระทรวงมหาดไทยสั่งห้ามนิตยสาร ดิเฮอรัลด์ อันเป็นนิตยสารของคริสตจักรมาเลเซีย  ไม่ให้ใช้คำว่า “อัลเลาะห์” เมื่อเอ่ยถึงพระเจ้าของศาสนาคริสต์ในข้อเขียนภาคภาษามลายูของนิตยสาร


ข้ออ้างของทางการคือการใช้คำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความสับสนอันอาจกระทบกระเทือนความมั่นคงของชาติ  นอกจากนั้นยังบอกว่า  คำว่า “อัลเลาะห์” นั้นหมายถึง “พระเจ้าที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว” ซึ่งก็คือพระเจ้าในศาสนาอิสลาม  ดังนั้นศาสนาอื่นจึงไม่สามารถใช้คำนี้ได้


ว่ากันว่าสาเหตุของคำสั่งกระทรวงมหาดไทยมาจากแรงกดดันจากกลุ่มมุสลิมบางกลุ่มที่มีความกลัวอยู่ในใจว่า  ฝ่ายคริสต์กำลังมีแผนจะรุกไล่คอยเปลี่ยนศาสนาคนมุสลิมในประเทศ 


พอกระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งเช่นนี้  คริสตจักรมาเลเซียก็ไม่รอช้า  จัดการยื่นฟ้องต่อศาลสูงโดยโต้แย้งว่าโบสถ์คริสต์ใช้คำว่า อัลเลาะห์ในการสื่อสารภาษามลายูมานานแล้ว  โดยเฉพาะที่เกาะซาราวักและซาบาห์วักที่มีประชากรประมาณ 50 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาคริสต์ ประชากรที่นั่นส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาหลัก และพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ 


นอกจากนั้นคริสตจักรในประเทศตะวันออกกลางก็ยังใช้คำว่าอัลเลาะห์ในการเอ่ยถึงพระเจ้า  หาได้มีการห้ามกันไม่


เมื่อวันคริสต์มาสอีฟที่ผ่านมา  ศาลสูงแห่งกัวลาลัมเปอร์ตัดสินให้คริสตจักรมาเลเซียมีสิทธิในการใช้คำว่าอัลเลาะห์ได้ต่อไป


ผู้พิพากษาหญิงแห่งศาลไคฟง เอ๊ย.. ศาลสูงชี้ว่า  ถึงแม้ศาสนาอิสลามจะเป็นศาสนาของชาติ  แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอำนาจห้ามไม่ให้ผู้อื่นใช้คำคำนี้  นอกจากนั้นการะทรวงมหาดไทยเองก็ไม่สามารถให้เหตุผลที่ชัดเจนต่อศาลได้ว่าการที่ชาวคริสต์ใช้คำว่าอัลเลาะห์นั้น  มันเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างไร


นอกจากนั้นเธอยังกล่าวว่า  ประชาชนมาเลเซียมีสิทธิเท่าเทียมกันในการใช้คำคำนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 11 ว่าด้วยสิทธิในการแสดงออกและการนับถือศาสนา


ประเทศมาเลเซียมีประชากรผู้นับถือศาสนาคริสต์ประมาณ 10 เปอร์เซนต์ของประชากร 27 ล้านคนของประเทศ ส่วนนิตยสาร ดิเฮอรัลด์ นั้นมียอดพิมพ์อยู่ที่14,000 ฉบับต่อสัปดาห์ นอกจากโบสถ์คริสต์แล้ว  โบสถ์ของชาวซิกข์ก็ใช้คำคำนี้เมื่อเอ่ยถึงพระเจ้าในศาสนาของตนด้วย


คำพิพากษานี้สร้างความไม่พอใจต่อชาวมุสลิมบางกลุ่มเป็นยิ่งนัก  ถึงขั้นประกาศประท้วงใหญ่ตามมัสยิดต่างๆทั่วประเทศ 

 

 เอาเข้าจริงๆผู้ประท้วงตามที่ต่างๆมีเพียงจำนวนร้อย  ชะรอยคนบางกลุ่มอาจคิดว่าแค่นี้ยังไม่หนำใจ  เผามันเสียเลยดีกว่า... ฮ่าๆๆ


ที่เผาก็เผากันไป  ส่วนทางกระทรวงมหาดไทยก็ยื่นอุธรณ์โดยพลัน  พร้อมทั้งขอคำสั่งศาลให้ระงับคำสั่งของศาลสูงไว้จนกว่าการพิจารณาคดีในศาลอุธรณ์  ซึ่งก็ได้สมใจ  สรุปแล้ว ดิเฮอรัลด์ ก็กลับไปใช้คำว่าอัลเลาะห์ไม่ได้เสียที


จนป่านนี้ตำรวจมาเลเซียยังแอ๊บแบ๊วจับมือใครดมไม่ได้ แต่ที่แน่ๆคือใครต่อใครปักใจเชื่ออย่างไม่มีข้อสงสัยว่ากลุ่มมือระเบิด (ขวด) เหล่านี้เส้นใหญ่ขนาดเส้นก๋วยจั๊บ  นักวิเคราะห์บางคนฟันธงว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองช่วงชิงคะแนนเสียงชาวมุสลิมของพรรคอัมโน  เพื่อเตรียมการในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในอีกสองปีข้างหน้า


จึงไม่แปลกอะไรที่นักการเมืองพรรคอัมโนตั้งแต่ตันายกฯ นาจิบ ราซัค จึงออกมาพูดอะไรอึมๆครึมๆไม่ชัดเจน  ในขณะที่บางคนสนับสนุนแนวคิดแบบกระทรวงมหาดไทยอย่างเปิดเผย


ส่วนฝ่ายค้านอย่างพรรคพาสที่เป็นพรรคอิสลามและเป็นคู่แข่งสำคัญของอัมโนนั้นออกมาประนามความรุนแรงครั้งนี้อย่างชัดเจน  โดยฮาดี อาหวัง ผู้นำพรรคซึ่งเดินทางไปเยี่ยมโบสถ์ที่ถูกโจมตีกล่าวว่า  การกระทำครั้งนี้ถือว่าขัดแย้งต่อหลักการของอิสลาม


พรรคอิสลามอย่างพาสเสียอีกที่ก่อนหน้านี้ได้ออกแถลงการณ์ชี้ว่า  ชาวคริสต์มีสิทธิในการใช้คำว่าอัลเลาะห์  แต่ขอให้ใช้คำนี้อย่างระมัดระวังไม่ให้มีการสับสนเกิดขึ้นเท่านั้นเอง


ขณะที่รอฝ่ายตำรวจที่ยังมะงุมมะงาหราหาตัวการมาลงโทษอยู่นั้น  บรรยากาศในโลกไซเบอร์ก็คุกรุ่นประหนึ่งระเบิดลง  โดยมีเว็บไซด์เกิดใหม่เพื่อโต้เถียงในประเด็นนี้ 3 เว็บไซด์  เว็บไซด์แรกเกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนคำสั่งกระทรวงมหาดไทย  เว็บไซที่สองเพื่อคัดค้าน  และเว็บไซด์ที่สามมีจุดยืนต่อต้านการใช้ประเด็นดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการเมือง


เว็บไซด์แรกมีสมาชิกแรกเริ่มถึง 85,000 คน  และจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่าวรวดเร็วถึงพันคนต่อชั่วโมง  ตัวตั้งตัวตีของเว็บนี้คือกรรมการกลุ่มยุวชนพรรคอัมโนผู้หนึ่งนักเขียนบทความผู้หนึ่งของหนังสือพิมพ์ อูตูซานมลายู อันเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีพรรคอัมโนเป็นเจ้าของ ส่วน “เจ้าหน้าที่” ผู้หนึ่งของเว็บไซด์นี้ชื่อว่า มุคกริซ มหาธีร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมต่างประเทศ บุตรชายอดีตนายกมหาธีร์ โมฮัมหมัด นั่นเอง

 

ส่วนเว็บไซด์ที่เหลืออีกสองเว็บแพ้รายแรกอย่างไม่เป็นฝุ่น  เพราะมีสมาชิกรวมกันแล้วไม่ถึงหนึ่งพันคน  การถกเถียงในโลกไซเบอร์ทั้งในเว็บไซด์ทั้งสามและตามบล็อกต่างๆเป็นไปอย่างดุเดือดเลือดพล่านเป็นยิ่งนัก


ในขณะที่ผู้เขียนกำลังเขียนบทความนี้อยู่  บรรยากาศทางการเมืองของมาเลเซียยังคงตึงเครียด  ไม่มีใครรู้ว่าวันนี้โบสถ์ไหนจะเจอแจ็คพ็อตเป็นรายต่อไป  และที่สำคัญกว่านั้นคือ  หลังจากระเบิดขวดแล้วยังจะมีอะไรตามมาอีกหรือเปล่า..


โอ้... พระเจ้า!

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก