หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
พระราชทานส่งการ์ด ส.ค.ส.53

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร พระราชทาน ส.ค.ส.แก่คณะผู้ปฏิบัติงานถวาย ในโครงการต่าง ๆ และคณะสื่อมวลชน เป็นพระฉายาลักษณ์พร้อมข้อความอวยพร “มาร์ค” พร้อมคณะรัฐมนตรี นำข้าราชการทำเนียบรัฐบาล ทำบุญตักบาตรปีใหม่ วอนขอความร่วมมือจาก ขรก. ร่วมกันทำงานให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติ “สุเทพ” สั่งเพิ่มจุดตรวจ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้มากขึ้น ส่วน ผบ.ทบ. ย้ำ สถานการณ์ปีใหม่ไม่น่าห่วง  ด้านตำรวจนครบาล เริ่มมาตรการ “7 วันขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้องค์ราชัน” พร้อมกับหน่วยบินเฮลิคอปเตอร์ เตรียมความพร้อมส่งกลับฉุกเฉิน ขณะที่สันติบาลแจ้งเตือน ระวังเหตุบึ้มในคืนส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ หวังป่วนทางการเมือง 

* “พระบรมฯ”พระราชทานส.ค.ส.
   
วันที่ 29 ธ.ค. เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2553 นี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทาน ส.ค.ส.แก่คณะผู้ปฏิบัติงานถวายในโครงการต่าง ๆ และคณะสื่อมวลชน ด้านหน้าเป็นอักษรย่อพระนามาภิไธย ม.ว.ก. ส่วนด้านหลังเป็นข้อความอวยพร “Season’s Greeting and Best Wishes for a Very Happy New Year” พร้อมลงนามพระนามาภิไธย พระนาม รวมถึงพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์   พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
   
ใน ส.ค.ส.พระราชทานนี้ ยังมีพระฉายาลักษณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงคู่กับพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงคู่กับพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ โดย ส.ค.ส.พระราชทานนี้พิมพ์บนการ์ดสีงาช้าง

* “อภิสิทธิ์” ทำบุญร่วม ขรก.
   
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 07.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมกันสักการะท้าวมหาพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้าและศาลพระภูมิเจ้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะตักบาตรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ร่วมกับข้าราชการ
   
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวอวยพรเนื่องในปีใหม่ ว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านนั้น ตนต้องขอขอบคุณในความเสียสละ และความอดทนของข้าราชการทุกคน ที่ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรค และนำพาบ้านเมืองฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ รวมทั้งเรื่องทางการเมืองไปได้ด้วยดี และทำให้เห็นว่าบ้านเมืองสามารถเดินไปข้างหน้าได้ สำหรับในปี 2553 นี้ ตนหวังว่าความทุ่มเท ความเสียสละ ความอดทนของข้าราชการ จะช่วยให้บ้านเมืองเดินหน้าเข้าสู่ภาวะปกติได้ แต่ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำ จะต้องร่วมมือกัน เพราะหากให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำงานโดยลำพังคงไม่สำเร็จ และนอกจากเราต้องร่วมมือกันแล้ว เรายังต้องแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน เพื่อให้งานเดินหน้าไปด้วยความราบรื่น แต่ถ้าเมื่อไรที่ฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการ ขาดความสามัคคีกัน ประชาชนก็จะขาดกำลังใจ ขาดความไว้วางใจ และยิ่งการทำงานที่ขาดความซื่อสัตย์ ขาดความโปร่งใส ก็เป็นตัวบั่นทอนการทำงานของรัฐบาล ตนจึงขอความร่วมมือจากข้าราชการทุกคนในการทำงาน ร่วมกันฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคในการทำงานต่อไป

* ครม.คึกคักส่งท้ายปีเก่าให้กัน
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม.ชาวบ้านราษีไศล จ.ศรีสะเกษ 50 คน มาขอบคุณนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ได้เร่งแก้ไขปัญหาฝายกั้นน้ำราษีไศลโดยมีการผูกข้อมือและผ้าขาวม้าให้นายอภิสิทธิ์ นอกจากนั้นตัวแทนผู้ประกอบการโอทอป มอบพระพิฆเนศหยก และผลิต ภัณฑ์โอทอปให้นายอภิสิทธิ์ด้วย รวมทั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ 1669 ได้มอบเสื้อรณรงค์เมาไม่ขับและสวัสดีปีใหม่ ไร้แอลกอฮอล์ให้กับนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้บรรดา ครม.ได้นำของปีใหม่มาให้นายกรัฐมนตรีและ ครม.ด้วยกัน เช่น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ได้นำพระแก้วมรกตจำลองมามอบให้นายกรัฐมนตรี และมอบพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2552 บรรจุกรอบทองขนาดใหญ่ให้ ครม. 
   
กระทรวงสาธารณสุขมอบกระเช้าเวชสำอางที่ผลิตจากสมุนไพร นมพร้อมดื่ม เสื้อยืดโปโลรณรงค์เมาไม่ขับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำน้ำพระพุทธมนต์ที่ทำพิธีปลุกเสกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำมะม่วงจาก จ.ฉะเชิงเทรา กระทรวงมหาดไทยมอบเครื่องเบญจรงค์ กระทรวงแรงงงานมอบชุดชงชาเซรามิก กระทรวงพาณิชย์ มอบหนังสือแนะนำเที่ยวตลาดน้ำ มหาชล มนต์เสน่ห์ตลาดโบราณ พร้อมเหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เป็นต้น

* ผบ.ทบ.ย้ำปีใหม่ไม่น่าห่วง                              
   
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยช่วงเทศกาล   ปีใหม่ วานนี้ว่า จากการบรรยายสรุปของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานการณ์ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ส่วนงานด้านการข่าว เจ้าหน้าที่พยายามติดตามสถานการณ์อย่าง   ต่อเนื่อง เพื่อหาข่าวให้ได้มากที่สุด และเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างรัดกุมและไม่เกิดเหตุการณ์ขึ้น
         
“การปฏิบัติหลัก ในการรักษาความสงบเรียบร้อย จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งวางจุดตรวจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเป็นหลัก โดยเฉพาะบริเวณที่มีคน ไปชุมนุมจำนวนมาก ในส่วนของกองทัพ จะใช้กำลังทหารสารวัตรของ 3 เหล่าทัพปฏิบัติงานทันที ขณะเดียวกันยังเตรียมกำลังสำรองไว้ในที่ตั้ง เพื่อออกปฏิบัติหน้าที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ ตามระดับสถานการณ์ 3 กองร้อย สามารถเคลื่อนย้ายได้ภายใน 1 ชั่วโมง” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวและว่า นอกจากการเตรียมการดูแลพื้นที่ในกรุงเทพมหานครแล้ว ยังพิจารณามาตรการดูแลในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย รวมทั้งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 (กอ.รมน. ภาค 4) รายงานให้ทราบ เมื่อครั้งลงไปติดตามการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมีรายละเอียดมาก มีทั้งแผนในชุมชนเมือง แผนทุกอำเภอเมือง อย่างไรก็ตาม ปีใหม่นี้ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนคงต้องร่วมกันทำงานหนัก ขณะเดียวกันก็ต้องขอความร่วมมือภาคประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล 

* เปิด “7วัน ขับขี่ปลอดภัยฯ”
   
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณทาง ขึ้นด่วนยมราช พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น.รับผิดชอบดูแลงานด้านการจราจร พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด ผบก.จร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองสารนิเทศ สตช. สำนักงานเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุ และบริษัทวิริยะประกันภัย ร่วมกันรณรงค์โครงการ “7 วัน ขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้องค์ราชัน” ที่บริเวณทางขึ้นด่วนยมราช หน้าสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งการจราจร (สนข.) โดยมีการแจกพัด ยาดม น้ำดื่ม แผ่นพับรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย พร้อมหมายเลขติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม ให้กับผู้ขับขี่และใช้รถใช้ถนนบริเวณทางขึ้นด่วนดังกล่าว
   
ทั้งนี้ตามนโยบายฯ ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 52-4 ม.ค. 2553 ทาง บก.จร.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานงานอำนวย ความสะดวกด้านการจราจรและความปลอด ภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ตามมาตรการ 3ม. 2ข. 1ร. คือ ไม่ขับรถในขณะเมาสุรา สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายมอเตอร์ ไซค์ไม่ปลอดภัย (อุปกรณ์รถ ส่วนควบต่าง ๆ ไม่สมบูรณ์) รัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง นำใบขับขี่ติดตัวขณะขับรถ ขับรถด้วยความเร็วตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และ 4 ห้าม คือ ห้ามขับรถฝ่าไฟแดง ห้ามแซงในที่คับ ขัน ห้ามดึงดันขับย้อนศร ห้ามโทรศัพท์ขณะขับรถ โดยมุ่งหวังว่าผู้ใช้รถใช้ถนนจะปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย รวมถึงการมีน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมทาง เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใช้ถนนโดยส่วนรวม จะได้เป็นการขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้องค์ราชัน อย่างแท้จริงและเพื่อร่วมกันทำความดีถวายพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย และเที่ยว ปีใหม่ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและสวัสดิภาพ

* ระดมเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉิน
   
ที่กองบินตำรวจ เมื่อเวลา 12.30 น. นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข เป็นประธาน ปล่อยเฮลิคอปเตอร์ ในการช่วยเหลือกู้ภัยและให้บริการทางการแพทย์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กองบินตำรวจ กองทัพบก กระทรวงเกษตรฯ ศูนย์การแพทย์ รพ.กรุงเทพ รถพยาบาล ตำรวจทางหลวง โดยนายมานิต กล่าวว่า เป็นความร่วมมือกันจัดทีมแพทย์ พยาบาล อุปกรณ์ทางการแพทย์ ติดตั้งบน เฮลิคอปเตอร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนท้องถนน และผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่ต้องการเคลื่อนย้ายและรับการรักษาโดยเร่งด่วน โดยจัดประจำจุด ณ จุดสำคัญบนเส้นทางการจราจรทั้งภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง เพื่อลดการสูญเสียอวัยวะและชีวิตของประชาชนให้มากที่สุด

* สันติบาลแจ้งเตือนระวังบึ้ม
   
รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า หน่วยข่าวของ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้แจ้งเตือนไปยังตำรวจหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจนคร บาล, ตำรวจภูธรภาค 1 และหน่วยงานด้านความมั่นคง ว่าจะมีการลอบก่อเหตุวางระเบิดในวันที่ 31 ธ.ค. ซึ่งหน่วยงานข่าวแจ้งว่า พื้นที่ที่คาดว่าคนร้ายจะลงมือได้แก่ ห้างสรรพสินค้าโดยรอบชานเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ป้องกันระดับสอง มีคนจำนวนมาก เข้าไปรวมกันอยู่ ซึ่งส่วนมากจะเป็นคนชั้นกลาง ไม่มีบุคคลสำคัญระดับชาติไปอยู่ในบริเวณนั้นมากนัก ทำให้การลอบเข้าไปก่อเหตุสามารถกระทำได้ง่าย ซึ่งพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่โรงภาพยนตร์ต่าง ๆ ส่วนพื้นที่ชั้นในที่มีการป้องกันระดับหนึ่ง คาดว่าคนร้ายจะไม่กล้าลงมือ เนื่องจากมีการเฝ้าระวังระดับสูงสุด

* คืนวันส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่
    
หน่วยงานข่าวยังแจ้งอีกว่า ขณะนี้ได้มีทหารยศนายพล 2 คน ที่มีความสนิทชิดเชื้อกับกลุ่มคนเสื้อแดง และมีศักยภาพในการสั่งการ ขณะนี้ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว เพื่อตัดความเชื่อมโยงหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น สำหรับระเบิดที่จะนำมาใช้ เป็นระเบิดที่มีอานุภาพไม่รุนแรง เพียงแค่ต้องการสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ต้องการดิสเครดิตรัฐบาลในการรักษาความปลอดภัยช่วงปีใหม่ สำหรับห้วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ระหว่างช่วงเวลา 13.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 2552 จนถึงเวลา 00.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 2553
    
“ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะพยายามก่อเหตุในพื้นที่ โดยในช่วงที่ผ่านมา ได้มีความพยายามปล่อยข่าวลวงกับเจ้าหน้า ที่ โดยให้กลุ่มแนวร่วม ซึ่งเป็นวัยรุ่น 6 คน จาก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ไปถ่ายรูปห้างสรรพสินค้าไดอาน่าใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่เช้าถึงเย็น จนเป็นที่ผิดสังเกต เจ้าหน้า ที่จึงได้เข้าทำการจับกุม โดยหลอกว่าจะมีการลงมือก่อเหตุตามห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ แต่ที่จริงจะมีการลอบก่อเหตุในมัสยิด หรือศาสนสถานในพื้นที่ ซึ่งได้มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทราบแล้ว” รายงานข่าวระบุ 

* ต่างจังหวัดตั้งด่านขึงขัง
   
สำหรับบรรยากาศต่างจังหวัด หลายแห่งขึงขังได้ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์พนัก งานขับรถ ให้บริการแจกน้ำดื่ม ผ้าเย็น เพื่อ ความปลอดภัย อาทิ จ.ปทุมธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ พิษณุโลก กำแพงเพชร เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ชลบุรี ระยอง ลพบุรี ขอนแก่น หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ อุดรธานี ยโสธร อุบลราชธานี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช สตูล สงขลา ภูเก็ต พังงา 

* โคราชจับแจกใบสั่ง-กันน็อก
   
ที่ จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้ออกตรวจที่สามแยกจักราช ถนนราชสีมา-โชคชัย ต.หัวทะเล อ.เมือง โดยเจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจจับรถ จยย.ที่ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อก จากนั้นจะออกใบสั่งให้ 1 ใบ พร้อมกับแถมหมวกกันน็อกให้ 1 ใบ เพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่ ทำให้ส่วนใหญ่ใครที่โดนใบสั่ง จะอมยิ้มไป   ตาม ๆ กัน ส่วนถ้ารถ จยย. คันใดที่มีเด็กนั่งซ้อนมาด้วย และใส่หมวกกันน็อก ผู้การก็จะมอบเงินให้เด็กเป็นรางวัล เพราะถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ใหญ่
   
ส่วนที่กาฬสินธุ์ บริเวณหน้าบ้านพักนายอำเภอเมือง นายนิคม ปัญจวัฒน์ นายอำเภอพร้อมเจ้าหน้าที่ อส.ได้นำรถ จยย.และ หุ่นจำลอง 2 ตัว มาจำลองวางพิงกำแพงทางเข้าบ้านพักคล้ายรถ จยย.ชนกำแพงเสียชีวิต โดยในกระเป๋าหลังคนขี่มีขวดเหล้าเหน็บอยู่  1 ขวด

* ค้นคุกเจอแอบหมักเหล้า
   
ที่เชียงราย นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผวจ. ร่วมกับนายเสรี สระปัญญา ผบ.เรือนจำกลางเชียงราย นำกำลังผสมตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ รวม 200 นาย บุกจู่โจมเข้าตรวจค้นภายในเรือนจำ โดยกระจายกำลังกันเข้าตรวจค้นตามเรือนนอนของผู้ต้องขังชาย แบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว ขณะเพิ่งตื่นนอนเตรียมตัวจะเข้าห้องน้ำ ผลการตรวจค้นซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ปรากฏว่ายึดอาวุธดัดแปลงที่ทำจากช้อนเหล็ก ฝา กระป๋องน้ำอัดลม และอุปกรณ์พวกเชือก ลวด เลื่อย นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์สูบยาเส้น หนังสือลามกอนาจารจำนวนมาก รวม ทั้งผลไม้หมักเป็นเหล้าหรือของมึนเมาบรรจุในขวดพลาสติก คาดว่าผู้ต้องขังแอบหมัก ไว้ดื่มฉลองในเทศกาลปีใหม่ นายเสรีเปิดเผยว่า ปกติจะตรวจค้นเรือนจำปีละ 2 ครั้ง ช่วงนี้ใกล้กับช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ จึงต้องเพิ่มความเข้มงวด ป้องกันเหตุร้ายหรือเหตุไม่คาดคิด ที่นราธิวาส เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเรือนจำจังหวัด เพื่อหาสิ่งผิดกฎหมายแต่ไม่เจอสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

* “สุเทพ”เจอเสื้อแดงเลิกหมาย
   
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน 7 วันอันตราย ที่หน่วยบริการทางหลวงทับกวาง จ.สระบุรี แต่ปรากฏว่าเจอกลุ่มคนเสื้อแดง กว่า 20 คน มารออยู่ นายสุเทพ เลยให้นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข (สธ.) มาทำหน้าที่แทน
   
ด้าน จ.ชลบุรี พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ปล่อยแถวตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบกว่า 100 นาย เพื่อป้องกันอาชญากรรมพร้อมกับตรวจปัสสาวะในสถานบันเทิงต่าง ๆ เพื่อหาสารเสพติดแต่ไม่เจอมีฉี่สีม่วง

* คาดยอดส่งไปรษณีย์ลด
   
วันเดียวกัน นายวิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้ช่วย ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บ.ไปรษณีย์ไทย จก. เปิดเผยว่า จากการที่ไปรษณีย์ไทยติดตามการส่งไปรษณีย์ช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.-15 ม.ค.ของทุกปี พบว่าปริมาณไปรษณีย์จะเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปีที่ผ่านมามีจำนวนถึง 168 ล้านชิ้น คาดว่าช่วงปีนี้จะอยู่ที่ 178 ล้านชิ้น แต่จากการติดตามพบว่า ช่วงเวลาดังกล่าวประชาชนส่งไปรษณีย์น้อยลง จึงปรับตัวเลขคาดการณ์ใหม่ ให้อยู่ที่ 150 ล้านชิ้น ซึ่งเป็นการจัดส่งบัตรอวยพร ของขวัญ และพัสดุ โดย 6 ล้านชิ้นเป็นไปรษณียบัตร มียอดส่งไปรษณีย์ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 10% ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ปริมาณการส่งไปรษณีย์ลดลง มีสาเหตุจากสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ผนวกกับปัจจุบันมีช่องทางการส่งคำอวยพรที่หลากหลาย ทั้งการส่งผ่านข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) และบัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ (อี-การ์ด) ส่งผลให้การส่งไปรษณีย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่มีแนวโน้มลดลง

* ตำรวจแนะเลี่ยงใช้วิภาวดี
   
เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิว ปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อตรวจเส้นทางจราจรที่มุ่งออกไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เริ่มจาก พล.ม.2 สู่ถนนวิภาวดีรังสิต ไปต่างระดับบางปะอิน วงแหวนรอบนอกตะวันออก ลำลูกกา มอเตอร์เวย์ ทางด่วนบูรพาวิถี ทางด่วนวงแหวนด้านใต้ พระประแดง ถนนพระราม2 ถนนเพชรเกษม ถนนบรมราชชนนี ถนนรัตนาธิเบศร์ แยกแคราย
   
พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า ถนนออกสู่ภูมิภาคทุกเส้น พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะถนนวงแหวนตะวันออกมีการขยายช่องทางเป็น 4 ช่องจราจร สามารถรองรับรถได้เป็นอย่างดี ด้าน พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า ผู้ที่จะออกจากใจกลางเมือง แนะนำให้ใช้ทางด่วนขั้นที่ 2 ไปลงบางปะอิน ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต เพราะมีปริมาณรถมากและมีคอขวดอยู่หน้าสนามบินดอนเมือง ส่วนที่จะไปทางใต้แนะให้ใช้ถนนพระราม 2 มีการขยายทางไปถึงวังมะนาว จ.เพชรบุรีแล้ว หรือใช้ถนนบรมราชชนนี ส่วนวงแหวนด้านใต้ ต่อเชื่อมกับด่วนบูรพาวิถี ขณะนี้ก่อสร้างเสร็จแล้ว และเปิดให้ใช้ฟรีถึงวันที่ 30 ธ.ค.นี้ 
   
ต่อมาในช่วงเย็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าอวยพรปีใหม่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นได้ใช้เวลาหารือเป็นการส่วนตัวประมาณ 15 นาที จากนั้นจึงเดินทางกลับบ้านพัก.

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194