หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
นโยบายการปกครองของรัฐบาลต่อชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้
นโยบายการปกครองของรัฐบาลต่อชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นโยบายการปกครองของรัฐบาลต่อชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ตั้งแต่รัฐบาล นายสัญญา ธรรมศักดิ์-รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 
(14 ตุลาคม พ.ศ. 2516-19 กันยายน พ.ศ. 2549) (รายงานพิเศษ)


 ผลการวิจัยพบว่า รัฐบาลแต่ละสมัยในช่วงเวลาดังกล่าว (พ.ศ. 2516 - 2549) ล้วนให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการกำหนดนโยบายผ่านกระบวนการตัดสินใจในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลสมัยแรก ๆ ในช่วงนี้ดำเนินนโยบายการปกครองในลักษณะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จนกระทั่งเริ่มมีการกำหนดแผนและนโยบายอย่างชัดเจนในสมัยรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ และสานต่ออย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง คือ รัฐบาลชุดนี้มีระยะเวลาในการบริหารประเทศยาวนานที่สุด 

 ต่อมาสมัยรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ได้บริหารงานต่อเนื่องจากสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์อย่างมีประสิทธิผล ส่วนรัฐบาลสมัยอื่น ๆ ผลการดำเนินนโยบายในพื้นที่ไม่ปรากฏเด่นชัด เพราะข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการบริหารงาน แต่สำหรับรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 มีระยะเวลาบริหารประเทศค่อนข้างยาวนานกว่ารัฐบาลก่อนหน้า แม้จะไม่ติดต่อกันแต่ก็เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ จึงมีโอกาสปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นจำนวนมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน 

 ที่สำคัญคือรัฐบาลมีส่วนผลักดันนโยบายความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ.2542-2546) ที่มุ่งเน้นพัฒนาคนในสังคมให้เป็นศูนย์กลางการแก้ไขปัญหาโดยสร้างและพัฒนาศักยภาพของคนทั้งภาครัฐและภาคประชาชนให้มีความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของความหลากหลายทางวัฒนธรรมร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี ในสมัยรัฐบาลพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 การบริหารงานมีระยะเวลายาวนานและมีเสถียรภาพ รัฐบาลดำเนินนโยบายและโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างมากมาย แต่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสถาบันในพื้นที่อยู่เสมอ อย่างไรก็ดี ในสมัยนี้ความไม่สงบในพื้นที่มีความถี่และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านี้ 

 ในด้านกระบวนการตัดสินใจเพื่อกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะนั้น ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเป็นการตัดสินใจร่วมกันของทั้งคณะ ส่วนใหญ่เป็นการกำหนดนโยบายจาก "บนมาล่าง" ยกเว้นในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ซึ่งมีการศึกษาปัญหาในพื้นที่อย่างรอบด้านโดยมีการประชุมผู้นำในส่วนกลางและในพื้นที่ รวมทั้ง "การรับฟังเสียง" จากประชาชนในพื้นที่ด้วย ส่วนรัฐบาลพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 กระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลมีลักษณะที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจมาก่อนแล้วเพียงแจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทราบ และมักกำหนด "เส้นตาย" ในการปฏิบัติงานแก่หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งยากที่จะทำให้สำเร็จ ในด้านรัฐสภาไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญในกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาล ยกเว้นในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ทั้ง 2 ครั้ง พบว่ามีส่วนในกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลมากกว่ารัฐบาลชุดอื่น ๆ แม้ว่าจะไม่มากนักก็ตาม 

 นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังได้ข้อสรุปที่ว่า รัฐบาลเกือบทุกสมัยได้กำหนดและดำเนินนโยบายในการปกครองชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ตามภูมิหลังทางด้านวัฒนธรรม ประเพณี และศาสนา ปัญหาบางประการในการปกครองที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มิได้อยู่ที่นโยบายของรัฐบาล แต่ขึ้นอยู่กับผู้นำนโยบายไปปฏิบัติมากกว่า ที่ไม่คำนึงถึงความแตกต่าง สร้างความไม่พอใจแก่ชาวไทยมุสลิมทำให้บุคคลบางกลุ่มถือโอกาสเป็นข้ออ้างเข้าแทรกแซง ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงและความเป็นเอกภาพของประเทศ 

 ผลการวิจัยนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน กล่าวคือ จะทำให้ภาครัฐเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ และหาทางดำเนินนโยบายที่ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของรัฐบาลในอดีตมาเป็นบทเรียน และเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้โดยทันทีทั้งนี้สามารถพิจารณาโดยสรุปได้จากข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขณะเดียวกับที่ภาคประชาชนก็จะได้ "รับรู้" ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเชิงวิชาการ และผลงานวิจัยจะเป็นแหล่งอ้างอิงในทางวิชาการต่อไปทั้งในระดับชาติและในระดับนานาชาติ 

โดย ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.ปิยนาถ บุนนาค (หัวหน้าโครงการ) 
คณะบุคคลประสงค์ยิ่งศิริ ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 
ประจำปีงบประมาณ 2550 และ 2551

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก