หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> Muslimthai Focus
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ฮุนเซนนัดทักษิณเขย่าไทยโผล่เขมรอ้างติวศก./โพลล์จวกป่วนชาติ

   เมื่อวันที่ 8 พ.ย.52 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยยืนยันว่า จะรักษาผลประโยชน์ของชาติ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาโดยรวมเป็นไปด้วยดี และมีการตกลงทำความร่วมมือกันหลายเรื่อง ทั้งนี้มีโอกาสพบปะกับ สมเด็จฮุน เซน นายกฯ กัมพูชา ในหลายต่อหลายโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ผ่านมา การพบปะทุกครั้งได้มีการพูดถึงปัญหาที่ยังเห็นไม่ตรงกันและที่สำคัญที่สุดก็คือ พูดกันไว้ว่าปัญหาใดๆ ก็ตาม ไม่ควรจะถูกหยิบขึ้นมาและบดบังภาพรวมของความสัมพันธ์      

                -รักษาสัมพันธ์ที่ดีต้องจริงใจ   

นายกฯ กล่าวว่า สมเด็จฮุนเซนพูดมาตลอดว่าควรจะมองไปที่อนาคต ไม่ควรยึดติดกับอดีตและพร้อมที่จะเดินหน้าให้ความสัมพันธ์ต่างๆ เป็นไปด้วยความราบรื่น และใน การพูดคุยกัน ส่วนใหญ่แล้วสมเด็จฮุนเซนเป็นฝ่ายหยิบยกกรณีของอดีตนายกฯของไทยขึ้นมาพูด จะบอกเสมอว่า แม้ว่าอดีตนายกฯทักษิณเป็นเพื่อน แต่ว่าจะไม่ให้ความเป็นเพื่อนมาอยู่เหนือในเรื่องของความสัมพันพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ตลอดระยะเวลา 10 เดือน จะเห็นว่ามีการกระทบกระทั่งกันในส่วนของปราสาทพระวิหาร แต่สุดท้ายทุกอย่างก็กลับเข้าสู่เรื่องของกระบวนการการเจรจา ถือว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินนโยบายการต่างประเทศก็คือการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี ด้วยการแสดงออกถึงความจริงใจและความเคารพซึ่งกันและกัน           

                -ชงยกเลิกเอ็มโอยูเข้าครม.

                นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีการยกเลิกข้อตกลงระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ไทยจะพิจารณาทบทวนยกเลิก ซึ่งอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องผ่านสภา ว่า ขณะนี้เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงการต่างประเทศ ต้องไปดูข้อกฎหมายทั้งหมดโดยกรมสนธิสัญญา แต่ขณะนี้ถ้าจะมีการเร่งรัดเรื่องการเจรจาคงจะทำไม่ได้ เพราะเรื่องการเดินหน้าเจรจากรอบเจรจายังไม่ได้เข้าสภา เดิมตั้งใจว่าจะไปทำกรอบ แต่ขณะนี้คิดว่าคงต้องหยุดก่อน เพราะถ้าเป็นการเดินหน้าทำกรอบเจรจาภายใต้บันทึกความเข้าใจ ซึ่งขณะนี้มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างที่ว่าเราก็ต้องทบทวน      

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวบันทึกความเข้าใจนี้จะมีการนำเข้าที่ประชุมครม.ในวันอังคารที่ 10 พ.ย.นี้ เพื่อยกเลิกเลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อกฎหมายและข้อมูลทั้งหมดจะเสนอต่อครม. 10 พ.ย.นี้ เพื่อดูว่ามีธีการที่จะเดินต่อเป็นอย่างไร แต่ที่แน่นอนในชั้นนี้เราไม่พร้อมที่จะไปเดินหน้าเจรจาต่อในเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเราไม่ให้เสียเปรียบ เมื่อถามว่า ทางกัมพูชาอ้างว่าเราไม่มีสิทธิ์ยกเลิกข้อตกลง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่เขาก็ไม่สามารถบังคับให้เราเจรจาได้อยู่แล้ว

                -เล็งยื่นศาลรธน.ตีความม.190         

                ด้าน นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุล เลขานุการรมว.ต่างประเทศ กล่าวภายหลังการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อพิจารณายกเลิกบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ว่าด้วยเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ว่า ในวันที่ 10 พ.ย.จะเดินหน้านำเอ็มโอยูเข้าที่ประชุมครม.เพื่อให้พิจารณาเห็นชอบยกเลิกอย่างแน่นอน เนื่องจากเห็นว่า เอ็มโอยูฉบับนี้จัดทำขึ้นในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ในปี 2544 ซึ่งจะมีข้อมูลภายในและเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ที่อาจนำไปแสวงหาผลประโยชน์กับประเทศเพื่อนบ้าน       

                เมื่อถามว่า การยกเลิกเอ็มโอยูจำเป็นต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ในเร็วนี้ๆ กระทรวงการต่างประเทศมีแนวคิดส่งเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพื่อเป็นบรรทัดฐานและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง

                -จี้สอบ “พท.”หนุนเขมร

                นายสุริยะใส กตะศิลา ว่าที่เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวว่า พรรคเชื่อว่ากรณีที่รัฐบาลกัมพูชาแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทย พรรคการเมืองใดที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศก็น่าจะมีความผิดตามรัฐธรรมนูญและควรถูกยุบทิ้ง พฤติกรรมของพรรคเพื่อไทยในการสนับสนุนการแต่งตั้งดังกล่าวจึงเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ครรนำเรื่องนี้มาพิจารณาว่าเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญและส่อที่จะถูกยุบพรรคหรือไม่   -หวั่นเป็นเมืองขึ้นหากพท.เป็นรบ.

                นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ขอแสดงความยินดีกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นจากกรณีการตอบโต้รัฐบาลกัมพูชา แต่อย่าไปหลงยินดีว่า สิ่งนี้คือชัยชนะของข้อพิพาท ทั้งนี้ประชาชนจะจับตาดูว่ารัฐบาลจะสามารถป้องกันเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทยได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะแถลงการณ์อย่างเป็นทางการฉบับแรกของไทยที่ระบุว่าจะทบทวนพันธกรณีที่เข้าข่ายทำให้ประเทศไทยเสียหายว่ารัฐบาลจะดำเนินการจริงจังหรือไม่

                นายสุริยะใส กล่าวว่า ขณะนี้กระแสของสื่อโทรทัศน์กัมพูชากำลังจาบจ้วงสถาบัน โดยเนื้อหาเหมือนกับทีวีของนปช. ซึ่งน่าเป็นห่วงและน่าติดตามว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเลียนแบบ “ฮุนเซน โมเดล” หรือเดินเกมในลักษณะเดียวกันหรือไม่  

                นอกจากนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นฝ่ายค้านแต่มีศักยภาพสร้างความวุ่นวายได้มาก จึงรู้สึกเป็นห่วงว่าหากมีการเลือกตั้งใหม่แล้วกลับมาเป็นรัฐบาล ประเทศไทยอาจสูญเสียดินแดนให้กัมพูชา จนในที่สุดต้องกลายเป็นเมืองพึ่งพิงหรือกลายเป็นเมืองขึ้นของกัมพูชา อย่างไรก็ตามวันที่ 9 พ.ย.นี้ เวลา 08.30 น. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายพิภพ ธงชัย จะเข้าพบนายกฯ เพื่อเสนอความเห็นของแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 5 คน เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา

                -โพลล์ระบุ “ทักษิณ”ทำเพื่อตัวเอง

                วันเดียวกัน สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค) เปิดเผยผลสำรวจถึงบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยร้อยละ 83.1 มองว่าเป็นผลเสียต่อประเทศไทย ขณะที่ร้อยละ 16.9 มองว่าเป็นผลดีต่อประเทศไทย นอกจากนี้ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.1 ยังมอง พ.ต.ท.ทักษิณกำลังทำเพื่อประโยชน์ให้ตนเอง แต่ร้อยละ 11.9 คิดว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับประเทศและส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 82.6 ระบุไม่เคยได้รับประโยชน์อะไรโดยตรงจากพ.ต.ท.ทักษิณ ในขณะที่ร้อยละ 17.4 บอกว่าเคยได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากพ.ต.ท.ทักษิณ               

                ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 71.3 กังวลการแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาผู้นำกัมพูชา จะกลายเป็นสาเหตุไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลายระหว่างประเทศ ในขณะที่ร้อยละ 28.7 ไม่คิดเช่นนั้น นอกจากนี้ ร้อยละ 64.7 เห็นด้วยกับรัฐบาลที่เรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ ในขณะที่ร้อยละ 35.3 ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ประชาชนร้อยละ 58.7 หวังว่าทั้งสองประเทศจะหันมาร่วมมือกันด้วยดี ในขณะที่ร้อยละ 41.3 ไม่ได้หวังเช่นนั้น

                -ให้โอกาสรัฐบาลทำงานต่อ             

เมื่อพิจารณาแนวโน้มความนิยมของสาธารณชนต่อนายกฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ที่ร้อยละ 60.0 ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงไม่แตกต่างไปจากการสำรวจครั้งก่อนเท่าใดนักคือร้อยละ 21.0 ที่เหลือไม่มีความเห็น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.9 ยังคงให้โอกาสรัฐบาลชุดปัจจุบันทำงานต่อไป ในขณะที่ร้อยละ 14.5 ไม่ให้โอกาสแล้ว และร้อยละ 7.6 ไม่มีความเห็น

                เมื่อถามถึงแนวคิดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับนครปัตตานี ในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.7 ไม่เห็นด้วย แต่ร้อยละ 19.3 เห็นด้วย ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.7 ระบุว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองของทั้งพล.อ.ชวลิตและพ.ต.ท.ทักษิณครั้งล่าสุด ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย แต่ร้อยละ 15.1 ระบุทั้งสองคนกำลังทำเพื่อประเทศไทย ร้อยละ 7.5 ระบุ พล.อ.ชวลิตกำลังพยายามทำเพื่อประเทศชาติ และร้อยละ 6.7 มองว่า พ.ต.ท.ทักษิณกำลังทำเพื่อประเทศชาติเช่นกัน

                -ปชช.พอใจที่รัฐตอบโต้เขมร

                ด้านสวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศที่มีต่อบทบาทในการดำเนินงานของนายอภิสิทธิ์ โดยพบว่า บทบาทของนายกฯ ที่มีต่อการแก้ไขปัญหาสมเด็จฮุนเซน นายกฯ กัมพูชาตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนั้น ประชาชนร้อยละ 38.53 ค่อนข้างพอใจการเรียกทูตไทยกลับมา เป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า ไทยไม่พอใจกับเรื่องดังกล่าว

                -เผาพวงหรีด “ฮุนเซน-บิ๊กจิ๋ว”

                ที่บริเวณด้านหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) จ.นครราชสีมา กลุ่มนักรบเมืองย่าการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จำนวนกว่า 50 คน ได้รวมตัวแสดงพลังถือป้ายประท้วงการกระทำของพล.อ.ชวลิต และสมเด็จฮุนเซนพร้อมพวงหรีดไว้อาลัยจำนวน 2 พวง จากนั้นแกนนำได้อ่านแถลงการณ์ประณามทั้ง 2 คน ต่อหน้าอนุสาวรีย์ย่าโม พร้อมประณามการกระทำของทั้ง 2 คน และขอให้ยุติสิ่งที่กำลังคิดจะทำต่อไปก่อนที่จะเผาพวงหรีดทั้ง 2 พวง และสลายตัวไปโดยสงบ

                -เผย “ทักษิณ”เยือนเขมร12พ.ย.

                ด้านสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงพนมเปญประเทศกัมพูชาว่า สมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมาเยือนกรุงพนมเปญวันที่ 12 พ.ย.นี้ เพื่อให้ความรู้กับนักเศรษฐศาสตร์กัมพูชาประมาณ 300 คน ที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง ในฐานะที่พ.ต.ท.ทักษิณได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

                นอกจากนั้น สมเด็จฮุนเซน ยังกล่าวด้วยว่า จะออกคำสั่งถอนทหารหน่วยพลร่มรบพิเศษออกจากพื้นที่ทับซ้อนบริเวณใกล้กับปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นจุดที่มีความขัดแย้งกับประเทศไทย โดยการถอนกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงสัปดาห์นี้

                ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้โพสผ่านทวิตเตอร์ โดยระบุว่า “ท่านคงสงสัยว่าทำไม ผมไม่พูดอะไรเรื่องกัมพูชา เอาเป็นว่าปล่อยรัฐบาลกับกระทรวงต่างประเทศบ้าให้สุดๆ ไปเลย แล้วผมจะพูดให้ฟังในรายการวิทยุ 10 พ.ย.นี้”

              ในช่วงค่ำ สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมาที่เวทีปราศรัย ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี โดยยืนยันว่า จะเดินทางไปบรรยายพิเศษ ให้รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ และผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ ที่ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ พร้อมท้าให้รัฐบาลยุบสภาโดยเร็ว ถ้าหากได้รับความนิยม จากประชาชน

                ขณะที่ นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดร กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินมา ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้า 2 วัน

                -เตรียมทำเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดน

                วันเดียวกน นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวอีกครั้งหลังจากทราบข่าวสมเด็จฮุนเซนระบุพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมาทำงานในกัมพูชาวันที่ 12 พ.ย. ว่า เห็นข่าวดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ทราบว่าจะเดินทางมาจริงหรือไม่ ซึ่งจะต้องติดตามดูก่อนว่ามีสัญญาณชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้ากัมพูชาในช่วงดังกล่าวหรือไม่ และหากเข้าไปจริง ทางรัฐบาลก็ต้องทำเรื่องขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนตามขั้นตอน ส่วนจะส่งตัวมาหรือไม่ เป็นเรื่องของกัมพูชาที่จะพิจารณา

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194