หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
คดีชี้ขาดความสัมพันธ์ซาอุ - ไทย ใกล้หมดอายุความ ก.พ.53

ซาอุฯจี้คดีอุ้มฆ่าส่งอุปทูตพบนายกฯ ใกล้หมดอายุความ

นายกฯ ให้ความมั่นใจอุปทูตซาอุฯ หลังเข้าพบถึงทำเนียบฯ ทวงถามความคืบหน้าคดีสังหารทูต-นักธุรกิจเกือบเมื่อ 20 ปีก่อน ย้ำ รัฐบาลไทยไม่แทรกแซง และทำคดีตามข้อเท็จจริง ด้าน “ปณิธาน” เชื่อไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เผย อสส. ตรียมรายงานคืบหน้าคดี 12 ม.ค. ขณะที่ “แม้ว” คุยทับ เจ้าชายซาอุฯ มาหาถึงบ้าน ชวนนั่งบอร์ดสร้างเมืองใหม่ แย้มหารือความสัมพันธ์สองประเทศ ต้องมองไปข้างหน้า “สมคิด บุญถนอม” ยื่น ป.ป.ช. สอบ “ทวี สอดส่อง” กับพวกยัดข้อหาอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ โวยดีเอสไอไม่มีหลักฐานเอาผิดแต่กลับส่งฟ้อง 

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 11 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนาบิล ฮุสเซน อัชลี อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ใช้เวลาหารือประมาณ 20 นาที จึงเดินทางกลับ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลไทย และซาอุดี    อาระเบียพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน เราทราบว่าคดีความต่าง ๆ ยังเป็นสิ่งที่ซาอุดีอาระเบียจับตาอยู่ ตนยืนยันไปว่ารัฐบาลนี้จะไม่เข้าไปแทรกแซง และเปิดโอกาสให้คนทำงานด้านคดีความได้ทำงานอย่างเต็มที่ ในปีที่ผ่านมามีความคืบหน้าหลายเรื่อง หลายคดี แต่ดุลพินิจของผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น อัยการ เป็นอิสระ ตนย้ำว่าการใช้ดุลพินิจนี้จะเป็นไปตามข้อเท็จจริง และตามสำนวน ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่อุปทูตซาอุฯ เดินสายพบผู้ใหญ่หลายคน แล้วมาจบที่นายกฯ ถือเป็นการกดดันดุลพินิจของอัยการหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับทางอัยการแล้วว่าทั้งหมดนี้อย่าให้ใครมากดดันแทรกแซงใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริงของสำนวน ซึ่งอัยการสูงสุดก็ยืนยันกับตนว่าไม่กังวลเรื่องกระแสหรือแรงกดดัน แต่จะเดินหน้าทำในสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง และกฎหมาย
   
เมื่อถามว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าการสั่งคดีในทางใดทางหนึ่งจะส่งผลต่อความ สัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะมีผลอย่างไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคือการสั่งคดีตามข้อเท็จจริง กรณีนี้อัยการได้รับความมั่นใจจากรัฐบาลว่าเรื่องนี้จะต้องไม่มีการแทรกแซง และกดดัน ซึ่งอุปทูตก็เข้าใจ และทราบดีว่าไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะเข้าไปแทรกแซง เพียงแต่ขอความมั่นใจในเรื่องความเป็นธรรมของกระบวนการ เราก็ยืนยัน เมื่อถามว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทำให้ทางซาอุฯ ไม่มั่นใจใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ เหตุผลที่เขาไม่มั่นใจก็เพราะเรื่องยืดเยื้อมายาวนาน หลายครั้งเหมือนจะคืบหน้าแต่ก็ไม่คืบ แต่ตนได้ให้ความมั่นใจไปแล้วว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
   
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเข้าพบนายกฯ ของอุปทูตซาอุฯ ในครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกับนายกฯ พร้อมสอบถามความคืบหน้าคดีการลอบสังหาร ทูต และนักธุรกิจชาวซาอุฯ 3 คดี เหตุเกิด  เมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งอุปทูตซาอุฯ มั่นใจว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยจะดำเนินไปด้วยดี โดยนายกฯ สั่งให้เร่งรัดในทุกคดี เพราะเป็นเรื่องที่ซาอุฯ ให้ความสำคัญ การมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถือเป็นสัญญาณที่ดี ไม่ใช่การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะเป็นหน้าที่ปกติของอุปทูตที่ต้องมารับทราบความคืบหน้าคดี เพื่อรายงานกลับไปยังประเทศของตัวเอง ส่วนกรณีที่มีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นผู้ต้องหานั้น ขึ้นอยู่กับหลักฐาน นายกฯ ให้ความมั่นใจว่า คดีเหล่านี้จะดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม
   
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางการซาอุฯ เป็นห่วงว่า อัยการอาจสั่งฟ้องคดีไม่ทัน เพราะคดีใกล้หมดอายุความ นายปณิธาน กล่าวว่าสำนักงานอัยการสูงสุดจะรับข้อกังวลมา และพิจารณาดูรายละเอียดต่อไป ซึ่งในวันที่ 12 ม.ค.สำนักงานอัยการสูงสุดจะรายงานข้อมูลรายละเอียดคดีเพิ่มเติมเข้ามาให้ ทราบ มั่นใจว่าผลของคดีจะไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ แม้ตั้งแต่ปี 2533 ที่เกิดคดีขึ้นจะทำให้เกิดผลกระทบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ทั้ง     2 ประเทศก็พยายามประคับประคองความสัมพันธ์ให้อยู่ในระดับที่ทำงานร่วมกันได้ วันนี้ถือว่ายังทำงานร่วมกันได้ดีอยู่ เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่ากำลังได้รับเลือกให้เป็นกรรมการด้าน        ผังเมืองของประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อแสดงให้เห็นว่า ตนเองมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลซาอุฯ มากกว่ารัฐบาลไทย นายปณิธาน กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวข้องกับคดี เพราะคดีที่เกิดขึ้นเกิดมาหลายรัฐบาลแล้ว แต่ขณะนี้คดีมีความคืบหน้ามากขึ้น และเริ่มมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้นกว่าในรัฐบาลที่ผ่านมา ประกอบกับอัยการมีข้อมูลของคดีเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ทวีต ข้อความผ่านเว็บบล็อกส่วนตัวทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ว่า “วันนี้ไปประชุมเกี่ยวกับการสร้างเมืองใหม่ของประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นโครงการใหญ่ยักษ์น่าสนใจมากครับ   เขามาชวนให้ช่วยเป็นกรรมการบอร์ด ก็ดูท้าทายดี แต่รอให้เป็นรูปเป็นร่างชัดกว่านี้ จะเล่าให้ฟัง ผมมีข้อแม้เพียงว่าขอเอาผู้รับเหมาไทย และแรงงานไทยเข้าไปมีส่วน  ทำงานด้วยโดยไม่มีค่าหัวยกเว้นค่าตั๋วบิน โครงการนี้เจ้าชายองค์หนึ่งมาชวนผมที่   บ้าน และผมได้พูดถึงความสัมพันธ์ที่มีปัญหา ว่าเราควรจะมองไปข้างหน้า เขาเห็นด้วยโครงการนี้ใหญ่มากครับ ผมบอกไป ตรง ๆ ว่า ผมลงเงินด้วยไม่ไหว ขอเป็นสมอง และเน็ตเวิร์กให้ เพียงขอให้ผมแนะนำผู้รับเหมาและแรงงานไทยไปร่วมทำงานได้ก็พอ”
   
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ประกอบด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท. เบญจพล จันทวรรณ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 กรณีการแจ้งข้อหา พล.ต.ท.สมคิด มีส่วนร่วมคดีการอุ้มฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวรี นักธุรกิจชาว ซาอุดีอาระเบียโดยมิชอบ โดย พล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า ตนเห็นว่า พนักงานสอบสวน และ อัยการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ตนได้รับความเสียหาย อีกทั้งมีความพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารให้สังคมเข้าใจผิดว่าตนเป็นคนร้าย ทั้งที่คดีนี้พนักงานสอบสวนเคยมีคำสั่งไม่ฟ้องตนมาแล้ว เมื่อปี 2537 แต่ยังพยายามนำเรื่องนี้กลับมาเล่นงานตนอีก โดยใช้เงื่อนไขความขัดแย้งทางการเมืองในพื้นที่ภาคเหนือที่ตนทำหน้าที่อยู่
   
ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความของ พล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า กระบวนการสอบสวนคดีนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งพฤติการณ์ทางคดีโดยละเอียดให้ผู้ต้องหาทราบ อีกทั้งผู้ต้องหายังไม่เคยเห็นของกลางในคดี แต่พนักงานสอบสวนกลับส่งไปตรวจพิสูจน์ ซึ่งผลการพิสูจน์ยังไม่ออกมา แต่   กลับมีการส่งฟ้องคดีแล้ว จึงยังยืนยันความผิด ไม่ได้ ขณะที่พยานบุคคลคดีนี้เป็นผู้ถูกออกหมายจับขณะมาเป็นพยาน และไม่มีการ     ดำเนินการใด ๆ กับพยานปากนี้ให้ได้รับ โทษ ซึ่งพยานก็ยังไม่กล่าวพาดพิงผู้ต้องหาว่า เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างไร เป็นแค่การกล่าวอ้างลอย ๆ ว่า มีการได้แหวนมา ซึ่งไม่มีการยืนยันว่า เป็นแหวนของนาย       อัลรูไวรีหรือไม่ ดังนั้นพยานหลักฐานจึงมีน้ำหนักอ่อนมาก การที่พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องคดีนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่อัยการเตรียมยื่นฟ้องคดีนี้ในวันที่ 12 ม.ค.    นั้น ตนจะร้องต่อศาลให้ไต่สวนคำฟ้องของ    อัยการว่า ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
   
วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี นายตำรวจ นอกราชการ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวรี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย พร้อมทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.เบญจพล จันทวรรณ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ซึ่งเข้าร่วมสอบสวนคดี เป็นจำเลยที่ 1-5 ตามลำดับ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 และ 157 ศาลรับคำฟ้องไว้เพื่อมีคำสั่งต่อไป โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 5 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก