หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
คุมเข้มแผน “รปภ.”รับนายกฯมาเลย์ลงพื้นที่แก้ไฟใต้

      เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.52 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยดาโต๊ะ ซรี มูฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งจะเดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 7-9 ธ.ค.นี้ เพื่อร่วมการประชุมหารือประจำปี(Annual                Consultation-AC)ครั้งที่ 4 กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมมีกำหนดลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ในวันที่ 9 ธ.ค.ว่า จะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ทั่วไปไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

                วันเดียวกันที่ศาลากลาง จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 09.00 น.พล.อ.อนุพงษ์ พร้อมด้วย นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบช.พตท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยคณะของนายอภิสิทธิ์และนายกฯมาเซีย ในลงพื้นที่ จ.นราธิวาส                โดยในที่ประชุมยืนยันความพร้อม โดยวางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตั้งแต่ ท่าอากาศยานนราธิวาส ตลอดเส้นทางที่ปฎิบัติภารกิจต่างๆ ทั้งทางอากาศและพื้นที่ พร้อมตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือเพื่อป้องกันกลุ่มก่อความไม่สงบลอบก่อเหตุอีกด้วย        

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่ 1 สะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก แห่งที่ 2 บ้านบูเก๊ะตา ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง ซึ่งนายกฯทั้ง 2 ประเทศจะร่วมในพิธีเปลี่ยนชื่อสะพานดังกล่าวเป็นสะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซีย จุดที่ 2 คือ โรงเรียนอัตตัรกียะห์ อิสลามียะห์ อ.เมืองนราธิวาสเพื่อเยี่ยมชมการเรียนการสอนสายสามัญและศาสนาที่เน้นหลักสูตร English Program และภาษาอาหรับ และจุดที่ 3 คือหมู่บ้านรอตันบาตู หมู่ 7 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีดำริและพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้จัดสร้างเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  

                ขณะที่ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไทยของนายกฯไทยและมาเลเซียเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวร่วมแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

                ด้าน นายรือเบน หว่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศจากสถาบันกิจการระหว่างประเทศของสิงคโปร์ กล่าว นับเป็นการเยือนที่มีความหมายอย่างมาก ผู้นำทั้งสองกำลังแสดงจุดยืนร่วมกันที่ว่าควรมีการเจรจาและหาทางยุติความรุนแรง การมาเยือนของ นายกฯมาเลเซียในครั้งนี้ นอกจากเป็นแรงสนับสนุนนายกฯไทย ผู้พยายามดับปัญหาไฟใต้ได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นโอกาสให้นายกฯมาเลซียแสดงจุดยืนที่ว่ามาเลเซียสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาแบบสันติ เพราะในอดีตมาเลเซียเคยถูกเจ้าหน้าที่ไทยกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบข้ามพรมแดนเข้ามาก่อเหตุในฝั่งไทย อีกทั้งเมื่อปี 2547 อดีตนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด เคยกล่าวว่า ไทยควรพิจารณายอมให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แยกเป็นเขตปก ครองอิสระ จนสร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายไทยเป็นอย่างมากมาแล้ว       

                ด้าน พ.อ.บรรพต พูลเพียร หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผย ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานเปิดถนนทางหลวงแผ่นดิน 418 อย่างเป็นทางการ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษามหาราช และเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ชิ้นประวัติศาสตร์ ที่รัฐบาลและกองทัพบกตั้งใจมอบให้ชาวไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เพื่อเป็นยกระดับคุณภาพชีวิต               

                สำหรับ ทางหลวงหมายเลข 418 มีระยะทางทั้งสิ้น 29.448 กิโลเมตร เริ่มจากบ้านคลองขุด อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ถึงบ้านท่าสาป ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เป็นหนึ่งในผลงานการปฏิบัติภารกิจของเหล่าทหารช่างที่ได้สานต่อภารกิจที่ได้รับมอบจากรัฐบาลและกองทัพบกในการร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทางหลวงสายนี้เป็นทางหลวงสายมาตรฐาน 4 ช่องจราจรแห่งแรกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ยังเป็นเส้นทางที่ช่วยย่นระยะทางจากเส้นเดิมที่มีอยู่ถึง 13 กิโลเมตร จึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ในการเดินทางและการขนส่งสินค้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก