หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
แผนชั่วฮุนเซนรับลูก ชงกินเองอย่าคิดทำสงคราม

แผนชั่วฮุนเซนรับลูก ชงกินเองอย่าคิดทำสงคราม'บัวแก้ว'ฟ้องหัวครกกราวรูด

 ตามคาดขายชาติเห็นผล  "ฮุน  เซน"  รับลูกส่งเอกสารลับกระทรวงการต่างประเทศของไทยถวายกษัตริย์สีหมุนีประจาน   จวกรัฐบาลไทยเตรียมแผนชั่วทำสงครามกับเขมร  ขู่อย่าแม้แต่จะคิด  รู้ใครกำลังดำเนินการ  บัวแก้วบุกกองปราบฯ  ฟ้อง  "ขี้ตู่"  และบรรดาก๊วนหัวครกแล้ว  ฐานเผยเอกสารลับ  บิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้ชาติเสียหาย  "จตุพร"  ลั่นไม่กลัว   เกทับเตรียมพ้อง  "มาร์ค-กษิต"  ละเมิดศาลพ่วงข้อหาพิลึก  ส่อไล่ฆ่า  "ทักษิณ" แทรกแซงเพื่อนบ้าน   "แจ็ค"  ตอกเจ็บ  ขยายความ  "ขจัด"  คอมมิวนิสต์  "อดิศร-จาตุรนต์"  ไม่เห็นตาย

     สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า   สมเด็จฮุน  เซน  นายกรัฐมนตรีกัมพูชา  แสดงความไม่พอใจกับเอกสารลับกระทรวงการต่างประเทศของไทย  ที่พรรคเพื่อไทยนำมาเปิดเผย

     "ผมได้เห็นเอกสารลับของรัฐบาลไทยที่วางแผนจะก่อการทำรัฐประหาร   และได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ   ถวายกษัตริย์นโรดมยุวนาถสีหมุนี  เพื่อแสดงให้เห็นความเลวร้ายของบรรดาผู้นำในประเทศเพื่อนบ้าน"

     นายกฯ   ฮุน  เซน  บอกว่า  ในเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุว่า  ถึงแม้กระทรวงการต่างประเทศของไทยจะไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารในกัมพูชา  แต่ฝ่ายอื่นๆ  กำลังดำเนินการอยู่

     "อย่าแม้แต่จะคิด  ผมรู้ใครกำลังจะทำเรื่องนี้อยู่  พวกคุณกำลังวางแผนชั่ว  รวมทั้งเตรียมการทำสงครามกับกัมพูชาด้วย"

     ทั้งนี้   การที่นายจตุพร  พรหมพันธุ์  แกนนำคนเสื้อแดง  นำเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศมาเปิดเผย  มีการคาดการณ์กันล่วงหน้าแล้วว่า  เอกสารชิ้นนี้จะถูกส่งไปยังกัมพูชาในทันที   ซึ่ง  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี  และนักโทษหนีคุก  ก็ยังอยู่ที่นั่น   รวมทั้งนายจักรภพ  เพ็ญแข  ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ที่เคยประกาศว่าจะจับอาวุธขึ้นสู้กับทางการไทยก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน

     นายชวนนท์   อินทรโกมาลย์สุต   เลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  เผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า    กระทรวงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายจตุพร   พรหมพันธุ์   นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ  และนายกอบแก้ว  พิกุลทอง  แกนนำคนเสื้อแดง  ที่กองปราบปรามแล้ว   เมื่อวันที่  23  ธันวาคมที่ผ่านมา  ฐานนำเอกสารลับทางราชการไปเผยแพร่  บิดเบือนข้อเท็จจริงและเนื้อหาเอกสาร  ทำให้กระทรวงได้รับความเสียหาย

     รวมทั้งความผิดฐานหมิ่นประมาทจากกรณีที่นายจตุพรนำเอกสารลับของกระทรวงมาเผยแพร่ในครั้งแรก  โดยหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำต่อไป

     ส่วนจะมีการพิจารณาฟ้องร้องเพิ่มเติมและจะมีการเอาผิด   พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี  ที่นำข้อความไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตหรือไม่นั้น  นายชวนนท์เผยว่า  กระทรวงกำลังพิจารณาอยู่ตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งคงใช้เวลาไม่นาน 

     "กระทรวงดำเนินการฟ้องร้อง  ไม่ได้เป็นการทำตามคำท้าของคุณจตุพร  แต่เพื่อปกป้องกระทรวง  ในส่วนของเอกสารที่ถูกนำมาเปิดเผยอีกชุดหนึ่งเป็นจำนวน  9  แผ่นนั้น  ขอยืนยันว่ากระทรวงไม่ได้มีเจตนาทำร้าย   ทำลายหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล  ไม่ได้เป็นการชี้นำ  ไม่ได้มุ่งร้ายทำลายใคร   แต่เป็นเอกสารประเมินสถานการณ์และผลกระทบตั้งแต่ระดับเบา  ปานกลางและขั้นรุนแรง"

"บัวแก้ว" ลำบาก

     เขาระบุว่า  การที่นายจตุพรนำเอกสารลับของกระทรวงไปเผยแพร่นั้น  ส่งผลให้การทำงานของกระทรวงลำบากขึ้น   และทำให้ประเทศเพื่อนบ้านรู้ท่าทีและเป็นต่อในการเจรจา  จึงขอให้ยุติการเผยแพร่เอกสารลับดังกล่าว  เพราะเป็นการทำร้ายคนไทยด้วยกัน

     ที่กองบังคับการปราบปราม   ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศได้นำเทปบันทึกภาพของสถานีโทรทัศน์ดีทีวี  ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเปิดเผยเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศมามอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

     รายงานข่าวแจ้งว่า   ภายหลังพนักงานสอบสวนรับเรื่องและสอบปากคำแล้ว  ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นเพื่อขออนุมัติสืบสวนสอบสวนคดี   ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเรื่องเสนอไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  (บช.ก.) 

     ส่วนการดำเนินการต่างๆ   หากได้รับการอนุมัติสืบสวนสอบสวนนั้น  ทางพนักงานสอบสวนก็จะพิจารณาเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ   เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นผู้ดำเนินรายการทีวีสถานีดังกล่าว  เอกสารต่างๆ  ที่มีการเผยแพร่  และข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ  รวมไปถึงประชาชนที่รับข่าวสารว่ามีความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นว่าเข้าข่ายเป็นการหมิ่นประมาทบุคคลหรือหน่วยงานใดหรือไม่

     ขณะที่นายพนิช   วิกฤตเศรษฐ์  ผู้ช่วย  รมว.กระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า  ขณะนี้นายปิยวัชร  นิยมฤกษ์  รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวน   กำลังตรวจสอบว่าเอกสารที่รั่วไหลออกมาเป็นเอกสารจริงหรือไม่  ซึ่งการนำเอกสารออกมาเปิดเผยเช่นนี้ถือว่าไม่ถูกต้องและผิดระเบียบ  โดยเฉพาะเอกสารที่เป็นความลับของทางราชการที่ส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ   บุคคลที่นำเอกสารออกมาเปิดเผยต้องมีความผิดอย่างแน่นอน   เพราะเกิดความเสียหายต่อกระทรวงการต่างประเทศ   รัฐบาลและประเทศชาติ  ไม่ว่าจะเป็นการนำเอกสารจริงมาเปิดเผยหรือเป็นเอกสารลับ

     นายพนิชกล่าวว่า   ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าเอกสารมาจากไหน  หรือใครเป็นคนทำเอกสาร   แต่อยู่ที่ใครเป็นคนนำเอกสารมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน   เพราะต้องมีจิตสำนึกที่ไม่ควรทำ  เพราะเป็นเอกสารทางการ  ขณะนี้รองปลัดกระทรวงกำลังตรวจสอบอยู่ว่าหลุดมาจากหน่วยงานในกระทรวงหรือไม่

     ผู้ช่วย   รมว.การต่างประเทศ   กล่าวอีกว่า  เท่าที่ทราบ  นายปณิธาน  วัฒนายากร  รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  กำลังตรวจสอบบุคคลที่อาจจะมีส่วนที่ได้รับเอกสารนั้นและนำออกมาเผยแพร่   ส่วนบทลงโทษของคนที่นำเอกสารมาเผยแพร่นั้น  ยังไม่ได้มองไปไกลถึงขนาดนั้น  มองที่มาของข้อเท็จจริงว่าเอกสารเป็นเอกสารที่ถูกต้องหรือไม่  เป็นข้อมูลที่เป็นของราชการครบถ้วน   หรือเป็นข้อมูลที่มีการดัดแปลงหรือไม่  ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเอกสารราชการจริง   ผู้ที่นำมาเผยแพร่อันดับแรกจะต้องถูกดำเนินการ  และถ้าทราบว่าหลุดออกมาจากที่ไหนก็จะต้องดำเนินการ 

     ขณะที่นายจตุพรให้สัมภาษณ์ว่า   ไม่มีปัญหา   เพราะตนได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพรรค  เพื่อจะแจ้งข้อหากับนายกษิต   ภิรมย์  รมว.การต่างประเทศ  และนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  ในข้อหาการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  ละเมิดอำนาจศาล   มีพฤติกรรมที่ส่อเอาชีวิต  พ.ต.ท.ทักษิณ  และแทรกแซงประเทศเพื่อนบ้าน

     พล.ต.ท.ไถง   ปราศจากศัตรู   ผบช.ก.  กล่าวว่า  คดีนี้มี  พ.ต.ท.ไพรินทร์  แจ่มจำรัส   พนักงานสอบสวนกองปราบปรามทำสำนวนคดี  และได้มอบหมายให้  พล.ต.ต.สุรพล  ทวนทอง  รอง  ผบช.ก.เข้าไปดูแลด้วย

     อย่างไรก็ตาม  ขั้นตอนในการทำคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนจะได้เรียกหลักฐานจากสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนลเพื่อนำมาตรวจสอบ    พร้อมถอดข้อความว่ามีใครพูดถึงใครอย่างไรบ้าง  แล้วคำพูดดังกล่าวเข้าข่ายการหมิ่นประมาทตามที่แจ้งความไว้หรือไม่  จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

"แจ็ค" ฟ้อง "ขี้ตู่"

     ที่  สน.นางเลิ้ง  นายวัชระ  เพชรทอง  ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์  เข้าพบ  พ.ต.ท.ภูบดี   เส้นขาว   (พงส.สบ.3)  สน.นางเลิ้ง  เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อนายจตุพร  ในข้อหาเปิดเผยเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศกระทำตัวเป็นปรปักษ์ต่อรัฐ  และความผิดเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงของชาติ

     นายวัชระกล่าวว่า   ในฐานะที่ตนเป็น  ส.ส.กทม. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์   จึงต้องนำเรื่องมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับนายจตุพรในข้อหาขายชาติ   เนื่องจากได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา   123  และ  124  คือการขายชาติอย่างชัดเจน  การกระทำของนายจตุพรไม่ใช่เพียงการพูดหรือแถลงข่าวต่อสื่อมวลชล  เพื่อประโยชน์ต่อประเทศที่เป็นคู่กรณีกับประเทศไทยเท่านั้น   อีกทั้งยังนำหนังสือลับทางราชการตีพิมพ์ลงในหนังสือความจริงวันนี้   ซึ่งในหนังสือมีนายวีระ  มุสิกพงศ์  เป็นผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท  มีการจดทะเบียนทุนถึง   90   ล้านบาท   อยากให้  ปปง.ช่วยตรวจสอบบริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่   ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือความจริงวันนี้  ซึ่งได้ออกจำหน่ายจ่ายแจก

     "ผมซื้อหนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้มาอ่าน   เห็นว่าบทความที่นายจตุพรนำมาลงตีพิมพ์ในหนังสือ   ได้นำเอกสารลับทางราชการมาตีพิมพ์เผยแพร่  ซึ่งเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอย่างชัดเจน   นายจตุพรกล่าวในบทความที่เขียนว่า   "ขจัด"  หมายถึงการฆ่า  ผมอยากกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า  การขจัด  ตามพจนานุกรมฉบับนี้หมายถึงขจัดสิ่งสกปรกให้หมดไป  เช่น  สมัยก่อนใช้คำว่าขจัดลัทธิคอมมิวนิสต์  เมื่อลัทธิคอมมิวนิสต์ถูกขจัดออกไปแล้ว   คุณอดิศร  เพียงเกษ  ตายไปไหม  คุณจตุรนต์  ฉายแสง  ตายไปหรือเปล่า   ดังนั้นคำว่าขจัดไม่ได้หมายถึงการฆ่า"

     นายวัชระกล่าวอีกว่า   นายจตุพรพูดจาโกหกหลายครั้งทั้งต่อหน้าและลับหนัง  ทั้งในสภาและนอกสภา   ตนอยากเรียนสื่อมวลชลว่า   ตั้งแต่นายจตุพรเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาถึง  2   ปีเศษ   ไม่เคยกลับไปกราบแม่แม้แต่ครั้งเดียว  คนที่ได้เป็น  ส.ส.แล้วไม่เคยไปกราบแม่   ขอให้วิญญูชนทั้งหลายโปรดคิดดูเถิด  และวันนี้ตนนำความมาแจ้งที่  สน.นางเลิ้ง  เพราะ   สน.นี้ขึ้นต้นด้วยนาง  เผื่อคุณจตุพรจะได้รำลึกถึงนางนวม  บัวแก้ว  มารดาของตนเองขึ้นมาบ้าง

     นายเทพไท   เสนพงศ์  โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  ที่ระบุว่าจะมีการกำจัดหรือสังหาร   พ.ต.ท.ทักษิณ  ตามที่กล่าวอ้างบิดเบือน  เข้าใจว่านายจตุพรทำเพื่อให้เป็นประเด็นการเมือง   จึงอยากถามคนเหล่านี้ว่าเห็นความสำคัญของชาติอื่นมากกว่าชาติตัวเองหรือ  และไม่น่าเชื่อว่านายจตุพรจะทำเช่นนี้ได้ 

     เขาบอกว่า   แม้กระทั่งการได้มาซึ่งข้อมูลก็พูดไม่ตรงกัน  โดยนายจตุพรระบุว่า  ได้มาจากข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศ  ขณะที่นายสงวน  พงษ์มณี  แกนนำเสื้อแดง  กลับระบุว่า  เป็นเอกสารที่ส่งมาให้ทางไปรษณีย์  ดังนั้นเรื่องนี้นายจตุพรจึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริง 

     "ในฐานะที่เป็นเพื่อนของคุณจตุพร   ผมจะไม่ขอเรียกว่าตุ๊ดตู่อีกแล้ว   แต่จะขอเรียกว่า  ไอ้ขี้ตู่แทน"  นายเทพไทกล่าว

กมธ.ต่างประเทศอารมณ์ค้าง

     ที่รัฐสภา   มีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการว่าด้วยการรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ  ในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ   สภาผู้แทนราษฎร   โดยหยิบยกกรณีนายศิวรักษ์   ชุติพงษ์   วิศวกรชาวไทยถูกจับกุมในข้อหาจารกรรมข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคง

     อนุกรรมการฯ   ได้เชิญนายศิวรักษ์  นายกษิต  และนายคำรบ  ปาลวัฒน์วิไชย  เลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญมาชี้แจง   แต่นายกษิตและนายคำรบไม่ได้เดินทางมาชี้แจง   แต่ได้มอบหมายนายปิยวัชร  นิยมฤกษ์  รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ   นายธานี   ทองภักดี  รองอธิบดีกรมสารนิเทศ  และ  น.ส.มธุรพจนา  อิทธะรงค์  รองอธิบดีกรมการกงสุลมาชี้แจงแทน  ขณะที่นางสิมารักษ์  ณ  นครพนม  มารดานายศิวรักษ์เป็นผู้มาชี้แจงแทน  เนื่องจากนายศิวรักษ์อยู่ในสมณเพศ

     นายปิยวัชรยืนยันว่า   กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญในการช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนในต่างประเทศ  โดยเฉพาะกรณีของนายศิวรักษ์  ที่เป็นเรื่องทางการเมืองระหว่างประเทศจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ  แต่ที่บางฝ่ายมองว่ากระทรวงการต่างประเทศให้ความช่วยเหลือล่าช้านั้น  เนื่องจากต้องรอทางการกัมพูชาแจ้งเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ  เพื่อให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริง   รวมทั้งเรื่องนี้สถานทูตไทยในกัมพูชาทราบเรื่องหลังจากที่นายศิวรักษ์ถูกจับกุมไปแล้ว  2  วัน

     ขณะที่นางสิมารักษ์เห็นว่าการช่วยเหลือของรัฐบาลมีความล่าช้า   จึงจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือไปยัง   พ.ต.ท.ทักษิณ  และพรรคเพื่อไทย  เพื่อให้บุตรชายมีช่องทางที่จะได้รับอิสรภาพเร็วขึ้น   ส่วนการเปลี่ยนตัวทนายความจากเดิมที่กระทรวงการต่างประเทศจัดให้ก็เพื่อความสะดวกในการดำเนินการช่วยเหลือนายศิวรักษ์   รวมทั้งขอยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้มีการจัดฉาก

     จากนั้น  นายธเนศ  เครือรัตน์  ส.ส.ศรีสะเกษ  พรรคเพื่อไทย  ในฐานะกรรมาธิการฯ  ได้ตั้งข้อสังเกตว่า  หากนายคำรบไม่มาชี้แจงก็จะไม่สามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้  เพราะนายคำรบเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดีที่สุด   พร้อมกับมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ส่งนายคำรบมาร่วมชี้แจง   อีกทั้งยังมีพฤติกรรมชัดเจนที่มีความพยายามหลีกเลี่ยงด้วยการส่งไปราชการต่างประเทศทุกครั้ง   ดังนั้นจึงเชื่อว่าหากตราบใดที่กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ปล่อยตัวนายคำรบมาชี้แจง  คงไม่มีวันได้ความกระจ่าง

     นายปิยวัชรชี้แจงว่า  สาเหตุที่นายคำรบไม่มาชี้แจง  เนื่องจากนโยบายของ  รมว.การต่างประเทศเล็งเห็นว่าเรื่องนี้สิ้นสุดแล้ว   ขณะเดียวกันเห็นว่าทั้ง  2  ฝ่าย  คือ  นายศิวรักษ์และนายคำรบ   ผ่านความรู้สึกและเหตุการณ์มามากมายแล้ว  จึงไม่ต้องการให้เกิดการขยายต่อ  อีกทั้งเห็นว่าสิ่งที่นายคำรบชี้แจงผ่านสื่อมวลชนน่าจะมีความกระจ่างแล้ว.

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194